
'ปชป.'ซัด'สุรพงษ์'บินถก'ฮอร์ นัมฮง'
'ปชป' ซัด 'ปึ้ง' บินถก 'ฮอร์ นัมฮง' ผูกมัดตัวเองปม 'พระวิหาร' เชื่อ 4 ทางออก ไทยมีแต่เจ๊ากับเจ๊ง จวก 'รบ.' ทำตัวเลขศก.ตก เชื่อสิ้นปีถึงติดลบ จี้ 'ปู' รับผิดชอบ
26 ต.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ จะเดินทางพบนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศและความมั่นคงของประเทศกัมพูชา เพื่อหาแนวทางร่วมกันภายหลังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ตัดสิน ว่า ตนรู้สึกแปลกใจ และมีความกังวลว่า รัฐบาลกำลังมัดมือมัดเท้าตัวเองให้เป็นเบี้ยล่างกัมพูชา เพราะสถานการณ์ขณะนี้ไทยควรเตรียมความพร้อมภายใน แต่รัฐบาลกลับแสดงท่าทีเหมือนการผูกมัดตัวเอง โดยพยายามลดการยืดยุ่นในการทำงาน และย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าต้องปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลก อีกทั้งจะต้องให้ความร่วมมือเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างสองประเทศ ตนขอย้ำอีกครั้ง 4 ทางออก ไม่มีทางออกใดที่ประเทศไทยเป็นฝ่ายได้ มีแต่เจ๊ากับเจ๊ง ตนจึงมองว่าการบินไปพบฮอร์ นัมฮง ในครั้งนี้ เป็นการไปรับคำพูดอะไรมาปฏิบัติหรือไม่ ขณะที่ทางกัมพูชาในขณะนี้ไม่มีความกังวล สถานการณ์ดูสงบเงียบและนิ่ง แต่ฝ่ายไทยกระโตกกระตาก และพยายามหว่านล้อมให้คนไทยรับคำตัดสินศาลโลก
นายชวนนนท์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงว่านายกรัฐมนตรีจะอ่านคำตัดสินทันทีหลังศาลโลกตัดสิน ว่า ตนอยากถามว่าท่านทราบแล้วหรือว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลไม่ต้องรีบร้อน เพราะคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่อ่านผิดอ่านถูกจะผูกมัดท่าทีของประเทศไทย และขอร้องนายกฯว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อย่าเอาแต่เท่ สนุก สะใจ แต่ต้องระมัดระวังในการดำเนินการยุทธศาสตร์ต่างประเทศ ผลการตัดสินออกมาเรามีเวลาเป็นเดือน ดังนั้นจึงควรหารือเป็นการภายในก่อนว่าจะยอมรับข้อใดหรือไม่ยอมรับข้อใด อย่าเอาประเทศทั้งประเทศไปผูกมัดส่งมอบให้ประเทศอื่นโดยที่ประชาชนไม่เห็นด้วย
“รัฐบาลกระเหี้ยนกระหือรือพอได้ยินคำตัดสินก็กระตือรือร้นปฏิบัติตามและตอบสนองจนผิดสังเกต สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนว่ารัฐบาลมีเจตนาอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับการแก้ไข รธน.มาตรา 190 ว่าด้วยข้อตกลงระหว่างประเทศ เพราะหากร่างที่แก้ไขอยู่ขณะนี้ผ่านสภาและมีผลบังคับตามกฎหมาย การเจรจาเขตแดนจะไม่ต้องเข้าสภาอีกต่อไป หากผลการตัดสินออกมาว่าเส้นเขตรอบปราสาทพระวิหารเป็นไปตามแผนที่กัมพูชา 1 : 200,000 คราวนี้รัฐบาลไทยก็จะไปเจรจากับกัมพูชา รู้อีกทีกัมพูชาเอารั้วมาตั้งที่ จ.ศรีสะเกษ ตลอดแนวชายแดน นี่คือความน่ากลัวของรัฐบาลชุดนี้ที่ทำงานลับลมคมใน และปิดหูปิดตาประชาชน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
'ปชป.' จวก 'รบ.' ทำตัวเลขศก.ตก-จี้ 'นายกฯ' รับผิดชอบ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในขณะนี้ว่า เป็นการตอกย้ำชัดเจนว่าเรามีภาระจำนวนมหาศาลจากโครงการประชานิยม เนื่องจากล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยได้ระบุถึงตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจเหลือเพียงร้อยละ 1 ว่า ทำให้เชื่อว่าช่วงปลายปีตัวเลขการขยายตัวอาจถึงขั้นติดลบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความล้มเหลว ในการบริหารประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และทีมเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่โกหกประชาชนมาตั้งแต่โกหกสีขาว และไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลย ทำให้สถานการณ์การลงทุนภาครัฐและการส่งออกกำลังหดตัว รวมถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอีกหลายแสนล้าน นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบและอย่าโทษทีมโฆษกรัฐบาลในการประชาสัมพันธ์ผลงาน แต่ควรโทษตัวเองว่าไม่มีฝีมือในการนำพาประเทศเดินต่อไปได้
'ชวนนท์' เปรียบ 'แกนนำนปช.' เป็น 'นป.โชว์'
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยเฉพาะในมาตรา 3 ซึ่งจะยึดตามที่นายประยุทธ ศิริพานิชย์ รองประธานกรรมาธิการนิรโทษกรรม เป็นผู้เสนอ ตนจึงขอเปรียบแกนนำ นปช. ว่าเป็น “นป.โชว์” จะดีกว่า เพราะทุกคนสวมบทบาทการแสดงได้ดีมาก แม้กระทั่งในการประชุมคณะกมธ. นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างนั้น ก็ไม่ได้มีท่าทีที่คัดค้าน จึงมองว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้แล้วทั้งสิ้น การพูดของแกนนำอาทิ นพ.เหวง โตจิราการณ์ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้
ส่วนที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงระบุว่า จะไม่ลงมติสนับสนุนตามที่นายประยุทธ์เสนอนั้น ถือเป็นลูกเล่นทางการเมือง เพราะทราบดีว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านก็จะได้รับอานิสงค์ในการนิรโทษกรรมด้วย นอกจากนี้ เสียงสนับสนุนของพรรคเพื่อไทย ก็เพียงพอโดยที่ไม่ต้องพึ่งเสียงของส.ส.คนเสื้อแดง ตนคิดว่าขณะนี้คนเสื้อแดงตาสว่างแล้วจึงขอเรียกร้องให้ออกมาต่อสู้ในเรื่องนี้ ซึ่งตนเชื่อว่าพลังของคนเสื้อแดง มีพลังมากที่สุดในการคัดค้าน
'องอาจ' โวย 'กมธ.นิรโทษฯ' หักดิบปิดโอกาสเสียงข้างน้อยแปรญัติ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้คาดไว้ตั้งแต่ต้นว่ารัฐบาลพยายามเล่นแร่แปรธาตุ จึงได้แปรญัติไว้ว่าจะต้องไม่นิรโทษกรรมกับคดีทุจริต และคดีอาญาร้ายแรงต่างๆ หรือความผิดต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี องค์รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ผู้แทนพระองค์ ความผิดต่อความมั่นคง ความผิดก่อการร้าย ความผิดต่อชีวิตและร่างกาย เป็นต้น แต่ในชั้นกรรมาธิการ(กมธ.)กลับมีการปรับแก้ถ้อยคำในมาตรา 3 จึงมองว่า การเสนอร่างของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นเพียงการตบตาประชาชน และกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งประเทศในการช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในคดีทุจริต แต่จุดมุ่งหมายคือสิ่งที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานกมธ.เป็นผู้เสนอ ซึ่งนี่คือความไม่ถูกต้องชอบธรรมในการเสนอกฎหมาย ซึ่งการพิจารณาในชั้น กมธ. พวกตนก็ได้แสดงความเห็นคัดค้านในเรื่องนี้ แต่กมธ.เสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกับการเสนอคำแปรญัตติของประชาธิปัตย์แม้แต่เรื่องเดียว และยังเดินหน้าที่จะใช้ข้อความตามมาตรา 3 ที่นายประยุทธ์เสนอ
นายองอาจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การประชุมกมธ.นิรโทษฯ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ก็ประชุมถึงเที่ยงคืนนั้น ปรากฏว่า ยังมีส.ส.อีกจำนวนมาก ที่ต้องการชี้แจงคำแปรญัตติ แต่กมธ.เสียงข้างมากกลับใช้วิธีหักดิบ ปิดการแปรญัติ อย่างเร่งรีบ รวบรัด เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านโดยเร็ว โดยอ้างว่าประธานกมธ.นัดแปรญัตติเพียงแค่ 2 วัน จึงมีการลงมติปิดการเสนอคำแปรญัตติ และยังนัดประชุมกมธ.นิรโทษฯ ต่อในวันที่ 28 ต.ค. ดังนั้นการเร่งรีบเช่นนี้ ตนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้มากว่า กมธ.จะผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯในวันที่ 30 ต.ค.นี้ นี่จึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่บริสุทธิ์ใจ มีวาระซ่อนเร้นจึงขอฝากให้รัฐบาลและคนที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลขอให้พิจารณายับยั้งชั่งใจ และดำเนินการให้เหมาะสม
ด้านนายธีมะ กาญจนไพรินทร์ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าร่างพ.ร.บฉบับดังกล่าวจะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณได้รับอานิสงค์ไปเต็ม เพราะในมาตรา 3ก็ระบุชัด ว่าจะนิรโทษกรรมให้กับผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดโดยคณะบุคคล หรือองค์กรที่จัดตั้งภายหลังเหตุการณ์ รัฐประหารปี 49 ซึ่งก็ชัดเจนว่าหมายถึง คตส. ขณะที่ในมาตรา 5 จากเดิมที่ระบุว่า "การนิรโทษกรรมต้องไม่ก่อให้เกิดสิทธิและการเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น" ก็มีการเติมข้อความต่อท้ายว่า “อันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมการเมือง” ดังนั้นเท่ากับว่าการนิรโทษกรรมก็สามารถนิรโทษกรรมให้ผู้กระทำความผิดในคดีทุจริตได้ ดังนั้นจึงถือว่าร่างกฎหมายฉับบนี้เป็นร่างของพ.ต.ท.ทักษิณเต็มๆ จึงขอให้พ.ต.ท.ทักษิณออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องนี้อย่างชัดเจนก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในวาระ 2 และ 3



