
พฐ.เผยผลกระสุนยิง'เอ็กซ์'หายาก
พฐ.เผยผลพิสูจน์กระสุนปืนยิง'เอ็กซ์ จักกฤษณ์'เป็นกระสุนหายาก ด้าน'บิ๊กบช.น.'เผยพยานแวดล้อมชี้ก่อนตาย 3 วัน 'เอ็กซ์' ทะเลาะ 'หมอนิ่ม'รุนแรงริมถนน
26 ต.ค.56 พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนปืน ที่คนร้ายใช้ลอบยิง นายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือเอ็กซ์ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย เสียชีวิต เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนปืน ที่พบในที่เกิดเหตุ ตำรวจทราบเบื้องต้นเเล้วว่า หัวกระสุนปืนถูกยิงจากปืน ขนาด 7.65 ที่น่าจะผลิตตามชายเเดนประเทศรัสเซีย เเละทหารรัสเซีย จะนิยมใช้ ซึ่งลูกกระสุนปืนนั้นจะหายากมาก จึงดัดแปลงเป็นพิเศษให้สามารถใช้กับกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ได้ และบุคคลที่จะใช้ปืนชนิดนี้ได้ จะต้องค่อนข้างมีความชำนาญ และเป็นคนที่เล่นปืนอยู่เเล้ว
"ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ยังไม่สามารถบอกได้ว่า กระสุนที่ยิงมาจากปืนกระบอกใดแต่ตำรวจได้ส่งผลตรวจพิสูจน์ให้ฝ่ายสืบสวน เพื่อใช้เป็นเเนวทางหาตัวคนร้ายต่อไปแล้ว" พล.ต.ท.คำรบ
พยานแวดล้อมชี้ก่อนตาย 3 วัน "เอ็กซ์" ทะเลาะ "หมอนิ่ม" รุนแรงริมถนน
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ชุดสืบสวนให้น้ำหนักเรื่องความขัดแย้งวงการพระเครื่องน้อยลง แต่ยังไม่ตัดทิ้ง ต้องสอบสวนเพิ่มเติม แต่ให้น้ำหนักไปที่ประเด็นความขัดแย้งในครอบครัวมากขึ้น จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบปากคำคนใกล้ชิดฝ่ายภรรยานายจักรกฤษณ์ทั้งหมดว่า เคยมีความขัดแย้งอะไรกับผู้ตายหรือไม่ และให้รวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เราต้องการทำทุกอย่างให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นข้อสงสัย ทุกเรื่องต้องใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง รวมถึงเรื่องของคนร้ายที่ลงมือ และสาเหตุการก่อเหตุ
"ตอนนี้ตัดประเด็นไม่เกี่ยวข้องออกไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด เหลือเพียง 2 ประเด็นหลัก คือ ความขัดแย้งในครอบครัว และเรื่องของสมาคมยิงปืน ที่มีปัญหา ซึ่งเราต้องหาพยานหลักฐาน และมูลเหตุสำคัญให้ได้ โดยกำชับฝ่ายสืบสวนสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเชื่อมโยง และบุคคลต้องสงสัยให้หมด ตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นเรื่องอะไร ขอให้สอบสวนให้ชัดเจนก่อน ไม่อยากให้มีการตั้งโจทย์ผิด จึงนัดประชุมรายงานผลความคืบหน้าอีกครั้งวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ขอยืนยันว่าตำรวจนครบาล และกองปราบปรามทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี และมีแนวทางการสืบสวนสอบสวนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว
พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. กล่าวอีกว่า ตำรวจตัดประเด็นสังหารเรื่องยาเสพติด และประเด็นขัดแย้งวงการพระเครื่องทิ้งไปแล้ว หลังจากตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ และสอบปากคำเซียนพระในตลาดพระชื่อดังหลายแห่ง พบว่าพระเครื่องที่นายจักรกฤษณ์ซื้อขายไม่มีปัญหาใดๆ โดยการตรวจสอบพบพระเครื่องทั้งหมดเป็นของแท้ ตำรวจจึงให้น้ำหนักประเด็นความขัดแย้งภายในครอบครัวมากขึ้น และจะเรียกคนใกล้ชิดฝ่ายภรรยานายจักรกฤษณ์มาสอบปากคำทั้งหมด แต่ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งในสมาคมกีฬายิงปืนทิ้งไป โดยทำ 2 ประเด็นนี้ควบคู่กันไป เพราะต้องมีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นกัน ขอเวลาให้ตำรวจได้ลงพื้นที่และหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อน เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในการประชุมครั้งหน้า
พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า พยานหลักฐานทางคดีมีความคืบหน้าไปมาก จากการลงพื้นที่หาข้อมูลนำมาตั้งประเด็นมีน้ำหนักและพยานหลักฐานเพียงพอระดับหนึ่งแล้ว ทั้งเรื่องครอบครัว และความขัดแย้งในสมาคมยิงปืน หลังจากนี้จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป คือการพิสูจน์ทราบใน 2 ประเด็น ว่ามีพยานหลักฐานสอดคล้องมากน้อยแค่ไหน หรือมีความน่าจะเป็นในเรื่องใดประเด็นใดมากกว่ากัน ถ้ามีความชัดเจนก็จะตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งไป สุดท้ายให้เหลือเพียงประเด็นเดียว นำไปสู่การหาพยานหลักฐาน และความเชื่อมโยงในการติดตามคนร้ายในที่สุด ขอยืนยันว่าตำรววจทำงานในคดีนี้อย่างรอบคอบ และมีความละเอียดถี่ถ้วน ระมัดระวังเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น
รายงานข่าวการสืบสวนระบุว่า ตำรวจจะสอบสวนข้อมูลเชิงลึกในทุกเรื่องทุกปมข้อสงสัยตามที่เป็นข่าวและมีการพูดถึงกัน โดยจะสอบปากคำเพิ่ม พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม ภรรยานายจักรกฤษณ์ รวมถึงญาติพี่น้องหลังจากพบข้อมูลทะเลาะวิวาทกับนายจักรกฤษณ์ก่อนหน้านี้ และด่าทอกัน เนื่องจากผู้ตายไม่พอใจที่ญาติฝ่ายภรรยา รวมถึงพี่ชายต่างมารดาพยายามกีดกัน และไม่เห็นด้วยที่สองฝ่ายจะกลับมาคืนดีกัน รวมทั้งเห็นภาพผู้ตายเคยตบตีภรรยาบ่อยๆ จนมีปากเสียงกับญาติพี่น้องเป็นประจำ ขณะเดียวกันเกิดความไม่พอใจที่นายจักรกฤษณ์นำเงินกงสีของครอบครัวฝ่ายหญิง และเงินของภรรยาไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทั้งนี้ชุดสืบสวนจะเรียกสอบปากคำทั้งญาติฝ่ายภรรยา และญาติฝ่ายนายจักรกฤษณ์ เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และนำรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดมาประมวลเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ทีมสืบสวนนครบาลเตรียมลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุอีกครั้ง และสืบสวนขยายวงกว้างออกไปสู่บุคคลที่เชื่อมโยง และแกะรอยการใช้โทรศัพท์มือถือเข้าออกย้อนหลังช่วงก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุของภรรยาและญาติ ว่ามีการโทรติดต่อกันมากน้อยแค่ไหน ตลอดจนไล่เรียงสอบปากคำเพื่อนบ้านถึงพฤติการณ์ของนายจักรกฤษณ์ และคนในครอบครัว เชื่อว่าเพื่อนบ้านอาจจะเคยเห็นหรือได้ยินขณะที่ครอบครัวมีปัญหาทะเลาะวิวาทกัน โดยต้องเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด
ขณะเดียวกัน ต้องสอบลงลึกในรายละเอียดของจดหมายที่ผู้ตายเขียนไว้ด้วยลายมือตัดพ้อภรรยาและมารดา รวมถึงบางประโยคที่คล้ายจะบอกนัยสำคัญบางช่วงบางตอนว่า มีใครเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงถึง หากมีประเด็นใหม่ๆ จะสอบเพิ่มเติมทั้งหมด พร้อมตรวจสอบเปรียบเทียบคดีที่ พญ.นิธิวดี เคยแจ้งความไว้ ทั้งคดีทำร้ายร่างกาย และคดีแย่งชิงทรัพย์สิน โดยจะนำพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบกันให้ได้มากที่สุด
ขณะที่ ฝ่ายสืบสวนอีกชุดกำลังใช้ความพยายามในการถอดรหัสปลดล็อกมือถือ และเทคนิคแกะรอยหลักฐานสำคัญจากอุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์ที่นายจักรกฤษณ์ใช้เป็นประจำ เนื่องจากเจ้าตัวเคยเปรยให้พนักงานสอบสวนฟังเมื่อครั้งเดินทางไปแจ้งความที่ สน.บางชัน เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ว่ามีการเปิดเซฟในธนาคารเอาทรัพย์สินออกมาโดยพลการและเคยพูดว่า มีคลิปเสียงตอนทะเลาะกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง ซึ่งบันทึกไว้ในโทรศัพท์ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการแกะรอยข้อมูลดังกล่าว โดยประสานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้อมูลรวมถึงกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ตายทำไว้รวมกับทรัพย์สินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์ อาวุธปืน พระเครื่อง ฯลฯ พบว่ามีมูลค่ารวมกันสูงถึง 100 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ชุดสืบสวนพบข้อมูลว่าพี่ชายภรรยาของนายจักรกฤษณ์ มีความคุ้นเคยสนิทสนมกับทหารกลุ่มหนึ่ง เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงกับนายจักรกฤษณ์ ประกอบกับนายจักรกฤษณ์เคยด่าทอญาติผู้ใหญ่ฝ่ายภรรยาหลายครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อหลายปีก่อนกลุ่มคนมีสีเคยกู้เงินจากญาติภรรยานายจักรกฤษณ์จำนวน 5 แสนบาท เมื่อมีการทวงถามก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด เรื่องนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกสอบปากคำในเร็วๆ นี้
แหล่งข่าวระดับสูงภายใน บช.น. เปิดเผยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ให้น้ำหนักปมเหตุการเสียชีวิตของนายจักรกฤษณ์ไปที่ปัญหาภายในครอบครัว มากกว่าน้ำหนักของปัญหาภายในสมาคมกีฬายิงปืน ประเด็นปัญหาภายในครอบครัว ชุดสืบสวนที่ลงหาข่าวในพื้นที่ ได้ประเด็นซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน โดยมีพยานแวดล้อมหลายปากให้ข้อมูลว่า ในวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่นายจักรกฤษณ์จะถูกยิงวันที่ 19 ตุลาคม พยานได้เห็นการกระทำของนายจักรกฤษณ์ต่อ พญ.นิธิวดี ระหว่างมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง คล้ายนายจักรกฤษณ์จะทำร้ายภรรยา ด้วยการลากตัวจากริมถนนเพื่อขึ้นรถยนต์ แล้วปิดประตูรถยนต์เสียงดังก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเหตุเกิดละแวกบ้านภรรยา ซึ่งพยานแวดล้อมทั้งหมด ชุดสืบสวนได้นำพยานมาให้ฝ่ายสอบสวนสอบปากคำให้อยู่ในสำนวน
"ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวว่านายจักรกฤษณ์กับหมอนิ่มคืนดีกันแล้ว แต่เหตุใดถึงมีพยานแวดล้อมหลายปาก เห็นการกระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดก่อนหน้าที่นายจักรกฤษณ์จะถูกยิงเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน มีความเป็นไปได้ คนใกล้ตัวของหมอนิ่ม อาจจะทนพฤติการณ์ของนายจักรกฤษณ์ไม่ไหว จนกระทั่งทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ชุดสืบสวนและชุดสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้" แหล่งข่าวระดับสูง กล่าว
แหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยอีกว่า ชุดสืบสวนได้ขอความร่วมมือไปยังแพทย์ด้านจิตเวช ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้รักษานายจักรกฤษณ์ เกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพจิต แพทย์คนดังกล่าวได้ให้ความร่วมมือ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน ส่วนรายละเอียดนั้นคงไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นความลับของผู้ป่วย แต่ได้นำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนแล้ว



