
ตาม'เจียไต๋'ตะลุยแปลงเกษตรกร
ตาม'เจียไต๋'ตะลุยแปลงเกษตรกร ดู'บวบงู สเน็กกี้'ผักพื้นบ้านทำเงิน : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ใครจะไปนึกว่า"บวบงู" พืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีสานที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ภายใต้สายพันธุ์ "สเน็กกี้" โดยบริษัทผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ยักษ์ใหญ่อย่าง "เจียไต๋" จะกลายเป็นพืชที่ทำรายได้หลักให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ของ จ.อุดรธานี หลังตลาดเปิดรับความต้องการไม่อั้น หนึ่งในนั้นคือครอบครัวของบุญทา ดวงอ้อย เกษตรกรแห่งบ้านทับพุง ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ที่พลิกชีวิตใหม่หันมาปลูกบวบงูแทนอ้อย หลังพบว่าทำรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับพื้นที่และต้นทุนการผลิตในอัตราส่วนที่เท่ากัน
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ฤกษ์งามยามดีออกตระเวนตะลุยแดนดินถิ่นอีสานกับบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชผักรายใหญ่ เพื่อไปดูวิถีชีวิตของเกษตรกรในเครือข่ายที่ได้รับการส่งเสริมการปลูกพืชสร้างรายได้ตามที่ตัวเองถนัด ช่วงสายของวันปลายฝนต้นหนาว นกเหล็กเหินฟ้าพาคณะสู่ที่หมายปลายทางสนามบินนานาชาติอุดรธานี ท่ามกลางสายฝนพรำด้วยอิทธิฤทธิ์พายุนารี
จากนั้นมุ่งสู่จุดหมายแแรก ณ บ้านหนองบัวหลวง ต.บ้านแร่ อ.พังโคน จ.สกลนคร ไปชมแปลงเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมเหลืองสายพันธุ์ "รันรัน" ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จากนักวิจัยร่วมกับเกษตรกรหัวก้าวหน้า "เคน แสนมี" ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกแตงโมสกลนคร จำกัด จนประสบผลสำเร็จเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะกระจายเมล็ดพันธุ์สู่เกษตรกรในเครือข่ายในเวลาต่อมา
ปัจจุบันแตงโมเนื้อเหลืองสายพันธุ์"รันรัน"กำลังได้รับความนิยมจากเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพันธุ์ปลูกง่าย ผลโต เนื้อแน่น รสชาติหอมหวานคล้ายน้ำผึ้ง ทนต่อโรคและแมลงดี มีอายุการเก็บรักษาผลผลิตที่ยาวนานกว่าแตงโมสายพันธุ์อื่นๆ เห็นได้จาก "บุญเอื้อ สัพโส" หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกแตงโมสกลนคร ที่หันมาเจียดพื้นที่บางส่วนปลูกแตงโมพันธุ์ "รันรัน" แทนพันธุ์เดิม แม้จะเพิ่งเริ่มปลูกเพียงฤดูกาลแรกแต่ก็มั่นใจในเรื่องผลผลิตและราคาเพราะมีตลาดรองรับที่แน่นอน
เสร็จจากภารกิจสำรวจแปลงแตงโมสายพันธุ์ "รันรัน" เช้าวันต่อมามุ่งหน้าไปหาแปลงปลูก "บวบงู สายพันธุ์สเน็กกี้" ของ "บุญทา ดวงอ้อย" ที่บ้านทับพุง ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี นับเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จากเจียไต๋ จนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในพื้นที่ ปัจจุบันบวบงูสายพันธุ์ดังกล่าวได้แพร่กระจายไปสู่เกษตรกรในหลายพื้นที่ของ จ.อุดรธานี
"ที่จริงบวบงู เป็นผักพื้นเมืองของอีสานมานานแล้ว คนอีสานรู้จักดี ขาดไม่ได้แต่ละมื้อจะต้องมีบวบงูมาลวกจิ้มน้ำพริกกินกัน แต่คนกรุงเทพฯ และคนภาคอื่นไม่ค่อยรู้จัก เมื่อก่อนตลาดมีเฉพาะในภาคอีสาน แต่ปัจจุบันคนรู้จักมากขึ้น ยิ่งตอนนี้ตลาดรับไม่อั้น โดยเฉพาะบวบงูสายพันธุ์สเน็กกี้ มีเท่าไหร่ขายหมด" บุญทา ย้อนที่มาของบวบงู พืชผักพื้นถิ่นอีสานที่เพิ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคได้ไม่นาน หลังมีการปรับปรุงพันธุ์ให้มีรูปลักษณ์และรสชาติหอมหวานเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค
ขณะเดียวกันบวบงูสายพันธุ์สเน็กกี้ ยังเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้เกษตรกรไม่แพ้พืชตัวอื่นๆ เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายใช้เวลาแค่ 50 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ สนนในราคาจำหน่าย (ส่ง) กิโลกรัมละ 15 บาท โดยแต่ละต้นจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 5-6 กิโลกรัม ปัจจุบันบุญทาได้เลิกอาชีพทำไร่อ้อยหันมาปลูกบวบงูสายพันธุ์สเน็กกี้แทน เพราะมีรายได้ที่ดีกว่า ในขณะที่ต้นทุนการผลิตก็ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับอ้อยและพืชชนิดอื่นๆ
"อย่างของผมมีเนื้อที่ 1 ไร่จะให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 4.5 ตัน หรืออย่างวันนี้เก็บผลผลิตทั้งหมด 5 ไร่ เอามาบรรจุถุงได้ 4,785 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 15 บาท บวกลบคุณหารเอาเองแล้วกันว่ามีรายได้เท่าไหร่ ก็อยู่ที่ประมาณ 324,000 บาท ขณะที่อ้อยได้แค่ 14,000 บาทต่อไร่เท่านั้น แถมต้นทุนการผลิตก็สูงกว่ามาก" บุญทาเผยและยอมรับว่าช่วงแรกที่ลงทุนอาจจะสูงในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทต่อพื้นที่ปลูก 5 ไร่ หลังจากนั้นก็ใช้ได้ต่อไปเรื่อยๆ โดยบวบงูจะสามารถเพาะปลูกได้ทุกเดือน แต่ช่วงที่ให้ผลผลิตสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน
ขณะที่ นิธิกร อินทวารี นักปรับปรุงพันธุ์พืช บริษัทเจียไต๋ จำกัด เจ้าของผลงานบวบงูสายพันธุ์สเน็กกี้ กล่าวระหว่างนำชมแปลงบวบงูของเกษตรกรในเครือข่าย โดยระบุว่าบวบงูเป็นพืชสมุนไพรสามารถช่วยคลายร้อน มีเส้นใยสูง มีแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกายอย่างฟอสฟอรัสและธาตุเหล็ก อีกทั้งยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายชนิดและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในภาคอีสาน ในขณะที่ปริมาณผลผลิตก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เจียไต๋ จึงคิดพัฒนาปรับปรุงเพื่อมุ่งหวังให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีและมีรายได้เพิ่มขึ้น
"เราได้สำรวจสายพันธุ์บวบงูที่เกษตรกรนิยมปลูก พบว่าให้ผลผลิตน้อยไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงเริ่มคิดปรับปรุงพันธุ์ที่สามารถให้ผลผลิตสูง ด้วยการรวบรวมเชื้อพันธุกรรมที่ดีจากหลายแหล่งเพื่อสร้างสายพันธุ์ จนในที่สุดก็ได้บวบงูสายพันธุ์สเน็กกี้ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ ก่อนนำมากระจายให้เกษตรกรปลูกในทุกวันนี้" นักปรับปรุงพันธุ์คนเดิมกล่าวย้ำ
นับเป็นอีกก้าวของเจียไต๋ในการนำผลงานวิจัยพืชพันธุ์ดีๆ สู่แปลงเกษตรกร อันนำมาซึ่งอาชีพและรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั่นเอง
.........................
(ตาม'เจียไต๋'ตะลุยแปลงเกษตรกร ดู'บวบงู สเน็กกี้'ผักพื้นบ้านทำเงิน : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



