ข่าว

ระวัง...หุ่นนางแบบแบบ'ก้างปลา'เป็นอันตราย

ระวัง...หุ่นนางแบบแบบ'ก้างปลา'เป็นอันตราย

25 ต.ค. 2556

ระวัง...หุ่นนางแบบแบบ'ก้างปลา'เป็นอันตรายต่อสุขภาพของท่าน : สุทธิชัย หยุ่น

              เคยเขียนด้วยความเป็นห่วงในคอลัมน์นี้ว่าโรคอ้วน (obesity) กำลังคุกคามคนทั้งโลกรวมทั้งคนไทยอยู่ แต่วันนี้เห็นจะต้องเตือนว่าโรค “ผอมเกินเหตุ” กำลังจะกลายเป็นปัญหาของสังคมโดยเฉพาะเด็กสาว ๆ ที่ไม่สนใจว่าสุขภาพจะย่ำแย่แค่ไหน, ขอให้มีหุ่นแบบนางแบบเอาไว้ก่อน...นั่นคือต้องผอมเพรียวอย่างเดียว

              แต่เดี๋ยวนี้, แค่ผอมเท่านั้นไม่พอ...ยังต้องผอมสุด ๆ, ผอมขี้ก้าง, วาดภาพว่าปลาที่เหลือแค่ก้างเท่านั้นเป็นอย่างไร, นั่นคือสุดยอดปรารถนาของเด็กสาวจำนวนหนึ่ง

              เป็นความผอมที่หากเจ้าตัวออกเดินกลางถนนแล้วเสี่ยงกับการถูกลมความแรกปานกลางอาจพัดพาตกทะเลไปได้

              เรื่องนี้กลายเป็นการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนในแวดวงเดินแฟชั่นโดยเฉพาะ เรียกขานกันว่าเป็นปัญหาของ “super-thin image” ซึ่งกลายเป็นภาพลักษณ์ที่อันตรายเพราะกลาย

              เป็นตัวอย่างสำหรับเด็กสาวรุ่นใหม่อายุระหว่าง ๑๕ ถึง ๒๐ ที่เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าสุดยอดแห่งความปรารถนาของความสวยนั้นคือการต้องผอมโกรกขนาดนั้น

              ความเข้าใจผิดซึ่งมีผลต่อสุขภาพของเด็กสาวรุ่นใหม่ที่ว่านี้มาจากการเห็นนางแบบ super-thin เหล่านี้บนปกนิตยสารดังต่าง ๆ หรือไม่ก็ในโปสเตอร์ตามสถานีรถไฟหรือป้ายรถเมล์หรือรถไฟใต้ดินเท่านั้น

              เพราะในชีวิตความเป็นจริงนั้น, มักจะเห็นคนผอมเหมือนเป็นโรคขาดอาหารอย่างนี้น้อยมากเพราะคนหุ่นเช่นนี้ต้องถือว่าผิดปกติเอามาก ๆ

              อาจจะเห็นได้ก็แต่ตามโรงพยาบาลที่มีคนป่วยไข้หนักบางประเภทเท่านั้นที่จะมีภาพของความผอมแห้งแรงน้อยถึงขนาดนี้

              เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อผู้จัดการแสดงแฟชั่นชื่อดังที่กรุงแมดดริด, เมืองหลวงของประเทศสเปน, ประกาศห้ามนางแบบห้าคนที่มี “ดัชนีสัดส่วนร่างกาย” หรือที่ภาษาทางการแพทย์เรียก body mass index ที่วัดอัตราส่วนของส่วนสูงกับน้ำหนักต่ำเกินเหตุ

              เหตุที่มีมติอย่างนี้ที่แมดดริดเพราะผู้จัดไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาที่กำลังดังขึ้นทุกวันว่าวงการแฟชั่นกำลัง “เพี้ยน” ไปใหญ่หากส่งเสริมให้สาวเดินแฟชั่นอดข้าวอดน้ำและบางคนถึงขั้นแอบไปกินยาลดความอ้วนเกินขนาด...เพื่อให้สัดส่วนของตัวเองลดขนาดลงเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น

              คนจัดแฟชั่นบางกลุ่มเริ่มตระหนักว่าหากยอมให้แนวโน้มอย่างนี้กลายเป็นแฟชั่น, ก็จะเป็นการเปิดทางให้คนทั้งโลกโดเฉพาะเยาวชนทั้งหลายเกิดความเข้าใจผิด ๆ หันไปสร้างนิสัยผิด ๆ ว่าด้วยการลดน้ำหนักเกินความจำเป็น จนมีผลร้ายต่อสุขภาพของตนเองและสร้างปัญหาความกลัดกลุ้มและความขัดแย้งกับพ่อแม่พี่น้องและคนรอบข้างต่าง ๆ ได้อีกด้วย

              แต่คนวงการแฟชั่นบางคนในปารีสก็ส่งเสียงตอบโต้ออกมาอย่างฉับพลันเช่นกัน เพราะปารีสเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของโลก อะไรที่ทำให้วงการนี้เสื่อมเสียก็ย่อมจะต้องกระทบปารีสเช่นกัน

ดังนั้น, มืออาชีพด้านนี้บางคนก็ออกมาปกป้องสาวเดินแบบที่หุ่น “ก้างปลา” ว่ารูปร่างเพรียวผอมสุด ๆ นั้นมิใช่มาตรฐานสากลแต่อย่างใด

              “เราไม่ได้เน้นหนักเรื่องน้ำหนักของนางแบบต้องต่ำสุดๆ เพราะเราไม่ได้เลือกว่าใครเป็นคนเดินแบบได้ต้องมีน้ำหนักน้อยเท่าไหร่จึงจะเข้ามาตรฐาน เราเลือกจากภาพรวมของนางแบบเหล่านั้นต่างหาก...” คือคำอธิบายของสำนักงานแมวมองหานักเดินแบบคนหนึ่งของกรุงปารีสรีบออกมาแก้ตัวเป็นพัลวันเมื่อ

              มีเสียงวิจารณ์หนักหน่วงมากขึ้นในช่วงหลังนี้ว่าค่านิยมในวงการแฟชั่นเรื่องหุ่นเพรียวแบบ “ปลาเหลือแต่ก้าง” นั้นกำลังกลายเป็นตัวอย่างอันไม่พึงปรารถนาของวงการสุขภาพทั่วโลก

              แต่คนวงการแฟชั่นคนนี้ก็ยอมรับหน้าตาเฉยว่า “ใช่, เราขอให้สาวๆ เดินแบบทั้งหลายให้ตระหนักในความสำคัญของน้ำหนักของตัวเองอยู่เหมือนกัน”

              ผู้อำนวยการของ Reflex Event ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดงานเดินแฟชั่นของปารีสอธิบายว่าน้ำหนักของสาวนักเดินแบบไม่ใช่ประเด็นหลัก มาตรฐานที่แท้จริงคือสิ่งที่เธอเรียกว่า“สะโพก ๙๐ เซ็นติเมตร”

              เมื่อมีการกำหนดขนาดของตะโพก, น้ำหนักก็ย่อมจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญอยู่ดี

              เธอยอมรับว่าหากนางแบบคนไหนสูง ๑.๘๐ เมตร, ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้วัดหุ่นของผู้มาสมัครทั้งหลายก็ย่อมเป็นการยากมากขึ้นที่จะรักษาสะโพกให้อยู่ในขนาด ๙๐ เซนต์...ถ้าไม่ลดน้ำหนักลงมาอย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว

              แต่เธอก็ยืนยันว่าแฟชั่นเป็นอย่างนี้เพราะมาตรฐานของรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างนี้มาตลอด

              นิตยสาร Elle เป็นผู้ริเริ่มที่จะต่อต้านค่านิยม “หุ่นเพรียวลมเกินเหตุ” ก่อนเพื่อนด้วยการประกาศเมื่อสองปีก่อนว่าจะไม่เอารูปของนางแบบเดินแฟชั่นที่มีรูปร่างแบบปลาเหลือแต่ก้างขึ้นปกโดยใช้มาตรฐานสัดส่วนความสูงต่อน้ำหนักที่เรียกว่า body mass index
หรือ BMI ที่นิยามโดยองค์การอนามัยโลกเป็นตัววัดความเหมาะสมของหุ่น

              ตามมาตรฐานนี้นางแบบที่สูง ๑.๗๕  เมตรจะต้องมีน้ำหนักอย่างน้อย ๕๕ กิโลกรัมจึงจะถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้น, หากนางแบบคนไหนมีน้ำหนักต่ำกว่านั้นก็จะเข้าข่าย “ผิดปกติ” ซึ่งไม่ควรได้รับการส่งเสริม

              ทันทีที่นิตยสารดังระดับโลกประกาศนโยบายอย่างนี้ก็เกิดคำถามว่านางแบบดาราดังอย่างเค็ทมอสส์จะเข้าข่ายถูกห้ามขึ้นปกหรือเปล่า

              เพราะเธอสูง ๑.๖๘ เมตรและน้ำหนักแค่ ๔๙ กิโลเท่านั้น...จึงตกอยู่ประเภทที่อาจจะถูกจัดให้เป็นนางแบบขี้ก้างเกินขนาด

              วงการแพทย์แสดงความเห็นห่วงเรื่องเด็กสาวตามแฟชั่นและพยายามอดข้าวอดน้ำเพื่อให้ได้ “หุ่นนางแบบ” เพราะถ้าหากความผอมเกินพอดีอย่างนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่, จะกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่น่าหนักใจพอสมควรเพราะจะเกิดเด็กรุ่นใหม่ที่มีปัญหา “ขาดอาหาร” อันหมายถึงการขาดโปรตีนซึ่งอาจจะนำไปสู่อาการเหนื่อยง่าย, มีปัญหาประจำเดือนและอาจจะทำให้มีลูกได้ยากขึ้น

              ปัญหาที่ตามมาคือความเครียดทางจิตใจ เพราะเด็กสาวที่จงใจอดอาหารเพื่อให้หุ่นตัวเองเป็นอย่างนางแบบนั้นอาจจะกลายเป็นคนมีภูมิต้านทานต่อความเครียดน้อย เป็นเด็กซึมเศร้า และทำให้นิสัยการกินนอนปั่นป่วนไปหมด...และในกรณีที่ร้ายแรงเป็นพิเศษอาจจะทำให้เกิดอารมณ์หวั่นไหวและหงุดหงิดอย่างรุนแรงถึงขั้นพยามยามฆ่าตัวตายด้วยซ้ำไป

              เตือนไว้สำหรับชาวชีวจิตทั้งหลายนะครับ....อ้วนไปก็แย่, ผอมไปก็ยุ่งอย่างนี้แหละ

............

(หมายเหตุ : ระวัง...หุ่นนางแบบแบบ'ก้างปลา'เป็นอันตรายต่อสุขภาพของท่าน : สุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/suthichai/2013/10/24/entry-1)