ข่าว

หนังชีวิต...นายกบอล!!!

หนังชีวิต...นายกบอล!!!

26 ต.ค. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : หนังชีวิต...นายกบอล!!!

 

                         เกมชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จบลงด้วยชัยชนะของ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี เจ้าของตำแหน่งแชมป์เก่า 3 สมัย ที่ได้รับคะแนนเสียงจากสโมสรสมาชิกทั้งสิ้น 42 คะแนน ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมต่ออีก 1 สมัย

                         ขณะที่ "บิ๊กกร๊อง" วิรัช ชาญพานิชย์ ผู้ท้าชิง ได้รับความไว้วางใจจากสโมสรสมาชิก 28 เสียง ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในที่สุด

                         แม้การเลือกตั้งจะจบลงโดยมีตัวแทนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เดินทางมาเป็นสักขีพยาน แต่การเป็น "นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์" ของวรวีร์ ยังถือว่าไม่สมบูรณ์ ตราบใดที่นายทะเบียนกรมการปกครองยังไม่รับจดทะเบียน

                         แน่นอนว่าทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการ แต่ใช่ว่าการนั่งเก้าอี้นายกสมาคมครั้งนี้ของ "บังยี" จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ทำให้สโมสรสมาชิก "รับไม่ได้" กับสิ่งที่เกิดขึ้น

                         ปัญหาดังกล่าวมีความวุ่นวายเกิดขึ้นก่อนการเปิดประชุมใหญ่พิเศษเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมไม่กี่ชั่วโมง เมื่อสโมสรสมาชิกเรียกร้องว่าตนเองถูกสวมสิทธิ์ มิหนำซ้ำบางสโมสรมอบอำนาจให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับสโมสร ซึ่งขัดกับข้อบังคับของสมาคมฟุตบอล

                         ด้วยเหตุนี้ทำให้ชัยชนะของ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี มีข้อครหามากมาย ดังนั้นการจะได้นั่งเก้าอี้สมัย 4 จึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก!!

 

ย้อนรอยก่อนวันเลือกตั้ง 5 สโมสรร้องสิทธิ์

 

                         วันที่ 16 ตุลาคม กกต.ได้รายชื่อตัวแทน 72 สโมสรที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 17 ตุลาคม ทว่ามีผู้มีอำนาจ 5 สโมสร ประกอบไปด้วย สุรินทร์, ตรัง, พังงา, ม.เกษมบัณฑิต และปากน้ำโพ ได้โต้แย้งการแสดงสิทธิ์ซ้ำซ้อนพร้อมแสดงเอกสารหลักฐานฉบับจริงตามที่ กกต.ร้องขอ ทำให้ กกต.ต้องเร่งตัดสินตามเอกสารที่มี ซึ่ง กกต.มีผลการตัดสิน ดังนี้

                         สุรินทร์ ให้สิทธิ์แก่ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร, ตรัง ให้สิทธิ์แก่ วิถี สุพิทักษ์, พังงา ให้สิทธิ์แก่ จำรัส นุ่ยสง่า, ม.เกษมฯ ให้สิทธิ์แก่ ดร.เสนีย์ สุวรรณดี, อุดรธานี ให้สิทธิ์แก่ สถาพร โคตรบุตร, ปากน้ำโพ มอบสิทธิ์แก่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส่วนอีก 1 ทีม คือ ลูกอีสานการบินไทย มีตัวแทนมาขอถอนการใช้สิทธิ์

                         นอกจากนั้น กกต.ยังได้พิจารณาอีก 2 สโมสร คือ นนทบุรี กับ ระยอง ยูไนเต็ด ซึ่งประธานสโมสรทั้ง 2 ทีม คือ พ.ต.ต.อิทธิพล สังข์ประไพ ประธานสโมสรนนทบุรี กับ กิตติ ขมแสนยาธรรม ประธานสโมสรระยอง ยูไนเต็ด ได้ยืนยันว่าจะมาใช้สิทธิ์ด้วยตัวเอง ทำให้ กกต.เพิกถอนรายชื่อเดิมคือ กานต์ จันรัตน์ กับ พินิจ สะสิสิน เพราะเห็นว่าประธานสโมสรได้แจ้งขอใช้สิทธิ์เอง

                         การพิจารณาของ กกต.ยึดหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อบังคับสมาคมฟุตบอลและระเบียบวิธีเลือกตั้งของสมาคมฟุตบอลและดำเนินการด้วยความโปร่งใส เพื่อดำรงความยุติธรรมสูงสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้

 

เปลี่ยนตัวประธานอุทธรณ์ก่อนเลือกตั้งไม่กี่ชั่วโมง

 

                         วันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งเป็นกำหนดวันเลือกตั้งนายกสมาคม ที่ รร.โกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน ตัวแทนแต่ละสโมสรทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์ของตัวเองตามที่ กกต. ได้ตัดสิน

                         ทว่ามีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์ได้พิจารณา 6 สโมสร ที่อ้างว่ามีผู้มาร้องสิทธิ์ แต่ประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงตัวประธานคณะกรรมการอุทธรณ์โดยไม่มีการแจ้งให้ใครได้รับทราบล่วงหน้า และยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่รับรองการเปลี่ยนแปลงประธานอุทธรณ์ กลับเป็น องอาจ ก่อสินค้า ที่มีตำแหน่งเพียงเลขานุการ กกต.

                         ประธานคณะกรรมการอุทธรณ์ชุดใหม่ ประกอบไปด้วย ผศ.ดร.วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์, กฤตเมธ เอ่งฉ้วนธาดา และธวัชชัย ช่องดารากุล ซึ่งตามข้อตกลงร่วมกันระหว่าง วิรัช ชาญพานิชย์ กับ วรวีร์ มะกูดี สมควรต้องรับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน แต่กรณีนี้ วิรัช ไม่รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลง

                         หนำซ้ำการพิจารณาการอุทธรณ์เกิดขึ้นโดยไม่มีผู้ใดร้องเรียน แต่กลับมีผลการอุทธรณ์ออกมา ดังนี้ ระยอง ยูไนเต็ด ให้สิทธิ์แก่ พินิจ สะสิสิน, นนทบุรี ให้สิทธิ์แก่ กานต์ จันรัตน์, พังงา ให้สิทธิ์แก่ ก่อแก้ว พิกุลทอง, ตรัง ให้สิทธิ์แก่ ธัญญา โพธิ์วิจิตร, สุรินทร์ ให้สิทธิ์แก่ นิรันดร์ กัลยาณมิตร,ลูกอีสานการบินไทย ให้สิทธิ์แก่ ชัยโชค พุ่มพวง

                         ตามข้อมูลจาก ธวัชชัย ช่องดารากุล หนึ่งในคณะกรรมการอุทธรณ์เสียงข้างนอก รายงานว่าการพิจารณาการอุทธรณ์ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง โดยที่คณะกรรมการอุทธรณ์ไม่มีอิสระในการประชุม เนื่องจากประธานคณะกรรมการอุทธรณ์ถูกครอบงำและสั่งการโดย องอาจ ก่อสินค้า ที่เร่งรัดให้คณะกรรมการอุทธรณ์ลงมติโดยไม่ได้พิจารณาจากคำอุทธรณ์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการอุทธรณ์อีกจำนวนหนึ่งแทรกแซงการทำงานชี้นำคณะกรรมการรอุทธรณ์ด้วย

                         ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อถึงกำหนดการลงทะเบียนเพื่อเข้าห้องประชุมเลือกตั้ง ปรากฏว่ามีการสวมสิทธิ์แทนมากมาย รวมถึงสภากรรมการและเลขาธิการ ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนขณะที่อยู่ในระยะเวลาดำรงตำแหน่ง แต่ปรากฏว่ามีถึง 9 รายที่ฝืนข้อบังคับ ประกอบไปด้วย นายวรวีร์ มะกูดี ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทน บีอีซี เทโรศาสน, นายกษม ชนะวงศ์ ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนขอนแก่น, พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทน ปตท.ระยอง, พล.ต.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนราชประชา, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนบางกอก, อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนเชียงใหม่, เกรียงสิทธิ์ หนุ่มรักชาติ ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนลำปาง, เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนนครราชสีมา และสุนทร มีสุวรรณ ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนสุรินทร์ แต่ทุกอย่างสายเกินแก้เพราะทุกคนลงทะเบียนและเข้าห้องประชุมหมดแล้ว

 

กกต.จำยอม! เลือกตั้ง "ยี" เฮ 42:28

 

                         การเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยทุกสโมสรเข้าคูหาเพื่อเลือกนายกสมาคม อุปนายกสมาคม และกรรมการบริหาร รวมทั้งสิ้น 13 ตำแหน่ง และเมื่อถึงเวลา 17.45 น. อันเป็นเวลาอันสมควร การนับคะแนนจึงเริ่มต้นขึ้นซึ่ง วิรัช ชาญพานิชย์ มีคะแนนนำ วรวีร์ มะกูดี มาโดยตลอด

                         แต่เมื่อถึงช่วงโค้งสุดท้าย "บังยี" เริ่มมีคะแนนแซงและนำไปเรื่อยๆ ก่อนจบใบที่ 72 ด้วยชัยชนะตกเป็นของ วรวีร์ มะกูดี 42:28 บัตรเสีย 1 ใบ และงดออกเสียง 1 ใบ เท่ากับว่า "บังยี" ได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้นายกสมาคมอีก 1 สมัย

                         ขณะที่สภากรรมการเป็นของ "บังยี" ยกชุด ประกอบไปด้วย อุปนายก ดร.อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์, ดร.ภิญโญ นิโรจน์, พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล, พล.อ.ต.เจษฎา วิจารณ์, นายวิชัย ล้ำสุทธิ

                         กรรมการบริหาร นายองอาจ ก่อสินค้า, พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก, พล.ท.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร, พล.ร.ต.อานนท์ ดาระสวัสดิ์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.ภาวัฒณ์ สะสมทรัพย์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์, นายธัญญา โพธิ์วิจิตร, นายมิตติ ติยะไพรัช, นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์, นายภูษิต พิศาลกิจสกุล, และนางนวลพรรณ ล่ำซำ

 

ลุ้น กกท.ตัดสินอนาคตนายกบอลไทย

 

                         แม้การเลือกตั้งจะจบลง แต่ยังถือว่า "ไม่สมบูรณ์" เนื่องจาก กกต. 3 ใน 5 ไม่รับรองผลการเลือกตั้ง โดย ชนินทร์ แก่นหิรัญ กรรมการ กกต. แถลงชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการ "โกง" เกิดขึ้น ซึ่งหมายถึงความไม่โปร่งใสและมีการทุจริตมากมาย

                         อย่างไรก็ตามอำนาจหน้าที่ของ กกต.ได้จบลงแล้ว แต่ก่อนหมดอำนาจ กกต.ยังมีสิทธิ์ที่จะยื่นรายงานการเลือกตั้งเสนอให้ กกท.นำไปประกอบการพิจารณาร่วมกับรายงานของสมาคมฟุตบอล ซึ่งใจความของรายงานจาก กกต.ระบุว่า "ไม่รับรอง" ชัยชนะของวรวีร์ มะกูดี

                         เรื่องนี้เป็นภาระของการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.ที่จะต้องพิจารณาว่าจะรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา หรือไม่ หาก "รับรอง" เท่ากับว่า "บังยี" จะได้นั่งเก้าอี้นายกสมาคมสมัยที่ 4 อย่างเต็มภาคภูมิ

                         แต่หาก "ไม่รับรอง" คงต้องมีการต่อสู้กันต่อไป

                         และฟุตบอลไทยก็จะเป็นสุญญากาศ....ไร้ผู้นำกำหนดอนาคตวงการ เหมือนหนังชีวิตที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น!!!