
'มาร์ค'งดจ้อ'การเมือง'ไว้อาลัย'พระสังฆราช'
'อภิสิทธิ์' งดแสดงความเห็น 'การเมือง' น้อมรำลึกพระราชกรณีกิจ 'สมเด็จพระสังฆราชฯ' เชิญชวนพุทธศาสนิกชน น้อมรำลึก - ร่วมกันส่งเสด็จ
25 ต.ค. 56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการสิ้นพระชนม์ของพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกว่า พุทธศาสนิกชน คงอยากมีโอกาสในการที่จะร่วมกันส่งเสด็จฝ่าพระบาท และร่วมกันไว้อาลัย รวมทั้งน้อมรำลึกถึงบรรดาพระกรณีกิจทั้งหลายที่ได้ทรงประกอบไว้
"พุทธศาสนิกชนก็คงอยากจะมีโอกาสในการที่จะร่วมกันส่งเสด็จฝ่าพระบาทและร่วมกันไว้อาลัย รวมทั้งน้อมรำลึกถึงบรรดาพระกรณีกิจทั้งหลาย ที่ได้ทรงประกอบไว้ สำหรับผมและพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน แต่ก็รอรายละเอียดในช่วงบ่ายที่จะไปร่วมด้วย ซึ่งผมคิดว่าวันนี้พุทธศาสนิกชนก็คงอยากจะร่วมส่งเสด็จ และน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่ท่านได้ทรงประกอบพระกรณีกิจที่เป็นประโยชน์ไว้มาก ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่พุทธศาสนาในต่างประเทศ ตลอดจนมีทั้งพระนิพนธ์ทั้งภาษาไทย และมีการแปลไปเป็นภาษาต่างประเทศ ไปจนถึงพระภารกิจทางด้านต่างๆ แล้วก็วันนี้ก็คงจะของดในการที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองเอาไว้สักวันหนึ่งครับ"
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯ หลายครั้ง ภาพที่จำได้เกี่ยวกับพระองค์ท่าน คือ ความงดงามของพระจริยวัตรของท่าน อย่างไรก็ตาม ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่ง อยากให้พุทธศาสนิกชนหรือชาวไทยทุกท่าน น้อมรำลึกและร่วมกันส่งเสด็จ ซึ่งตนคิดว่าท่านได้ครองตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ 20 กว่าปีแล้ว (พ.ศ. 2532) แล้วก็ผมคิดว่าภาพจำที่พุทธศาสนิกชนและคนไทยทั้งประเทศ อาจจะเป็นก่อนที่ท่านจะดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชฯ คือ การเป็นพระอภิบาลขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงทรงผนวช
ถาม 'แม้ว' Set Zero แล้วมวลชนทุกฝ่ายเลิกหรือไม่ หรือกลับไปเริ่มรบกันใหม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์สั่งการณ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้เดินหน้าผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และประเมินว่าจะมีคนค้านเพียง 1 หมื่นคนเท่านั้น ว่า ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ฟังการประเมินจากใคร แต่ยืนยันได้ว่าคนคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ 1 หมื่นคนแน่นอน เหตุใดเรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่คิดถึงความถูกต้อง หากคิดว่ามีเสียงข้างมากแล้วทำอะไรก็ได้ ก็น่าจะรู้จุดจบว่าคนที่คิดแบบนี้ส่วนใหญ่เป็นอย่างไร เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็มีประสบการณ์มาจากปี 48-49 แล้ว ส่วนที่จะมีการตีความให้ครอบคลุมทั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ก็จะยิ่งวุ่นวายหนักไปใหญ่ เท่ากับว่าทุกอย่างที่องค์กรเหล่านี้ทำจะโมฆะ ดังนั้นการให้ใบเหลือง-ใบแดงของ กกต.ก็อาจต้องเพิกถอนหรือไม่ ส่วนเรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช.ก็ยิ่งมีหลายคดี
"พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า ให้ Set Zero นั้นไม่ว่าจะผลิตถ้อยคำอะไรมาก็หนีความจริงไม่พ้น ว่าเป็นการล้างผิดคนโกง และไม่ได้ทำให้เริ่มใหม่จริง เพราะความขัดแย้งยังไม่ยุติ หาก Set Zero แล้วมวลชนทุกฝ่ายเลิกหรือไม่ หรือถอยหลังกลับไปเริ่มรบกันใหม่ ทั้งที่หากรัฐบาลต้องการปรองดองในส่วนของประชาชนทั้งความขัดแย้ง ความไม่เป็นธรรมต้องสลายให้หมด แต่นักการเมืองไม่เกี่ยวและคดีทุจริตก็ไม่เกี่ยว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเอามวลชนที่สนับสนุนตัวเองเป็นตัวประกัน เอาความสูญเสียประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ส่วนที่มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 นั้น เป็นความเสมอภาคกรณีความผิดเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการนิรโทษกรรม คนที่มาชุมนุมทางการเมืองแล้วต้องนิรโทษกรรมคนโกงด้วย"
เตรียมยื่นไม่ไว้วางใจปลายสมัยประชุมนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดทำไซโลเก็บข้าวว่า ถ้ารัฐบาลยังเชื่อว่าการที่รัฐบาลยังเป็นผู้ค้ารายเดียว และซื้อข้าวสูงกว่าราคาตลาด ไม่ว่าจะคิดของเล่นอีกกี่ชิ้นก็หนีไม่พ้น การขาดทุนมหาศาล การทุจริตมโหฬาร การเสียความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย และสุดท้ายชาวนาจะเดือดร้อนจากการเข้าโครงการลำบากมากขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภานี้ว่า จะมีอย่างแน่นอน คาดว่าน่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในชั่วปลายสมัยประชุม หรือประมาณปลายเดือน พ.ย. เรายืนยันว่าจะทำด้วยความตั้งใจ ให้ประชาชนได้รับรู้ความล้มเหลวและการทุจริต แต่ก็เสียดายที่หลายเรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเรื่องการถอดถอน เพราะคิดว่าหลายเรื่องที่เราอภิปราย มีความชัดเจนในตัวเองเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบ
งดเวทีผ่าความจริงเสาร์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้สิ้นพระชนม์ ลงเมื่อวันที่ 24 ต.ค.และรัฐบาลออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งให้ข้าราชการทั่วประเทศแต่งชุดไว้ทุกข์ ถวายความอาลัย ส่วนสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ซึ่งเดิมกำหนดการจัดงานปราศรัย เวทีผ่าความจริง เวทีประชาชน “หยุดกฎหมายล้างผิดคิดล้มรัฐธรรมนูญ หยุดเงินกู้ผลาญชาติ หยุดอำนาจฉ้อฉล” เวทีที่ 74 ที่โรงเรียนวิชูทิศ ซ.ประชาสงเคราะห์ 13 เขตดินแดง กรุงเทพฯนั้น
พรรคได้แจ้งให้สื่อมวลชนทราบว่า “ เรียน...ผู้รักความจริงทุกท่าน เพื่อเป็นการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระสังฆราชฯ ทางพรรค ของดเวทีผ่าความจริง ที่เขตดินแดง และไปพบกันใหม่วันเสาร์ 2 พ.ย. ที่เวทีวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ แทน ”



