
เด็กไทยก้าวร้าวรุนแรงเอาแต่ใจดูที่'ผู้ใหญ่'เป็นตัวอย่าง
เด็กไทยก้าวร้าวรุนแรงเอาแต่ใจดูที่'ผู้ใหญ่'เป็นตัวอย่าง : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn
เห็นข่าวอาชญากรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ปกติคนศึกษาปัญหาอาชญากรรมเวลาท่องอ่านตำราก็มักมองว่า ความรุนแรงเสียหายไม่เท่ากับอาชญากรรมของนักธุรกิจหรือคนในเครื่องแบบที่ทำความเสียหายหลายร้อยหลายพันเท่า แต่ต้องไม่ลืมว่า ความรุนแรงหรืออาชญากรรมที่ทำให้คนบาดเจ็บล้มตายเสียขวัญกันทั้งสังคมเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้ และหลายคดีเกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมประเภทอื่นที่ร้ายแรงอื่นๆ อีกด้วย
เคยมีคนตั้งคำถามมายังผมว่า “เด็กไทยก้าวร้าวรุนแรงเอาแต่ใจ” เกิดมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ ถ้าเลือกตอบแบบเปิดตำราว่าไปเป็นฉากๆ ก็คงโทษสารพัดสิ่ง ทั้งครอบครัว การศึกษาเรียนรู้ ซึ่งไม่ผิด ปัญหาคือรู้ทั้งรู้ทำไมแก้ไม่ได้สักที คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ผ่านคนยุคก่อนมายุคนี้ มนุษย์เคยฆ่ากัน เอารัดเอาเปรียบกัน เคยเป็นเช่นไรยังคงปรากฏให้เห็นให้รับรู้ไม่แตกต่างจากอดีตเลยแม้แต่น้อย
ถ้าจะมองว่าคนไทยส่วนใหญ่มีศาสนาเป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวไม่น่ามีใจคอโหดร้ายก็ต้องแจ้งให้ทราบว่า คนไทยนับถือศาสนาแบบสืบต่อกันมากกว่าการเคารพนับถืออย่างเป็นแก่นสารมีองค์ความรู้จริง เพราะขนาดถามวันสำคัญหรือบุคคลสำคัญทางศาสนาเด็กส่วนใหญ่ตอบไม่ถูกหรือไม่รู้เรื่องก็มี จึงน่าจะได้คำตอบชัดเจนว่า เหตุใดคนไทยในเมืองแห่งรอยยิ้มถึงได้มีความนิยมชมชอบในความรุนแรง และบางครั้งดูเหมือนจะมีใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตเกินมนุษย์มนา ทั้งหลายทั้งปวงล้วนมีที่มาสำคัญจากการเลี้ยงดูอุ้มชูเด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบันแบบ “ไข่ในหินกันแทบทุกครัวเรือน”
ผมเองมีโอกาสผ่านไปยังสถาบันการศึกษาและสถานที่ฝึกกำลังสำรองของเด็กนักเรียนนิสิตนักศึกษาในหลายวาระโอกาส มีความประหลาดใจว่า เหตุใดรถราถึงได้ติดขัดทั้งๆ ที่ฝนไม่ตก ไม่มีใครทำรถเสียขวางถนน แต่มาพบคำตอบเมื่อขับผ่านถนนไปเรื่อยๆ เราได้เห็นภาพอันน่าบาดตาบาดใจ โดยเฉพาะบนถนนวิภาวดีฯ ขาเข้าบริเวณศูนย์ฝึกกำลังสำรอง มีผู้ปกครองเด็กๆ ที่มาเรียนวิชาทหาร (ร.ด.) จอดรถรับส่งลูกหลานเป็นขบวนยาวทางด้านซ้ายมือของฝั่งถนนกีดขวางการเข้าออกของรถในซอยและรถที่ผ่านไปผ่านมาต้องตีโค้งหลบหลีกกันจ้าละหวั่น
ผมเห็นภาพเหล่านี้ได้แต่สะท้อนใจว่า “เด็กไทยยุคสมัยนี้เลี้ยงโตแต่ตัวจริงๆ” เพราะความสมบุกสมบันและความอดทนอดกลั้น ศีลธรรมจรรยาซึ่งมีข้อบกพร่องส่วนหนึ่งน่าจะมาจากวิธีการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ผู้ปกครองครูอาจารย์ของเขาเหล่านั้นในยุคสมัยใหม่ที่มีแนวทางความเชื่อในการอบรมบ่มเพาะนิสัยแบบใดมิทราบ กระทั่งการศึกษาทางวิชาการของเด็กไทยอยู่ถึงอันดับแปดในกลุ่มประเทศอาเซียนสิบประเทศดังทราบกันดี
เรื่องที่เกิดขึ้นผมไม่ต้องการตำหนิตัวเด็ก แต่พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นพึงตระหนักว่าบุตรหลานของท่านทั้งหลายจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในวันข้างหน้า ท่านจะต้องฝึกเขาให้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ต้องถือเป็นโอกาสอันดียิ่งที่เขาได้เข้ารับการฝึกเป็นกำลังสำรอง ซึ่งจะช่วยให้เขามีความเข้มแข็งอดทนรู้จักการเสียสละแบ่งปัน ไม่เป็นภาระแก่สังคม ต่อจากนี้ควรฝึกให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ภาพการส่งบุตรหลานมาฝึกวิชาทหารหน้าค่าย มองอย่างไรก็บาดตาบาดใจและไม่น่ารักเลยจริงๆ



