
พ.ต.ท.เปิดตัวโต้จม.'เอ็กซ์'ปัดขัดแย้ง
พ.ต.ท.เปิดตัวโต้จม.'เอ็กซ์'ปัดขัดแย้ง หลังอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยเขียนจดหมายระบายความรู้สึกถึงพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม พ.ต.ท.รัฐวิทย์ หรือไกรวิศท์ แสนทวีสุข สว.บก.ปทส. ช่วยราชการสำนักงาน ผบก.ปคม. เปิดเผยกรณีที่มีความสนิทสนมกับนายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือเอ็กซ์ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยว่ารู้จักกับเอ็กซ์มาได้ประมาณ 6 ปีแล้ว เนื่องจากภรรยาตนกับ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของเอ็กซ์รู้จักกันมาก่อน หลังจากนั้นก็คบหากินเที่ยวด้วยกัน และสนิทกันมากเหมือนพี่น้อง เวลาเขามีปัญหาอะไรก็มักโทรศัพท์มาปรึกษาตลอด
พ.ต.ท.รัฐวิทย์ เล่าว่า ช่วงที่เอ็กซ์กลับมาจากการแข่งขันโอลิมปิค เอ็กซ์ก็มีน้ำเสียงแปลกๆ แต่บางครั้งก็ปกติ ด้วยความที่เป็นตำรวจพอทราบว่าเอ็กซ์เป็นอะไรจึงเข้าไปช่วยเหลือ และพยายามจนถึงที่สุดแล้วทั้งพาไปเป็นเพื่อน และรับปากว่าตนจะอยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่สำเร็จ ต่อมาพบว่าเอ็กซ์อารมณ์เปลี่ยนรวดเร็ว หงุดหงิดง่าย แต่ในกรณีที่ภรรยาของเอ็กซ์มีปัญหา เขาจะพูดคุยกับภรรยาตนมากกว่า แต่ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรมากมาย เพราะทราบดีว่าเป็นเรื่องของคนสองคน ก็ได้แต่สงสารและเฝ้าดูอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม เอ็กซ์ไม่เคยนำเรื่องขัดแย้งรุนแรงใดๆ มาปรึกษา
พ.ต.ท.รัฐวิทย์ กล่าวต่อว่า การที่ตนให้คำปรึกษาไปนั้นอาจทำให้เอ็กซ์เข้าใจผิดโดยเฉพาะเรื่องในจดหมาย เมื่อเอ็กซ์ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำทหารแล้วจึงคุยกับภรรยาว่าปล่อยให้เอ็กซ์กับภรรยาของเขาได้ร่วมกันตัดสินใจเอง และหลังจากที่เอ็กซ์ออกมาจากคุกไม่นาน เขาก็รู้ว่าเข้าใจตนผิดไป จึงให้เลขานุการส่วนตัวโทรศัพท์มาบอกว่าจะมาขอโทษ แต่ตนบอกว่าไม่ต้องเพราะไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไรและไม่ต้องเข้ามาหา เพราะเรื่องคดียังไม่เสร็จ แต่เจตนาคืออยากให้ทั้งสองคนได้ทบทวนเรื่องครอบครัวของตัวเองมากกว่า ส่วนกรณีจดหมาย รวมทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้เรียกไปสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งผู้ใหญ่รวมทั้งผู้บังคับบัญชาก็เข้าใจดีว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ทั้งนี้จดที่นายจักรกฤษณ์เคยเขียนจนหมายระบายความรู้สึกถึงพี่ชายนอกไส้ที่เขาให้ความเคารพอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งข้อความในจดหมายเขียนด้วยลายมือ บรรยายความอัดอั้นตันใจความยาวถึง 3 หน้ากระดาษเอสี่ ดังนี้
เรียน พี่สรยุทธ์ ที่เคารพครับ ผมเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ที่พี่เคยช่วยเหลือผมตลอด ในขณะนี้เรื่องราวต่างๆ ผมได้ใช้ความอดทนอยู่ในเรือนจำ มทบ.11 ที่นครปฐม ไตร่ตรองและคิดอย่างดีแล้ว จึงเขียน จม.ฉบับนี้ เพื่ออธิบายและขอเล่าเหตุการณ์อีก ทั้งวัตถุประสงค์ของผู้ไม่ประสงค์ดีที่ร่วมกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นมารดากระผมครับ ซึ่งพี่ฟังดูก็คงจะแปลกพิลึกอยู่ ครับผมเข้าใจ แต่ในขณะที่มารดาผมได้รับข้อมูลในเชิงลบ และผิดพลาดอยู่เป็นประจำจากเพื่อนที่ไม่ประสงค์ดีของผม ว่าผมใช้สารเสพติดและมีสิ่งเสพติดในร่างกายจนเกิดภาวะจิตหลอน
ผมเองไม่มีโอกาสได้ทำความเข้าใจกับมารดา ผมไม่เคยพูดโกหกและไม่ซื่อ พี่ลองนึกดูถึงสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตผมสิครับ จิตใจแห่งความเป็นสาธารณะ และตั้งใจรับใช้ชาติ กลับเป็นช่องโหว่ให้เพื่อนเข้ามาพูดคุยและกล่อมจนภรรยาเกิดความกลัว และกังวลใจ จนลุกลามไปถึงมารดา
กลับครั้นผมได้พิสูจน์ปัสสาวะเพื่อค้นหาสารเสพติด และตรวจถึง 6 ครั้ง ไม่พบสารเสพติดตามที่ปรักปรำผม มารดาหลงเข้าใจว่าจะใช้มูลนิธิต่อรองให้ผมรักษา หรือบำบัด แต่พอผลพิสูจน์แล้ว มารดาถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะผมตรากตรำทำงานและพักผ่อนน้อย มารดาจึงยื่นขอประกันตัว พร้อมบิดา และไม่ได้คัดค้านการประกันตัวใดๆ อีก แต่พนักงานสอบสวนกลับคัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมานี้
และให้เหตุผลต่อศาลว่า ต้องสืบพยานวัตถุอีก คือ ปืนทั้ง 5 กระบอก ซึ่งเกรงว่าผมจะไปยุ่งเหยิงกับพยานอีก 6 คน ที่สอบอยู่ ทั้งที่มีการยื่นหลักทรัพย์ โดยคุณโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ ใช้หลักทรัพย์ที่ดินกว่า 2 ล้านบาทครับ ผมไม่มีสารเสพติด อีกทั้งไม่มีพฤติกรรมหลบหนีเลย น่าจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
แต่เรื่องยังไม่จบเท่านี้ มีเพื่อนที่ยุยงและไม่ประสงค์ดี นั่นคือ "พ.ต.ท." เข้ามาเจรจาต่อรอง เพื่อให้ผมเปลี่ยนนายประกัน และพยายามพูดในลักษณะเกลี้ยกล่อม ให้ผมเข้ารักษาอาการทางจิตที่ รพ.มนารมย์ด้านจิตเวช ก่อนหน้านี้นั้น ได้เคยบีบบังคับให้ผมไปมาแล้วในลักษณะนี้
ผมรู้อุบายที่จะทำให้ผมเป็นบุคคลที่ไร้ซึ่งสภาพ ที่จะดำรงอยู่ในสังคมอย่างปกติ เพื่อประโยชน์ทางทรัพย์สิน และการคุ้มครองบุตร ซึ่งครอบครัวของ "พ.ต.ท." ทั้งภรรยา, บุตร, บิดาของภรรยา, บิดาของ "พ.ต.ท." เป็นผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยกันทั้งสิ้น
พี่ครับ ลูกสาวกระผมบริสุทธิ์เหลือเกิน ผมรักลูกมาก พี่ครับ เค้าจะให้ผมรับการรักษาและอยู่ในความดูแลของเค้า เพื่อแลกกับอิสรภาพในการยื่นประกันตัว ซึ่งผมไม่ยอม ยอมติดอยู่กับที่นี่ครับ พี่ครับเค้าประสงค์ในทรัพย์ทั้งหมดที่ผมเก็บไว้ในเซฟธนาคารและธุรกิจ กิจการที่ผมร่วมกันก่อตั้งมากับภรรยา ผมสงสารภรรยาครับ
ผมขอให้พี่ช่วยติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนครับ เพราะผมกลัวสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนในครอบครัว โดยเฉพาะลูกๆ ทั้ง 2 คนครับ อีกหนึ่งคนในครรภ์ เป็น 3 คนครับ เรื่องที่มีทรัพย์สินที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล 3 ถนนรามคำแหงนั้น เป็นเซฟที่เก็บพระเครื่อง เครื่องเพชร และนาฬิกา ซึ่งจะเปิดได้นั้น ต้องมีลายเซ็น และตัวผมพร้อมกุญแจอีก 1 ดอก ซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่ที่ภรรยา เว้นแต่กระผมเองจะเป็นคนไปเซ็น ขอให้พี่ได้รับทราบถึงพฤติกรรมที่กลุ่มคนกลุ่มนี้พยายามทำ บ้าน 2 หลัง และสิ่งอื่นๆ ซึ่งอาจประเมินค่าไม่ได้เลย
หากล่าช้าครับพี่ ขอให้พี่เร่งพิจารณาและตัดสินใจช่วยเหลือผมและครอบครัวด้วยครับ ขอให้พี่ชาย (พี่ยุทธ์) เชื่อมั่นในความเป็นลูกผู้ชาย เป็นนักต่อสู้ของผม หากเรื่องนี้ไม่จริง ดังนั้นแล้วพี่ค่อยตัดหางปล่อยวัดก็ย่อมได้ พี่อาจใช้ข้อมูลจากบิดาผมที่ 08-xxxx-xxxx (คุณมานพ) แม่ผม 08-xxxx-xxxx ครับ
กราบเท้าพี่ขอความเมตตาช่วยผมด้วยครับ
จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม



