
'ปู'อยากเห็นสังคม'รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย'
'นายกฯ' เปิดงานสปอร์ตเอ็กซ์โป อยากเห็นสังคม 'รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย' ด้าน 'บังยี' ร่วมงานยกมือสวัสดีหลังถ่ายรูปหมู่
24 ต.ค. 56 เมื่อเวลา 11.30 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน ภายหลังการเป็นประธานเปิดมหกรรมแสดงสินค้ากีฬาไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลสปอร์ตเอ็กซ์โป (Thailand international Sport Expo 2013) ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี โดยนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับเข้าไปปฏิบัติภารกิจต่อที่ทำเนียบรัฐบาลทันที
โดยก่อนหน้านั้น นายกฯ ได้กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดงานสปอร์ตเอ็กซ์โป ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 ตุลาคม ว่า งานนี้เป็นการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมการกีฬา เป็นการส่งเสริมการค้า และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพราะอุตสาหกรรมกีฬาก็เป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นการเตรียมเข้าประชาคมอาเซียนด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า พูดถึงกีฬาของไทยที่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงนักกีฬาไทยและนักกีฬาพิการที่ประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงในวงการกีฬาทำให้ประชาชนคนไทยตื่นตัวที่จะรับฟังรับชมกีฬาติดตามสถานการณ์และการพัฒนาวงการกีฬาเพื่อให้มีความเป็นเลิศ
"ทั้งนี้กีฬาไม่เพียงแค่ทำให้คนไทยมีความสุขแต่ทำให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง และกีฬาทำให้รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย ทำงานเป็นทีมเวิร์ก รักษาวินัย ซึ่งอยากเห็นมากขึ้นเพื่อให้สังคมไทยมีความสุข สุขภาพแข็งแรง"
นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีนโยบายในการดูแลทรัพยากรมนุษย์ตลอดช่วงอายุตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ดังนั้นการเข้าถึงกีฬาและรักษาสุขภาพจึงอยากให้คนไทยออกกำลังกายและเล่นกีฬาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ก่อนที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะถ้าดูแลสุขภาพด้วยการเล่นกีฬาตามวัยจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพด้วย รัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกองค์กรเพื่อขับเคลื่อนเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีและส่งเสริมให้กีฬามีความเป็นเลิศ และให้นักกีฬาประสบความสำเร็จทั้งเวทีในประเทศและระดับโลก วังว่าวงการกีฬาจะเติบโตและก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการกล่าวเปิดงาน นายกฯได้ถ่ายรูปร่วมกับคณะผู้จัดงานและบุคคลในวงการกีฬาที่มาร่วมงาน รวมทั้งมีนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ขึ้นเวทีถ่ายรูปด้วย และหลังจากถ่ายรูปเสร็จนายวรวีร์ ก็ได้ยกมือนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ยิ้มแล้วรับไหว้ และลงจากเวทีทันทีเพื่อเยี่ยมชมบูธต่างๆ ภายในงาน ที่มีการจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับกีฬาจำนวนมากมาย ซึ่งบูธของ SCG ได้มอบเสื้อสโมสรฟุตบอลเอสซีจีเมืองทองยูไนเต็ดได้มอบ เสื้อสโมสรสกรีนชื่อ “Yingluck” หมายเลข 21 ซึ่งเป็นเลขวันเกิดของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่เกิดวันที่ 21 มิถุนายน รวมทั้งบูธอื่นๆ ก็มอบเสื้อเช่นกัน อาทิ บูธของบริษัทไทยเบจฯ มอบเสื้อให้นายกฯ และบุตรชายด้วย
เปิดที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์หลังใหม่
เมื่อเวลา 16.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นประธานพิธีเปิดที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์ (หลังใหม่) อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายคณิต เอี่ยมระหงส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ผู้บริหารส่วนราชการ ผู้บริหารปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ประชาชนให้การต้อนรับและร่วมงาน ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จัดสรรงบประมาณค่าก่อสร้างอาคารที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์หลังใหม่ จำนวน 15,004,000 บาท เพื่อใช้เป็นศูนย์ราชการสำหรับการปฏิบัติราชการของส่วนหน่วยงานสังกัดกระทรวง กรมต่างๆ ในการให้บริการตามภารกิจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแก่ประชาชน และรองรับการขยายตัวของหน่วยงานและส่วนราชการที่จะเข้ามาให้บริการแก่ประชาชนในอนาคต
จากนั้นเวลา 16.30 น. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานพิธีห่มผ้าองค์พระสมุทรเจดีย์ และได้เข้ากราบองค์พระประธาน พระมงคลชัยวัฒน์ ปางห้ามสมุทร เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานมอบผ้าห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นบุคคลใน “ตระกูลรุ่งแจ้ง” ซึ่งเป็นตระกูลถือปฏิบัติมาสี่ชั่วอายุคน โดยชาวปากน้ำเชื่อกันว่าต้องเป็นคนในตระกูลนี้เท่านั้นจึงจะขึ้นไปห่มผ้าองค์พระสมุทรเจดีย์ได้ หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมากและเดินชมการแสดงสินค้าพื้นบ้านด้วยความสนใจก่อนเดินทางกลับ
เตรียมแสดงวิสัยทัศน์งานสร้างอนาคตประเทศ 2020 ที่ขอนแก่น
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการ “สร้างอนาคตไทย 2020” ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ และนายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์ “สร้างอนาคตไทย 2020” ถึงความสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ของประเทศว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงประโยชน์ที่ชาวจังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียงจะได้รับจากการลงทุนครั้งนี้ หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินเยี่ยมชมนิทรรศการในส่วนของการนั่งรถไฟไฮสปีดจำลอง และโซนภูมิภาค ชีวิต และอนาคต
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เมื่อเสร็จสิ้นการชมนิทรรศการ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปสักการะหลวงพ่อพุทธวังมนต์ บ้านดอนบม หมู่ที่ 7 ตำบลเมืองเก่า จังหวัดขอนแก่น ซึ่งที่นั่นนายกรัฐมนตรีเทศบาลตำบลเมืองเก่าจะรายงานสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำ โดยนายกรัฐมนตรีจะพบปะประชาชน รวมถึงแจกสิ่งของช่วยเหลือ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในเวลาประมาณ 15.40 น.



