
'มาร์ค'จี้แก้โกง'จำนำข้าว'แทนขึ้นแวต!
'อภิสิทธิ์' จี้รัฐแก้ปัญหาทุจริต 'จำนำข้าว' แทนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
23 ต.ค. 56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีมติอนุมัติเงิน 7,000 ล้าน เพื่อสนับสนุนการระบายข้าวตามโครงการธงฟ้า ว่า เรากำลังปล่อยให้ปัญหาการทุจริต และการจัดการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ทำให้เราสูญเสียมากถึง 2.35 แสนล้านบาท เรื่องจำนำข้าวความเสียหายไม่รู้จบ ที่รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตก เพราะไม่ยอมแก้ไข ส่วนปัญหาระยะยาวปรากฏว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า อาจจะต้องเลิกปลูกข้าวในบางพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาขาดทุนในโครงการนี้ ทั้งหมดคือความสูญเสียที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะขาดทุนไปแล้วถึง 4 แสนกว่าล้านบาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่น่ากังวล คือ การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่มีการพูดว่าจะขึ้นจาก 7% เป็น 8% เพิ่มอีก 1% ที่บอกจะได้เงินเพิ่มอีกราว 5 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาโครงการจำนำข้าวได้ เท่ากับเงินได้คืนมา 2 แสนล้านบาท ถ้าสมมติจะจ่ายชาวนาอยู่ประมาณแสนล้านบาท ถ้าได้เงินตรงนี้คืนมา แทนที่จะต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็สามารถลดแวตลงเหลือ 5% ได้โดยที่สถานะการคลังยังเหมือนเดิม แต่ความสูญเสียจากการทุจริตในเชิงนโยบาย ที่สุดท้ายก็โยนภาระกลับมาให้พี่น้องประชาชน โดยการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องเสียมากขึ้น
"ผมไม่เห็นที่ต้องรีดรายได้ของประชาชนในภาวะเช่นนี้ เพราะยังเชื่อว่าถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นปีละหลายแสนล้านได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ แต่นี่กลับปล่อยให้เงินภาษีรั่วไหลไป 30-40% ในการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่างๆ ขณะที่มีนโยบายลดแลกแจกแถม ให้กำไรบริษัทใหญ่ได้ประโยชน์ไปจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล แจกภาษีคืนให้คนซื้อรถคันแรก ถลุงกันแบบขาดทุนเป็นแสนล้าน แล้วมาเก็บภาษีเพิ่ม เพราะไม่เคยได้ยินใครที่หาเสียงว่า เมื่อเข้ามาบริหารแล้ว จะเก็บภาษีเพิ่ม มีแต่บอกว่าจะไม่ขึ้นภาษี จะไม่กู้ แต่วันนี้ทำทุกอย่าง"
ถาม 'นายกฯ' เอาครอบครัว หรือประเทศ ดันกม.ล้างผิด 'พี่ชาย'
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมออกมาสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า ไม่น่าเชื่อว่าคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม กล้าที่จะออกมาแสดงออกเช่นนี้ โดยพยายามเหมารวมให้เป็นเหยื่อในเหตุการณ์ ทั้งที่ข้อเท็จจริง คือ คดีคอร์รัปชั่นนี้ ซึ่งหากมีปัญหาด้านกระบวนการก็ให้ทบทวนกระบวนการ ส่วนคดีที่บอกว่า มีความไม่ชอบในการสอบสวน ก็ให้ความเป็นธรรมเขาได้ แต่ไม่ใช่อยู่ดีๆ มาบอกว่า ทุจริตแล้วก็ไม่เป็นความผิด เพียงเพราะถูกกล่าวหาโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ถ้าระบบอย่างนี้ก็ใช้ไม่ได้ แล้วก็ต่อไปนี้จะไปรณรงค์ให้คนมีความซื่อตรง เที่ยงธรรม ได้อย่างไร หากเราบอกว่า ถ้าโกงแล้วก็มีอำนาจกดดันไม่ให้คดีศาล หรืออยู่ในกระบวนการ สุดท้ายก็ใช้อำนาจมาล้างผิดให้ตัวเอง ถ้าสังคมเป็นแบบนี้ ก็ไม่ใช่สังคมที่มีความยุติธรรม และไม่ส่งเสริมให้คนเป็นคนดี
เมื่อถามว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาเรียกร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และพรรคเพื่อไทยให้คว่ำกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะหากทำไปอย่างนี้เท่ากับว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศเกิดความเสียหาย ว่า ขณะนี้มีความตื่นตัวคัดค้านเรื่องนี้พอสมควร แต่รัฐบาลกลับท้าทายสังคมด้วยการเดินหน้า เพราะมีสัญญาณจากนายใหญ่ให้เดินหน้าลุย แน่นอนว่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งให้เกิดความรุนแรง ซึ่งตนคิดว่าแม้จะจบอย่างไรคนที่คิดทำเรื่องนี้ไม่น่าจะอยู่ได้อย่างมีความสุข ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกมาช่วยกันส่งเสียงดังๆ สะท้อนให้รัฐบาลได้ยิน และอยากให้นายกฯ ตัดสินใจ ว่าจะเอาครอบครัว หรือจะเอาประเทศชาติ ถ้าเอาประเทศชาติ ก็คงได้อยู่ในประเทศนี้ ถ้าเอาครอบครัว ก็คงได้ไปอยู่กับครอบครัว ส่วนตน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฏร์ธานี และอดีตรองนายกฯ ก็ยืนยันแน่ว่าไม่เอานิรโทษกรรม เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิด แต่ใครก็ตามที่ทำผิด ไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรม



