
'ประยุทธ์'ลั่นพร้อมรับมือศาลตัดสินคดี'พระวิหาร'
"ประยุทธ์"ลั่นทหารพร้อมรับมือศาลตัดสินคดีพระวิหาร เผยเขมรรับปากจะคุยกันก่อน จี้เลิกโยงการเมือง ระบุ ไม่สนใคร"นิรโทษกรรม"แต่ยันทหารไม่ผิดสลายแดง
วันที่ 23 ต.ค.56 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของกองทัพบกในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยก่อนที่ศาลโลกจะตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ว่า ตามแนวชายแดนทางกองทัพบกมีการเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ ส่วนเรื่องอื่นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจในงรายละเอียด ทั้งนี้ยืนยันว่า กำลังพลพร้อมรับสถานการณ์ ในฐานะที่ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกันได้พบปะพูดคุยกันต่อเนื่อง โดยเฉพาะกำลังทหารที่อยู่ตลอดแนวชายแดนกว่า 100 กิโลเมตร ทุกจุดมีการติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิด ส่วนการตัดสินของศาลโลกเป็นคนละเรื่องกัน อยากให้ทุกคนคลายความกังวลว่า กองทัพยังคงรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน และกำชับกำลังพลในพื้นที่ให้มีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และสร้างความสัมพันธ์กับมิตรประทศ โดยเฉพาะกำลังทหารที่เผชิญหน้ากันอยู่ และทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ หลักการสำคัญคือทุกคนจะต้องปลอดภัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"คาดหวังว่า ไม่น่าจะเกิดอะไร เพราะทหารทั้งไทยและกัมพูชาพูดคุยกันได้ในทุกระดับ ส่วนรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม กองทัพไทย ก็มีการพูดคุยในทุกระดับเช่นกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องพูดคุยกัน เพราะทั้งสองประเทศติดกันหนีไปไหนไม่ได้ ทั้งนี้การพูดคุยในระดับคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-กัมพูชา (เจซี) จะมีเจ้าหน้าที่กองทัพบกเข้าร่วมด้วย และคณะกรรมการทุกคณะจะประกอบทุกส่วนงาน ทั้งนี้ผมไม่ห่วงสถานการณ์อะไร ถ้าเราเตรียมความพร้อมทุกอย่างจะไปห่วงอะไร อย่าเพิ่งไปพูดว่าดีหรือไม่ดี แต่เราจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดตรงนั้นคือคำตอบ เราอย่าเพิ่งไปกังวล สื่ออย่าไปนำเสนออะไรที่วุ่นวาย และอย่าไปพาดพิงการเมือง เดี๋ยวจะวุ่นวายไปกันหมด แล้วจะแก้ปัญหากันไม่ได้ ซึ่งจะล้มเหลวทั้งหมด ดังนั้นต้องระมัดระวัง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีกลุ่มมวลชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านคำตัดสินของศาลโลก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจและดูสถานการณ์ไปก่อนอย่าผลีผลาม อย่าวิตกกังวลไปก่อน เพราะเราได้ตกลงกันว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไทย-กัมพูชา จะมีการพูดคุยกันก่อน ไม่ใช่ว่า ศาลตัดสินวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะปฏิบัติเลย และทางกัมพูชาก็ระบุว่า ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไรจะต้องพูดคุยกัน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อย่าไปพาดพิงว่า จะเสีย หรือได้อะไร เพราะจะทำให้สังคมสับสน ทหารจะทำงานลำบาก อยากให้รอดูสถานการณ์ข้างหน้าดีกว่า อย่าเพิ่งไปประเมิน เพราะการประเมินเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ดีหรือเสียอย่างไร และแก้ไขอย่างไร ตอนนี้เราต้องช่วยกันลดอุณหภูมิของบ้านเมือง เพราะมีหลายเรื่องพร้อมกัน ขอให้ใจเย็น
พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนมีความหวังว่า ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งช่องทางในการติดต่อระหว่างไทยกับกัมพูชาได้ใช้ช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศเป็นหลัก ขณะนี้ทุกคนมีความเข้าใจในหน้าที่ บทบาทของตนเอง ส่วนกรณีที่เกรงว่า การตัดสินของคดีอาจจะส่งผลให้มีการปะทะกันตามแนวชายแดนนั้น ทางผู้บริหารระดับสูง กองทัพ และทุกภาคส่วนรับทราบดีถึงความกังวลของประชาชน ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบ กติกา โดยเราจะทำการพูดคุยกัน และทำความเข้าใจเพื่อให้ตกผลึกเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้เรามีการติดต่อกับทางกัมพูชาตลอด อีกทั้งพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ดูแลเรื่องนี้อยู่อย่างเอาใจใส่ และติดตามสถานการณ์ตลอด รวมถึงมีช่องทางในการติดต่อกับเพื่อนบ้านของเราได้ ทั้งนี้ทางนายกรัฐมนตรี ไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษ เพราะที่ผ่านมาเราทำเรื่องนี้มาตลอด เพียงแต่ในวันที่ 11 พ.ย.นี้จะมีการตัดสินคดี ทำให้วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมาต้องมีการประชุมหารือ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ เตรียมข้อมูลกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทตัวเองดี ขอให้ประชาชนสบายใจได้ ส่วนกรณีที่อาจจะมีกลุ่มมวลชนออกมาเคลื่อนไหวต่อคดีปราสาทพระวิหารนั้น ยืนยันว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์สุข และผลประโยชน์ของชาติถือเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ในคณะทำงานพวกเราทุกคนมีความเข้าใจตรงกัน ไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝง
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพได้มีการติดต่อพูดคุยกับทางกัมพูชาตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนตนได้พบกับผบ.สส. ของกัมพูชา เป็นประจำอยู่แล้ว ขอให้ทุกคนสบายใจอย่าเพิ่งไปกังวลถึงกรณีดังกล่าว ทุกคนทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทั้งนี้ในส่วนของผบ.เหล่าทัพ ไม่ได้เป็นห่วงในเรื่องนี้ เพราะได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนมั่นใจ
"ผบ.ทบ."ไม่สนใคร”นิรโทษกรรมยันทหารไม่ผิดสลายแดง
ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเสนอแก้เนื้อหาในมาตรา 3 ให้นิรโทษกรรมคลอบคลุมแกนนำ และผู้สั่งการในเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองว่า ใครเกี่ยวข้องบ้าง ตนไปเกี่ยวข้องตรงจุดไหน จะเกี่ยวกับบุคคลใดก็ไปถามบุคคลนั้น ถามว่า กองทัพผิดตรงไหน ตนมีความผิดหรือยัง หากยังไม่ผิดแสดงว่าไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้น อย่ามาถามตน ส่วนที่กองทัพบกมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาก็เพื่อติดตาม และต่อสู้คดี ซึ่งวันนี้กำลังพลยังไม่ผิดจึงไม่มีอะไร เป็นคนละเรื่องกัน อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนก็ไปถามคนอื่น อย่าให้ทุกอย่างพันกัน คดีความยังไม่จบ ต้องไปดูว่า จะจบอย่างไร ส่วนใครจะนิรโทษกรรมใครก็เป็นเรื่องของคนอื่น ตนดูแลกำลังพลตามปกติ อย่ามาคาดคั้นผม และตนสู้คดีอยู่ เรื่องอื่นก็ว่ากันไป ต้องไปถามคนทำ
เมื่อถามว่า โอเคหรือไม่หากมีการนิรโทษกรรมให้ทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ตอบว่าโอเคหรือไม่โอเค ต้องไปถามกำลังพลที่บาดเจ็บสูญเสีย ถามตนคงตอบแทนไม่ได้ หน้าที่ของตน คือ ต่อสู้คดี เพื่อให้เขาได้รับความเป็นธรรม แต่เรื่องของหนทางคดีอื่นๆ ก็ไปว่ากัน ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ที่มีผลกระทบต้องตอบคำถาม ต้องยอมรับกัน หากทุกคนยอมรับก็โอเค แต่ไม่ยอมรับกันคงไปไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้น อย่าถามอะไรที่ทำให้เกิดปัญหา
พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะทำให้เกิดกลุ่มมวลชนออกมาเคลื่อนไหวจนบ้านเมืองวุ่นวายว่า ทางทหารคงทำหน้าที่ในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ ส่วนเรื่องอื่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และตนไม่มีความเห็นใดๆ ว่า เหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่ กองทัพให้ความสนใจเรื่องวันที่ 11 พ.ย.นี้ ที่ศาลโลกจะตัดสินคดีปราสาทพระวิหารมากกว่า



