ข่าว

ย้อนรอยเหยี่ยวข่าวเหยื่อไฟใต้กับคาถา'ระวังภัย'

ย้อนรอยเหยี่ยวข่าวเหยื่อไฟใต้กับคาถา'ระวังภัย'

23 ต.ค. 2556

ย้อนรอยเหยี่ยวข่าวเหยื่อไฟใต้ กับคาถา'ระวังภัย' : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน

               "เสี่ยงทุกคน เจ้าหน้าที่ก็เสี่ยง นักข่าวก็เสี่ยง แต่ทุกคนต้องทำงานในหน้าที่" เป็นเสียงของ ปทิตตา หนูสันทัด เหยี่ยวข่าวสาวจากเครือเนชั่นที่กลายเป็นเหยื่อระเบิดรายล่าสุดจากการติดตามเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าไปทำข่าวยังจุดเกิดเหตุระเบิดที่บ้านฮูลูปาเระ หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

               ปทิตตา โดนระเบิดลูกที่ 2 ซึ่งคนร้ายวางดักเอาไว้ห่างจากระเบิดจุดแรกถึงราวๆ 100 เมตร ทำให้เธอและเพื่อนนักข่าวอีก 4 รายบาดเจ็บ แม้อาการไม่ได้หนักหนา แต่ก็เป็นดั่งสัญญาณเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า การปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น...อันตรายทุกวินาที!

               ถึงจะอยู่ในห้วงพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็น และทางการตีปี๊บว่าสถิติความรุนแรงมีแนวโน้มลดระดับลง แต่ก็ประมาทไม่ได้

               เกือบ 1 ทศวรรษของสถานการณ์ไฟใต้ แน่นอนว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ "นักข่าว" ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับฝ่ายไหนเลย ความสูญเสียมีทั้งระดับบาดเจ็บเล็กน้อย บาดเจ็บสาหัส และสังเวยชีวิต โดยเหตุการณ์สำคัญๆ ที่บันทึกไว้มีดังนี้

               7 ตุลาคม 2548 คนร้ายปาระเบิดเข้าไปในร้านลาบเจ๊สาว ใกล้กับโรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำให้ผู้สื่อข่าวและทีมงานของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ได้รับบาดเจ็บ โดยนักข่าวกลุ่มนี้เป็นทีมข่าวที่ติดตามทำข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ลงไปปฏิบัติภารกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

               2 ตุลาคม 2549 เกิดเหตุระเบิดขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุการณ์เผาตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้ผู้สื่อข่าวที่ติดตามทำข่าวได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

               16 มกราคม 2550 คนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังไว้ใต้พื้นถนนในหมู่บ้าน ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เดินทางเข้าไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบือเจาะ หมู่ 1 ต.บือเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ที่เพิ่งถูกคนร้ายวางเพลิงเผา โดยจุดเกิดระเบิดอยู่ห่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ประมาณ 200 เมตร ทำให้ผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หนึ่งในนั้นคือ สัญฐิติ ขอจิตเมตต์ ผู้สื่อข่าวสาวเครือเนชั่น ซึ่งเธอเพิ่งโดนระเบิดในเหตุการณ์ล่าสุดจนได้รับบาดเจ็บอีกครั้งเมื่อ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้ด้วย

               22 พฤษภาคม 2550 เกิดเหตุยิงกันบนถนนท่าสาป-ลำใหม่ บ้านปีซัด หมู่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ระหว่างที่ตำรวจกำลังเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ โดยมีผู้สื่อข่าวติดตามทำข่าวตามปกตินั้น ปรากฏว่าคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้พื้นถนนตรงจุดที่พบศพ ทำให้ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัย รวมทั้งนักข่าวได้รับบาดเจ็บรวม 12 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายฟิลิป เบลนคินซอพ ช่างภาพนิตยสารไทม์ ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคนข่าวต่างประเทศรายแรกที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟใต้

               17 กรกฎาคม 2550 เกิดเหตุระเบิดที่หน้าร้านยะลาบุญศรี จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนรถไฟ ในเขตเทศบาลนครยะลา โดยเป็นระเบิดที่คนร้ายวางไว้ในตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ จอดทิ้งไว้ริมฟุตบาท หลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวได้เข้าไปรายงานข่าวตามปกติ จังหวะนั้นเองคนร้ายซึ่งคาดว่าแฝงตัวอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุได้จุดชนวนระเบิดอีกลูกหนึ่งที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์คันเดียวกัน จนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีได้รับบาดเจ็บทันที 4 นาย และมีผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

               15 มีนาคม 2551 เกิดระเบิด "คาร์บอมบ์" ที่หน้าโรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเกือบ 20 ราย โดยหนึ่งในจำนวนนั้นมี ปาเรซ โลหะสัณห์ ผู้สื่อข่าวเครือเนชั่นประจำ จ.ปัตตานี รวมอยู่ด้วย

               21 สิงหาคม 2551 เกิดระเบิด "คาร์บอมบ์" ที่หน้าร้านอาหารสีส้ม อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่ง "คาร์บอมบ์" ดังกล่าวเป็นระเบิดลูกที่ 2 (second bomb) ทำให้ ชาลี บุญสวัสดิ์ หรือ "ป๋าชาลี" ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเสียชีวิต นับเป็นนักข่าวคนแรกที่ต้องสังเวยชีวิตให้แก่ไฟใต้ นอกจากนั้นยังมี ผดุง วรรณลักษณ์ ผู้สื่อข่าวโมเดิร์นไนน์ทีวี (ช่อง 9) ได้รับบาดเจ็บสาหัส

               16 กันยายน 2554 เกิดระเบิดที่ อ.สุไหงโก-ลก เช่นกัน ทำให้ ภมร ภรณ์พานิช เหยี่ยวข่าวรุ่นใหญ่จากหนังสือพิมพ์สื่อสมุทร ถูกไฟคลอกทั้งตัวจากระเบิดลูกที่ 2-3 อาการสาหัส หลังจากนั้นอีก 7 วัน เขาก็เสียชีวิต

               และล่าสุด 19 ตุลาคม 2556 เกิดระเบิดลูกที่ 2 (second bomb) ที่ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ "คนข่าว" ได้รับบาดเจ็บไปอีก 5 ราย

               ปทิตตา หนึ่งในเหยี่ยวข่าวที่ได้รับบาดเจ็บ บอกว่า สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นมาร่วม 10 ปี ถึงวันนี้ทุกคน ทุกหน่วยรู้วิธีดูแลความปลอดภัยให้แก่ตนเอง แม้นักข่าวจะไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของคนร้ายก็ตาม เช่น หากเป็นการติดตามเจ้าหน้าที่เข้าไปทำข่าว ก็จะพยายามเลี่ยงไม่ใช้เส้นทางสายเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ก็จะไม่เดินทางไปและกลับพร้อมกัน

               แม้สุดท้ายจะมีเสียงเรียกร้องจากนักข่าวขอให้สนับสนุน อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น เสื้อเกราะอ่อน หมวกกันน็อก แต่ถึงที่สุดแล้วคงหนีไม่พ้นการระแวดระวัง สังเกตสังกา และไม่ประมาทแม้แต่วินาทีเดียว ดังเช่นบทกลอนที่ ร.อ.นพดล เตชะ จากหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 เคยแต่งเอาไว้เตือนใจเพื่อนทหาร เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ชายแดนใต้เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2555

               บทกลอนชิ้นนี้ชื่อว่า "ข้อคิดในการลาดตระเวนเส้นทาง" ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือ "ก้าวไปข้างหน้ากับการ ปปส." (ป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ) หลักสูตรการพัฒนาองค์ความรู้การก่อการร้ายและการก่อความไม่สงบสำหรับผู้บริหาร ส่วนวิชาการปฏิบัติการพิเศษ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ซึ่ง "คนข่าว" สามารถนำไปปรับใช้เป็นเครื่องเตือนสติได้เหมือนกัน...
 
               ตรวจดูไหล่ทาง   ระยะห่าง 50 เมตร
 
               สังเกตสายไฟ   มั่นใจแล้วจึงผ่าน
 
               หัวท้ายสะพาน   อีกย่านชุมชน
 
               ถนนขรุขระ   รอยปะสับสน
 
               หลักลายแยบยล      ดูจนแน่ใจ
 
               ท่อลอดสองข้าง   มีของวางใส่
 
               ขุดเจาะเสาไฟ   จำไว้ให้ดี
 
               ตามจุดเส้นทาง   ของวางใช่ที่
 
               เนินสูงที่มี   โจมตีเราได้
 
               ทางแยกยูเทิร์น   อย่าเมินใส่ใจ
 
               กระถางต้นไม้   กองทรายข้างทาง
 
               ม้านั่งเพิงพัก   มักอยู่ด้านข้าง
 
               ถนนหนทาง   ออกห่างจงดี
 
               รถยนต์มอเตอร์ไซค์  จอดไว้ไม่ใช่ที่
 
               ผิดสังเกตสิ้นดี   หลีกหนีจะปลอดภัย
 
               เดินแล้วเหนื่อยนัก    อย่าพักใต้ไม้ใหญ่
 
               ศาลาบรรลัย   เข้าไปอันตราย
 
               ต้องหมั่นสังเกต   สิ่งบอกเหตุทั้งหลาย
 
               ละทิ้งความสบาย  ถึงที่หมายปลอดภัย

............

(หมายเหตุ : ย้อนรอยเหยี่ยวข่าวเหยื่อไฟใต้กับคาถา'ระวังภัย' : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน)