ข่าว

ไทย-เกาหลีใต้และคอร์รัปชั่น

ไทย-เกาหลีใต้และคอร์รัปชั่น

23 ต.ค. 2556

ไทย-เกาหลีใต้และคอร์รัปชั่น : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

               ผลการสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเมือง (Political and Economic Risk Consultancy Ltd.)ในฮ่องกง ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 7 ของประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นมากที่สุดในเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก โดยกัมพูชาครองอันดับที่ 1 ด้วยคะแนน 9.27 รองลงไปได้แก่อินโดนีเซีย 9.25 ฟิลิปปินส์ 8.9 อินเดีย 8.6 เวียดนาม 8.3 จีน 7.93 ไทย 7.55 ถัดไปคือเกาหลีใต้ 5.90 มาเลเซีย 5.70 ไต้หวัน 5.65

               อยากจะเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับเกาหลีใต้ ซึ่งหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นเคยวิเคราะห์ไว้หลายปีว่า หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยมีความเจริญกว่าเกาหลีใต้ แต่ในวันนี้เกาหลีใต้กลับเป็นฝ่ายล้ำหน้าประเทศไทยไปแล้ว 4 เท่า เพราะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเกาหลีใต้ซึ่งบอบช้ำจากการถูกกองทัพญี่ปุ่นรุกรานท่ามกลางความลำบากยากแค้น แต่คนเกาหลีใต้ก็มุมานะสร้างประเทศด้วยความอดทน

               ในช่วงวิกฤติการณ์เศรษฐกิจ ปี พ.ศ.2540 ทั้งไทยและเกาหลีใต้ต่างได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและต่างก็อยู่ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของไอเอ็มเอฟเช่นเดียวกัน แต่เกาหลีใต้เข้มงวดเรื่องวินัยการเงินการคลัง และส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศตั้งแต่การผลิตระดับท้องถิ่นจนถึงระดับอุตสาหกรรม ห้ามประชาชนเดินทางออกนอกประเทศ รวมถึงการสร้างสินค้าทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยี ทำให้สามารถฟื้นตัวและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญก็คือการกำจัดคอร์รัปชั่น

               เกาหลีใต้ในยุคก่อนปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเผด็จการ เผด็จการคนสำคัญของเกาหลีใต้คือ ปัก จุง ฮี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่าง พ.ศ.2504-2522 และเป็นผู้วางรากฐานทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ ด้วยการสร้างวัฒนธรรม “ทำงานหนักและอดออม” แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปัก จุง ฮี ก็ละเมิดเสรีภาพของประชาชนและสิทธิมนุษยชน ด้วยการปราบปรามกลุ่มต่อต้านอย่างรุนแรง หลังยุคของ ปัก จุง ฮี การเมืองของเกาหลีใต้เริ่มโปร่งใสขึ้น นับจาก ประธานาธิบดีคิม ยอง ซัม ใน พ.ศ.2536 ซึ่งมีนโยบายปราบปรามการทุจริตทั้งในวงราชการและธุรกิจอย่างจริงจัง แต่ในที่สุดลูกชายคนหนึ่งของเขาก็พัวพันกับคดีทุจริตเสียเอง

               ใน พ.ศ.2541 คิม แด จึง อดีตนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และสร้างเกาหลีใต้ให้เป็นประเทศที่มีความโปร่งใสทางธุรกิจ ประธานาธิบดีคนต่อมาคือ โรห์ มู ฮุน ซึ่งมีภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์ แต่ปรากฏในภายหลังว่าเขากลายเป็นศูนย์แห่งการคอร์รัปชั่นโดยคนใกล้ชิด โรห์ มู ฮุน ถูกสอบสวน และตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากหน้าผา

               จะเห็นได้ว่าความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาการคอรรัปชั่นมาจากประชาชนตระหนักถึงภัยของการคอร์รัปชั่น ปลูกฝังมาแต่วัยเยาว์ ถัดไปคือเรื่องคุณภาพของประชาชน เพราะการเมืองและนักการเมืองที่มีคุณภาพย่อมมาจากประชาชนที่มีคุณภาพ ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบการศึกษา การสร้างองค์ความรู้ การเสริมสร้างคุณธรรม และการทำให้ประชาชน คิดได้ คิดเป็น สุดท้ายก็คือระบบการรักษาความยุติธรรม ที่เที่ยงตรง ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม

               ครับ ตราบใดที่คนไทยยังชื่นชมเรื่องความมั่งมีโดยไม่คำนึงถึงว่าทรัพย์สินเงินทองนั้นจะได้มาอย่างไร ประชาชนด้อยคุณภาพ มัวเมากับความฟุ้งฝัน และการใช้อำนาจแบบพวกมากลากไป ทำผิดให้เป็นถูก ประเทศไทยก็เห็นทีว่าจะก้าวพ้นการคอร์รัปชั่นได้ลำบาก และนั่นหมายความว่าประเทศไทยก็ต้องติดหล่มลึกจนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

               เราอยากเห็นประเทศของเราตกอยู่ในสภาพนี้ต่อไปหรือครับ ?