
'ประยุทธ์'สั่งรปภ.ใต้เข้มทุกเป้าหมาย
'ประยุทธ์' สั่งทหารใต้ รปภ.เข้มทุกเป้าหมาย กำชับช่วยปชช.พื้นที่เสี่ยง-น้ำท่วมเต็มที่
22 ต.ค. 56 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเน้นการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ โดยกำชับทุกหน่วยให้เพิ่มความระมัดระวังให้กับทุกเป้าหมาย ปรับปรุงประสิทธิภาพในเรื่องด่านตรวจจุดตรวจให้มากขึ้น สำหรับข้อเสนอของ กอ.รมน. ในการผลักดันให้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปภอ.) เพื่อกลไกขับเคลื่อนบูรณาการการทำงานของหน่วยงานราชการในระดับพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชนเริ่มมีพัฒนาการที่ดีตามลำดับ สำหรับคณะพูดคุยสันติภาพที่ได้ดำเนินการโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายใต้รัฐบาลเป็นในส่วนระดับนโยบายยังคงต้องติดตามต่อไป ส่วนทหารภายใต้ กอ.รมน. ทาง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเพียงผู้แทน กอ.รมน. ในการให้ข้อมูลสำคัญ หรือข้อควรระวังต่างๆ ต่อที่ประชุมของศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไชปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาคณะพูดคุยอย่างที่บางสื่อเข้าใจ
กำชับช่วยปชช.พื้นที่เสี่ยง-น้ำท่วมเต็มที่
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมยังอยู่ใน 22 จังหวัด โดยมีพื้นที่วิกฤต เช่น จ.ฉะเชิงเทรา , ชลบุรี , นครราชสีมา และปราจีนบุรี แต่มีแนวโน้มว่า ระดับน้ำจะลดลงหากไม่มีฝนตก ซึ่งกองทัพบกยังคงกำลังกองร้อยช่วยเหลือประชาชน 36 กองร้อย รวม 5,500 นาย ยานพาหนะ 233 คัน เรือ 145 ลำในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่วิกฤตระดับน้ำอยู่ประมาณ 0.5-1.5 เมตร ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กำชับให้ทุกหน่วยทหารอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ โดยได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกคนที่เสียสละ อดทน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยมาเป็นระยะเวลาเดือนเศษ และให้ทุกหน่วยบูรณาการกับทุกส่วนราชการในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือ และให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ห่างไกล
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ที่มีระดับน้ำสูงขึ้น ทางกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) ยังคงใช้รถยนต์บรรทุกรับ - ส่งประชาชน ในพื้นที่ ส่วน อ.ศรีมหาโพธิ ได้ส่งกำลังทหารเข้าช่วยปรับปรุงด้านสุขาภิบาลหลังน้ำลดและจัดชุดเฝ้าระวังจุดเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมซ้ำส่วน อ.บ้านสร้าง ระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น กำลังทหารได้เสริมแนวคันกั้นน้ำตามบ้านเรือน สำหรับ อ.เมือง น้ำยังคงล้นตลิ่งใน ต.วัดโบสถ์โคกไม้ลาย และ ต.ท่างาม ซึ่ง พล.ร.2รอ. และชุดทหารช่างเฉพาะกิจ ต้องใช้เครื่องสูบน้ำสูบน้ำออกจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ และกู้คืนวัดแก้วพิจิตร ส่วน อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมสูง 80 ซม. ทางพล.ม.2รอ. ได้เข้าช่วยประชาชนพร้อมวางกระสอบทรายเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อ.บางน้ำเปรี้ยว ระดับน้ำลดลง 10 ซม. โดยกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21รอ.) เข้าช่วยเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำบริเวณเฟส 7 , 8 และ 9 เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในช่วงต่อไป จะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมในพื้นที่ภาคใต้ อาจทำให้มีฝนตกหนัก ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้กำชับหน่วยทหารในพื้นที่ภาคใต้ ให้แจ้งเตือนสภาพอากาศให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่จะมีฝนตกหนัก และอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม เตรียมป้องกันเหตุฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว



