
'ปู'ลั่น!พร้อมสู้คดีพระวิหารป้องอธิปไตย
'ยิ่งลักษณ์'ลั่น! พร้อมสู้คดีเขาพระวิหารปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่ หวังไม่กระทบความสัมพันธ์ 'ไทย-กัมพูชา' ผู้ช่วยผบ.ตร.-แม่ทัพภาค2ตรวจเยี่ยมกำลังพลเขาพระวิหาร
เมื่อเวลา 16.20น. วันที่ 22 ต.ค.2556 ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ตัดสินคดีพิพาทเขาพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย.นี้ว่า ในส่วนของรัฐบาลเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในเรื่องของข้อกฎหมายและการต่อสู้ในเชิงของการรักษาอธิปไตยของประเทศและทีมงานทุกคนก็ทำอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งการสู้คดีเราก็สู้ทุกประเด็นอยู่แล้ว โดยในช่วงการตัดสินคดีเราก็พยายามมีข้อมูลข่าวสารในการชี้แจงให้กับประชาชนเป็นระยะร่วมถึงแนวทางต่างๆที่เราคิดว่าพอจะอธิบายได้ ซึ่งเมื่อผลออกมาแล้วก็จะมีคณะที่จะศึกษาผลคำตัดสินและชี้แจงเป็นขั้นตอนให้เกิดความเข้าใจโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่เพราะมีกลุ่มที่ยังยืนยันคัดค้านไม่เห็นด้วยกับศาลโลก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรียนว่าเราต่อสู้ทุกประเด็นอยู่แล้วเมื่อผลออกมาอย่างไรเราก็จะต้องมีคณะกรรมการที่จะฟังผลก่อนว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร ซึ่งจริงๆแล้วจะต้องมีรายละเอียดยังมีขั้นตอนอีกเยอะ
เมื่อถามต่อว่าห่วงความขัดแย้งในพื้นที่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องเรียนว่าขอความร่วมมือเพราะว่าเป็นจุดที่อ่อนไหวจริงๆ ซึ่งเราเองก็ต้องทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตยและการต่อสู้ในข้อกฎหมายต่างๆ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราก็อยากขอให้ความสัมพันธ์นี้คงอยู่ และเราสามารถที่จะบริหารจัดการร่วมกันได้ ดังนั้นในส่วนของกลไกลกรรมาธิการระหว่างไทยกับกัมพูชาก็เป็นกลไกสำคัญที่เราหวังว่ากลไกนี้จะหารือถึงแนวทางร่วมกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิเคราะห์แนวโน้มว่าผลการตัดสินจะออกมาแนวทางใดหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในส่วนการวิเคราะห์นั้นเราก็จะมีทีมซึ่งนำโดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศและนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และทีมงานฝ่ายกฎหมายที่ปรึกษากฎหมายเป็นทีมงานที่จะวิเคราะห์รายละเอียดทั้งหมดรวมถึงข้อกฎหมายขั้นตอนต่างๆด้วย ส่วนการเตรียมความพร้อมในวันตัดสินคดีก็จะมีการถ่ายทอดสด ซึ่งจะมีการแปลคำตัดสินทั้งภาษาไทยและภาษอังกฤษเพื่อให้ประชาชนได้ฟังพร้อมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้มองว่าคำตัดสินจะออกมาแนวทางไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้เพราะอย่างที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่ามีแนวทางคำตัดสินออกมาทั้งหมด 4 แนวทาง ซึ่งก็คงต้องแล้วแต่คำตัดสินของศาลโลกที่จะออกมาอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะมีการทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในส่วนของการทำความเข้าใจนั้น เรียนว่าอยากให้นึกถึงกรณีที่หลายประเทศเมื่อมีผลตัดสินออกมาเขาก็สามารถที่จะรักษาบรรยากาศในเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศได้ เพราะว่าความร่วมมือระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องรักษาสันติภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งในปีหน้าเป็นปีสำคัญที่เราจะประกาศการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้นเราต้องพยายามหาแนวทางในการอยู่ร่วมกันให้ได้
ผู้ช่วยผบ.ตร.-แม่ทัพภาค2ตรวจเยี่ยมกำลังพลเขาพระวิหาร
ที่บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร เพื่อเป็นการตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารและบริเวณโดยรอบ ทางคณะได้เดินทางมาโดยเฮลิคอปเตอร์ ลงจอดที่บริเวณสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ภายในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 224 อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปรับฟังการบรรยายสรุปถึงสถานการณ์ชายแดน ที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี ภายในค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
หลังจากที่ทางคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปในเบื้องต้นแล้ว ก็ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณเขาสัตโสม และบริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพื่อตรวจดูพื้นที่แนวชายแดน รับฟังการบรรยายสรุปเพิ่มเติม ที่บริเวณจุดตรวจการโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน จากกองบังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 เป็นผู้รายงานสถานการณ์ล่าสุด
ทั้งนี้ทางคณะยังได้นำสิ่งของมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ ตำรวจและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหารด้วย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ณ ขณะนี้สถานการณ์โดยทั่วไปเป็นปกติดี การเดินทางมาเพื่อนำความขอบคุณจากผู้บัญชาการทหารบกมาถึงทหารทุกหน่วยในพื้นที่ ที่ได้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ในการป้องกันพื้นที่แนวชายแดน และเป้นการมาตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่แนวชายแดนด้วย ได้ให้แนวนโยบายว่า นอกจากจะพิทักษ์ชายแดนแล้วก็ต้องจัดการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทั้งในส่วนเรื่องของภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้น ก็ให้จัดกำลังเข้าช่วยเหลือ การให้ความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ในการดูแลด้านสุขภาพให้กับชาวบ้าน



