ข่าว

คุก!1ปี'หมอป๊อบ'ฉีดฟิลเลอร์พริตตี้ตาย

คุก!1ปี'หมอป๊อบ'ฉีดฟิลเลอร์พริตตี้ตาย

22 ต.ค. 2556

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา 'หมอป๊อบ' ทำประมาทฉีดสารฟิลเลอร์ทำสาวพริตตี้เสียชีวิต ชี้เหตุเป็นเรื่องร้ายแรง

 

                          22 ต.ค. 56  ที่ห้องพิจารณา 804 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1164 /2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธนัช ณัชวีรกุล อายุ 24 ปี หรือหมอป๊อบ อยู่บ้านเลขที่ 29/9 ถ.พลายแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต , กระทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

                          โดยโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 56 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 55 เวลากลางคืน จำเลยได้ฉีดสารฟิลเลอร์เข้าที่สะโพกซ้าย - สะโพกขวา ของ น.ส.อาทิตยา เอี่ยมใหญ่ หรือน้องกระแต พริตตี้สาวสวย อายุ 32 ปี ทั้งที่ต้องกระทำโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญด้านเสริมความงาม แต่จำเลยไม่ใช่แพทย์ผู้ชำนาญ ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา จึงไม่มีความรู้ ความชำนาญเพียงพอ เป็นการกระทำโดยประมาท ปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้สารฟิลเลอร์ไม่เข้าไปในกล้ามเนื้อ ของ น.ส.อาทิตยา แต่เข้าไปในหลอดเลือด แทน ทำให้ น.ส.อาทิตยา เกิดสภาวะสมองตาย จากหลอดเลือดเลี้ยงสมอง และปอดอุดตันจากสิ่งแปลกปลอม จน ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ซ.1 แขวงจอมพล เขตจุตุจักร กทม.

                          ต่อมาวันที่ 21 ก.ย. 55 จำเลยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ให้การรับสารภาพโดยตลอด ว่า เคยเป็นผู้ช่วยแพทย์ในสถานเสริมความงามแห่งหนึ่ง และเคยฉีดสารฟิลเลอร์ให้แก่พริตตี้ และสาวประเภทสอง มาหลายราย ทั้งจำเลยจ่ายเงินชดเชยให้แก่ น.ส.ระเบียบ ผินกลับ มารดาผู้ตายเป็นเงิน 1.5 แสนบาท และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงขอศาลให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นคนดี โดยรอการลงโทษด้วย

                          ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และได้ชดเชยค่าเสียหายให้แก่มารดาผู้ตาย แต่การที่จำเลย ซึ่งมิได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา กลับฉีดสารฟิลเลอร์เข้าสู่ร่างกายผู้ตายโดยปราศจากความรู้ความชำนาญใดๆ ทั้งยังเรียกค่าตอบแทน จึงเป็นการกระทำที่มิได้นำพา และหาได้คำนึงถึงอันตรายที่อาจก่อให้เกิดขึ้นแก่สุขภาพ และชีวิตของบุคคลอื่น ลักษณะของการกระทำผิด และพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง การรอการลงโทษจำคุกจำเลย ย่อมไม่เหมาะสมกับความผิด และไม่ทำให้จำเลยเกรงกลัวหรือหลาบจำ กรณีจึงยังไม่มีเหตุให้โอกาสจำเลยกลับตัวด้วยการรอการลงโทษ

                          จึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 , พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 , 26 , 43 เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อันเป็นบทหนักสุด จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยไว้ 1 ปี

                          ภายหลังญาติของนายธนัช จำเลย ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1.2 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี

                          ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นควรส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวนายธนัช จำเลย ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ