ข่าว

 "น้องอาร์ม"ยอดกตัญญูหาเงินรักษายายเป็นมะเร็ง

"น้องอาร์ม"ยอดกตัญญูหาเงินรักษายายเป็นมะเร็ง

15 มิ.ย. 2552

เด็กชายยอดกตัญญู วัย 13 ปี ทำงานหาเงินดูแลยายป่วยมะเร็งขั้นสุดท้าย รับจ้างช่วยงานอู่ทำสีรถช่วงเย็น-ช่วงเช้าช่วยงานแม่ครัวทำความสะอาดโรงอาหารแลกอาหารเช้า เผยทุกเช้าต้องเดินไปโรงเรียน ทุกวันเสาร์เดินทางข้ามจังหวัดเฝ้ายาย ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด ยันเป็

 เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 15 เม.ย 52 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเด็กชายอาศัยอยู่กับยายป่วยเป็นโรคมะเร็งขั้นสุดท้าย อยากให้สังคมให้การช่วยเหลือ จึงเดินทางไปที่ห้องแถวบ้านชั้นเดียวเลขที่ 256/10 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านพักคนงานของโรงเลื่อยจักรท่าเสา พบดช.อาร์ม แสงหัวช้าง อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ อยู่เพียงลำพัง กำลังทำความสะอาดบ้านและเตรียมตัวไปโรงเรียน แต่นางฟอง สิทธิภา อายุ 74 ปี ยายซึ่งล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย ได้ถูกส่งจัวไปรักษาที่จังหวัดพิษณุโลก
 
 ด.ช.อาร์ม กล่าวว่า ตั้งแต่เล็กอยู่กับตา และยายทำหน้าที่เลี้ยงดูมาโดยตลอด โดยไม่เคยได้เจอพ่อแม่มาก่อน โดยตา ทำงานเป็นยามอยู่ที่โรงเลื่อยจักรท่าเสา ต่อมาได้เสียชีวิต เจ้าของโรงเลื่อยใจดีให้อยู่ฟรีอนุญาติให้อยู่ไปได้ มาระยะหลังยายได้ป่วย ปัจจุบันยายป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรังสีรักษา จ.พิษณุโลก นานเกือบ 1 ปีแล้ว
 
 ทั้งนี้ ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 น.ผมจะเดินเท้าจากที่บ้านมายังสถานีรถไปศิลาอาสน์ เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ระยะกว่า 5 กิโลเมตร โดยจะหิ้วถุงพลาสติกที่ใส่นมกล่อง 1 แพ็ค พร้อมกับขอตั๋วรถไฟฟรีจากเจ้าหน้าที่ช่องจำหน่ายตั๋ว 1 ที่นั่งเดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก ไปเยี่ยมยายที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรังสีรักษา จ.พิษณุโลก  ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในทุกวันอาทิตย์
 
 "ทุกวันจันทร์ถึงศุกณ์ผมไปของานทำที่อู่รับทำสีรถยนต์ ทำหน้าที่ขูดสีรถ และจัดเตรียมอุปกรณ์ เก็บทำความสะอาดอู่ เพื่อแลกกับอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนตอนเช้าของทุกวันที่ไปเรียนหนังสือจะไปช่วยแม่ครัวทำความสะอาดโรงอาหาร เพื่อแลกกับอาหารเช้าและขนม ส่วนยายจะมีรายได้เดือนละ 500 บาทจากเงินเบี้ยยังชีพ เพราะอายุมากไม่สามารถทำงานหนักๆได้ โดยตนจะไม่รบกวนขอเงินยายมาใช้ เพราะต้องการให้ยายเก็บไว้ใช้" ดช.อาร์ม กล่าวและว่า   

 ตอนนี้ผมกับยายต้องอยู่ก่างกันมาเป็นปี  ช่วงที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ยายต้องรับการฉายรังสีทุกวัน เป็นห่วงยายที่สุดทุกคืนจะคิดถึงและนอนไม่หลับ อยากให้ยายหายจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันตามเดิม และบางวันที่อยู่คนเดียว ต้องเดินทางไปกลับวันละ 10 กิโลเมตร แต่เคยมีผู้ใหญ่ใจดีซึ่งเป็นคนขับรถสองแถวรับจ้างเคยอนุญาตให้นั่งรถมาโรงเรียนฟรี แต่เกรงใจเพราะเราไม่ได้ทำงาน หรือทำประโยชน์อะไรให้กับเขา จะอาศัยเขาฟรีไม่ได้ จึงตัดสินใจเลือกที่จะเดินมาเรียน
 
 "ผมไม่อยากได้อะไร แต่อยากให้ยายหาย ขอให้ผมมีงานทำเพื่อแลกกับอาหารและของใช้ไว้ให้ยาย ตั้งแต่ยายไปรักษาตัวที่ จงพิษณุโลก ผมไปเยี่ยมยายทุกสัปดาห์ จะมีเพียง 1 สัปดาห์ที่ไม่ได้ไปหายาย และยายก็ร้องไห้ เพราะว่ารถไฟหยุดวิ่ง เนื่องจากเดินดินถล่มทับรางรถไฟวิ่งไม่ได้ ส่วนอนาคตอย่างเรียต่อสายอาชีพและอยากเป็นช่างซ่อมรถยนต์และอยากเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถ" เด็กชายอาร์ม กล่าว
 
 นางประทุมทิพย์ ไพเราะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด กล่าวว่า เด็กชายอาร์ม เป็นเด็กดีมากๆ เป็นเด็กที่มีความประหยัด เกรงใจ และจะไม่ยอมเอาของใครฟรีๆ แต่ขอแลกกับการทำงาน ตั้งแต่ยายไม่สบายและไปอยู่ จงพิษณุโลกทางโรงเรียนอนุญาตให้รับอาหารฟรีที่โรงอาหารทุกมื้อ คือ เช้า กลางวัน ส่วนตอนเย็นให้แม่ครัวจัดข้าว และอาหารใส่ถุงให้กลับไปทานที่บ้าน แต่เด็กชายอาร์มขอช่วยงานแม่ครัว และทำความสะอาดโรงอาหาร เพื่อแลกกับข้าวทุกมื้อ ที่โรงเรียนมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างคุณครูทุกคนแต่ละเดือนจะหักเงินเข้ากองกลางคนละ 40 บาทเพื่อนำไปช่วยงานด้านสังคม
 
 ดังนั้น เมื่อทราบเรื่องของเด็กชายอาร์ม ได้กำชับให้สามารถมาเบิกเงินกองกลางดังกล่าวไปใช้ได้ โดยเฉพาะใช้ซื้อสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และค่าขนม ไม่น่าเชื่อเด็กชายอาร์มไม่เคยมาขอเบิกเงินดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว เมื่อสอบถามจะได้รับคำตอบว่าตนยังไม่จำเป็น บางครั้งครูที่โรงเรียนให้เงินครั้งละ 100-200 บาท เด็กชายอาร์มจะขอแลกด้วยการทำงานทุกครั้ง
 
 “เด็กคนนี้เป็นเด็กที่มีสำนึกดี มีความรับผิดชอบสูง และจะพยายามสอบถามทั้งผู้ปกครองเพื่อน คุณครู และเพื่อนบ้านอยู่ตลอดเวลาว่ามีงานให้ทำหรือเปล่า การทำงานแต่ละครั้งจะขอเพียงอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ สิ่งที่เป็นห่วงคืออนาคตของเด็ก เพราะทุกวันที่ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนยังมีน้ำใจจาก เพื่อและคุณครูคอยดูแลช่วยเหลือ แต่หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้นไปแล้ว และหากไม่มียาย จะน่าเป็นห่วง เพราะเท่าที่ทราบบ้านพักยังใช้สิทธิของตา แต่เจ้าของอนุญาตให้อยู่ต่อได้ โดยอาศัยอยู่ฟรีทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และข้าวสารให้เดือนละ 1 ถุง ” นางประทุมทิพย์กล่าว
 
 นายสมชาย จงศิริการค้า นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้ประสานไปยังผู้ประกอบการโรงเลื่อยจักรท่าเสา เพื่อขอความอนุเคราะห์ที่อยู่อาศัย ซึ่งเจ้าของรับปากไม่เคยคิดจะขับไล่ เพราะเด็กเป็นคนดี ขยัน และดูแลยาย ส่วนการช่วยเหลือจะประสานไปทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ให้พิจารณาความช่วยเหลือ เทศมนตรีจะพิจารณาด้านทุนการศึกษา และประสานไปยังเทศบาลตำบลท่าเสา ซึ่งเด็กอาศัยในเขตความรับผิดชอบพิจารณาเรื่องเงินสงเคราะห์ และกำชับให้โรงเรียนดูแลเด็กทั้งอุปกรณ์การเรียน อาหาร และดูแลอย่างใกล้ชิด
 
 รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักของเด็กชายอาร์ม ซึ่งเป็นห้องแถวไม้ชั้นเดียว โดยเด็กชายอาร์มอาศัยอยู่ห้องที่สาม โดยภายในห้อง บนหัวนอนจะรูปและโกฏิของตายที่เสียชีวิต พระบรมฉายาลักษณ์องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งก่อนไปโรงเรียนและหลังกลับมาเลิกเรียนเด็กชายอาร์มจะก้มลงกราบเป็นประจำทุกวัน
 
 ส่วนสิ่งของเครื่องใช้อยู่ในสภาพเก่าทั้งที่นอน หมอน มุ้ง โทรศัพท์ 1 เครื่องที่ชำรุด รถจักรยานสภาพเก่า 1 คัน ด้วยตามฝาห้องใช้ตะปูตอกเป็นที่แขวนเสื้อผ้า และยังพบว่าตั๋วรถไฟฟรีทุกใบเด็กชายอาร์มได้นำมาติดไว้ที่ฝาห้องนอน พร้อมใบประกาศเกียรติคุณที่โรงเรียนมอบให้ด้านมีคุณธรรมจริยธรรมติดโชว์อยู่ โดยตัวเจ้าระบุว่า เป็นความภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้รับรางวัลดังกล่าว