
'สนธยา'ยันป้อง'โบราณสถาน'น้ำท่วม!
'สนธยา' แจงสถานการณ์น้ำท่วมโบราณสถาน หากฝนไม่ตกเพิ่มไม่มีปัญหา ด้าน 'ปลอด' ห่วง 'พิมาย' เผยภาคตะวันออกน้ำมากสุดในรอบ 50 ปี
22 ต.ค. 56 เมื่อเวลา 09.30 น. นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ส่วนที่อำเภอพิมาย ก็เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง เพราะเป็นแหล่งโบราณสถานที่น้ำเริ่มมีปริมาณที่สูงขึ้น โดยได้มีการเตรียมขนย้ายวัตถุโบราณ เพื่อป้องกันน้ำที่อาจเพิ่มปริมาณสูงขึ้น แต่ถ้าในช่วงนี้ไม่มีฝนตกลงมา ก็ไม่น่าจะมีปัญหา นอกจากนี้พื้นที่โบราณสถานเดิมที่เคยได้รับผลกระทบ เมื่อปี 54 ก็ได้มีการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงมีมาตรการป้องกัน คาดว่าจะสามารถป้องกันได้ โดยเบื้องต้นได้มีการป้องกันโดยใช้กระสอบทราย ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้จะมีการของบเพิ่มหรือไม่นั้น ถ้าหากมีความเสียหายเพิ่มมากกว่าปกติ ก็คงจะต้องมีการขอสนับสนุนงบประมาณ แต่ครม. ก็ให้ความเห็นชอบในโครงการมอบเงินเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวสามารถนำไปหักภาษีได้สองเท่า โดยการบูรณะครั้งนี้จะมีภาคเอกชนมาร่วมด้วย อาทิ ตลาดหลักทรัพย์ที่บริจาคเงินมาร่วมด้วยจำนวน 54 ล้านบาท
เมื่อถามว่ามีการประเมินความเสียหายหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินเรื่องความเสียหาย เบื้องต้นจังหวัดปราจีนเป็นจังหวัดที่เสียหายมากที่สุด เป็นในส่วนของสำนักงาน แต่โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ยืนยันว่าเราสามารถดูแลได้ เมื่อถามต่อว่าขณะนี้น้ำได้ท่วมเข้าไปยังบริเวณปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา นายสนธยา กล่าวว่า ตอนนี้ได้รับรายงานจากภาพถ่ายที่ส่งมาให้ ก็ยังสามารถป้องกันได้ในเขตปราสาทหิน เพราะเป็นโบราณวัตถุที่มีความคงทนเนื่องจากเป็นศิลาแลง แต่ก็ได้ประเมินและได้เตรียมการป้องกันไว้แล้ว ซึ่งการเตรียมป้องกันอย่างถาวรได้ให้วิศวกรจากทางกรมศิลปากรออกแบบและป้องกัน เพื่อไม่ให้ขัดกับทัศนียภาพปราสาท ทั้งนี้การพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกำลังเร่งดำเนินการอยู่ ฉะนั้นสิ่งปลูกสร้างที่จะเกิดขึ้นทางกรมศิลปากรจะดูในรูปแบบให้เข้ากับสถานปัตยกรรมอย่างใกล้ชิด
'ปลอด' รับห่วงน้ำท่วม 'พิมาย' เผยภาคตะวันออกน้ำมากสุดในรอบ 50 ปี
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร โดยคาดว่าสถานการณ์นี้จะทวีความรุนแรงขึ้นถึงจุดสูงสุดภายใน 3 วันนี้ เพราะ อ.พิมาย เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และอาจมีปริมาณน้ำล้นจากเขื่อนลำตะคองเข้ามาเสริมอีก โดยขณะนี้เขื่อนดังกล่าวยังสามารถรับน้ำได้อีกจนถึงจุดสูงสุด ดังนั้นตนจะรายงานสถานการณ์พื้นที่นี้ ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (22 ต.ค.) ได้รับทราบเพื่อหาทางป้องกันโดยด่วน ส่วนสถานการณ์ในภาคกลางถือว่าเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีน้ำท่วม ยกเว้นพื้นที่บริเวณ จ.ปทุมธานี ลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านริมแม่น้ำที่จะยังประสบน้ำท่วมเพราะได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเล โดยยังเป็นเช่นนี้ไปถึงกลางเดือน พ.ย.นี้
นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่าสำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกมีปริมาณน้ำมากที่สุดในรอบ 50 ปี และเป็นฝนตกหลังแนวเขาเขาเขียวเป็นช่วงสั้นๆ แม้ครั้งนี้คล้ายกับสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 แต่ด้วยประสบการณ์ของเรา รวมถึงความร่วมมือจากหน่วยงานราชการและประชาชน จึงสามารถคลี่คลายปัญหาได้ และเราได้พิสูจน์แล้วว่าแม้น้ำเข้าไปในพื้นที่เศรษฐกิจ แต่เราก็สามารถกู้ได้ รวมถึงการใช้เรือผลักดันน้ำก็ได้ผลดี เราจึงเตรียมจะต่อเรือดังกล่าวเพิ่มอีกนับ 100 ลำ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกอนาคต ทั้งนี้ สถานการณ์ภาพรวมในภาคตะวันออกจะเริ่มคลี่คลายลงในอีก 1 สัปดาห์ โดยพื้นที่ อ.พนัสนิคม อ.พานทอง และนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี และเมื่อหลังจากน้ำลดแล้ว เราจะต้องหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทางจังหวัดและผู้บริหารนิคมฯ เนื่องจากพื้นที่โรงงานเฟส 7-8-9 ในนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวสร้างอยู่บนพื้นที่ลุ่มปากแม่น้ำบางปะกง จึงต้องมีการเตรียมระบบทางระบายน้ำ แนวเขื่อน และวางระบบผังเมืองเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก และเขื่อนสียัด จ.ฉะเชิงเทรา อาจทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น
สำหรับการคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์นั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายที่คัดค้านยังไม่ได้เข้ามาพูดคุยกัน ซึ่งตนพร้อมที่จะคุยตลอดเวลา ทั้งนี้ตนยืนยันว่าพื้นที่ป่าที่จะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เป็นป่าที่เพิ่งขึ้นปลูกเมื่อ 20 ปีเท่านั้น ไม่ใช่เป็นป่าดั้งเดิม จึงยืนยันว่าป่าสร้างได้ แต่ก็ไม่ควรถูกทำลาย และเราต้องใช้ป่าอย่างทะนุถนอม



