ข่าว

'ปชป.'แนะทางออกกม.ล้างผิดยกเข่ง!

'ปชป.'แนะทางออกกม.ล้างผิดยกเข่ง!

22 ต.ค. 2556

'ปชป.' แนะทางออก กม.ล้างผิดยกเข่ง ให้ระบุความผิดให้ชัด จวก 'ปึ้ง' พูดไม่ระวัง จับปท.เป็นตัวประกันคดี 'พระวิหาร' ยัน 'จำนำข้าว' ขาดทุน จี้พาณิชย์เร่งแก้ 'ปูแพง'

 

                          22 ต.ค. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยว่า การเปลี่ยนเนื้อหาในมาตรา 3 ของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จากร่างเดิมไปเป็นตามการเสนอแก้ไขของนายประยุทธ ศิริพานิชย์ รองประธานคณะกรรมาธิการร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมา ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แทนร่างของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นั้น เพราะทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่าหากใช้ร่างของนายวรชัย อาจจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 และสุดท้ายหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญทุกอย่างก็จะกลับไปที่เดิม ซึ่งสาระสำคัญของการแก้ไขคือ ให้มีการนิรโทษกรรมทั้งคนที่ทำผิดกฎหมายอาญา และคนทุจริตคอร์รัปชั่น นั้น เชื่อว่ากระบวนการนี้มีการตระเตรียม เป็นที่รู้กันของกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย และคนในรัฐบาล เพราะกรรมการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยมีการประชุมกันก่อนที่จะประชุมกรรมาธิการ เหมือนกับรู้ว่าจะมีการเสนอเปลี่ยนแปลงเนื้อหากฎหมาย ทั้งนี้ก็เพื่อทดสอบกระแสสังคมในเรื่องดังกล่าว เป็นการโยนหินถามทาง แต่เมื่อมีคนต่อต้านมาก ทั้งคนเสื้อแดงเอง แกนนำคนเสื้อแดงจึงต้องออกมาแสดงละครทำทีว่าไม่เห็นด้วยและรับไม่ได้กับกฎหมายดังกล่าวซึ่งเป็นการเล่นละครที่แนบเนียน

                          นายชวนนท์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอทางออกไปยังรัฐบาลในเรื่องนี้ ในเมื่อมีการยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยเหลือประชาชน แกนนำจะไม่ได้รับอานิสงส์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไม่เกี่ยวแล้ว ขอให้ปรับแก้ถ้อยคำระบุผู้ที่จะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายให้ชัด โดยใช้ลักษณะความผิดเป็นตัวแยก อาทิ ระบุว่าผู้ที่กระทำความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ความมั่นคงที่ไม่มีความผิดอาญา จะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งคิดว่าจะเป็นทางออกที่สวยงามที่สุด และจะทำให้กฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และจะไม่ต้องแท้งในศาลรัฐธรรมนูญ

                          "ดีใจที่วันนี้คนเสื้อแดงหลายคน เช่น นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน.ส.กมนเกด อัคฮาด ที่ออกมายืนยันว่าวันนี้ตาสว่างแล้วว่าถูกรัฐบาลนี้หลอกใช้ หรือกระทั่งนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าหากมีการนิรโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จะออกมาร่วมประท้วงหน้ารัฐสภา ซึ่งผมก็จะรอดูว่าบ.ก.ลายจุดจะรักษาคำพูดตามที่ได้พูดไว้หรือไม่ เพราะหากกระทำจริงตนจะนับถือว่าเป็นคนที่มีจุดยืนพอสมควร แต่หากไม่กระทำตามก็ชัดเจนว่ากระบวนการต่างๆ ของคนเสื้อแดงที่เป็นผู้นำนั้นชัดเจนว่าไม่มีจุดยืนอะไรที่เป็นประชาธิปไตย"

 

 

จวก 'ปึ้ง' พูดไม่ระวังจับประเทศเป็นตัวประกันคดีพระวิหาร

 

                          นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่ศาลโลกจะมีคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย. ว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ออกมาพูดในลักษณะยอมแพ้ และระบุว่าจะรีบประสานกับนายฮอ นัม ฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา โดยเร็ว เพราะ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรกัมพูชาได้เปรียบดังนั้นก็จะรีบหากลไกไปรองรับคำพิพากษา ซึ่งไม่มีใครพูดกันแบบนี้ โดยคำพิพากษาจะออกมาใน อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการประเมินสถานการณ์การรักษาพื้นที่ตามแนวชายแดน การวิเคราะห์คำพิพากษาในแต่ละรูปแบบว่า เราจะมีความพร้อมในการเตรียมรับมือหากคำพิพากษาออกมาในลักษณะใด แต่ขณะนี้นายสุรพงษ์ กลับเอาประเทศไทยจับเป็นตัวประกัน มัดมือมัดเท้าส่งมอบให้กัมพูชา ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะปฏิบัติตามโดยดีและจะยืนยันตามคำพิพากษา

                          "สิ่งที่ตนพูดเพราะเห็นว่า การพูดของนายสุรพงษ์ เป็นการมัดตัวเองเนื่องจากกัมพูชาได้เปรียบ เราแทบไม่มีประตูไหนที่คำพิพากษาออกมาแล้วเราจะได้อะไรเพิ่มเติม เราเพียงรักษาสิ่งที่เรามีไว้ไม่ให้เสียไปมากกว่าเดิม ในทางกลับกันกัมพูชาไม่เจ๊าก็เจี๊ยะ ถ้าศาลพิพากษาไม่มีความหมายก็อยู่ที่เดิม แต่หากศาลพิพากษาว่าอาณาบริเวณตามแผนที่ 1 : 2 แสนตารางกิโลเมตร เขาก็กินพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งเราเป็นผู้เสียเปรียบในกรณีนี้ ดังนั้นเราไม่ควรกระโดดตัวเองลงไปว่าประเทศไทยจะต้องยินยอม ลดความยืดหยุ่นการทำงานของส่วนราชการ เรื่องนี้ดูเหมือนว่าเราจงใจที่เตี๊ยมกันล่วงหน้า และทางกัมพูชาก็ไม่ได้ให้ข่าวเรื่องนี้ แต่กลับเงียบสงบ รอดูคำพิพากษา ขณะที่ฝ่ายไทยใช้คำพูดมัดตัวเองตลอด ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลไทยต้องเร่งรีบร้อนขนาดนี้"

 

 

จับโกหก 'ยรรยง' ยันจำนำข้าวขาดทุน 2 แสนล้านต่อปี

 

                          นายชวนนท์ กล่าวถึงปัญหาในโครงการรับจำนำข้าวว่า เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ข่าวว่ารัฐบาลขายข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาล 54/55 และ 55/56 ได้แล้ว 12 ล้านตัน เป็นเงิน 129,602 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาโดยตลอด แต่ตอนที่นายยรรยงไปตอบกระทู้สด ในวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมากลับบอกว่ามีการขายข้าวและส่งเงินคืนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) แล้ว 168,000 ล้านบาท ซึ่งผ่านไปไม่กี่วันเงินหายถึง 38,398 ล้านบาท ทั้งนี้การที่นายยรรยงออกมายืนยันตัวเลข 129,602 ล้านบาทนั้น ก็เท่ากับยอมรับว่าประเทศไทยขาดทุนจากโครงการจำนำข้าวปีละ 200,000 ล้านบาท เพราะในการขายข้าว 12 ล้านตันนั้น มีราคาขายเฉลี่ยตันละ 10,750 บาท ในขณะที่มีต้นทุนข้าวสาร 28,673 ล้านบาท ทำให้ไทยขายข้าวขาดทุน 17,923 บาทต่อตัน เมื่อขายไป 12 ล้านตันก็จะขาดทุนปีละ 215,076 ล้านบาท ถ้าประเทศขาดทุนปีละ 200,000 ล้านบาท ประเทศไทยล่มจมแน่นอน เพราะไม่มีประเทศใดที่จะมีสถานะการคลังแข็งแกร่งมากพอที่จะรองรับการขาดทุนมหาศาลขนาดนี้

                          ขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ เพราะมีข่าวมาว่ากระทรวงพาณิชย์จะมีการขออนุมัติใช้งบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรีเข้ามาอุ้มโครงการจำนำข้าว เพราะธกส.ไม่มีเงินแล้ว ซึ่งจะผิดมติ ครม.ที่กำหนดกรอบวงเงินในการดำเนินโครงการจำนำข้าว 500,000 ล้านบาท แต่ใช้เกินไปแล้ว 170,000 ล้านบาท ทำให้ปิดบัญชีไม่ลง จึงจะมีการของบกลางไปอุดหนุนโครงการนี้ เป็นการที่รัฐบาลเอาภาษีประชาชนไปโปะการขาดทุนที่รัฐบาลทำไว้

 

 

โต้ 'พร้อมพงศ์' ยันตัวเลขทุจริต 2.35 แสนล้านจริง

 

                          นายชวนนท์ แถลงตอบโต้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่า ตัวเลข 2.35 แสนล้านบาท ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยว่าเป็นตัวเลขการทุจริตนั้นเป็นตัวเลขที่ไม่มีการยืนยัน ว่า พรรคขอยืนยันว่าตัวเลขดังกล่าวถูกคำนวณโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งคำนวณยืนยันมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 โดยมีอัตราการคอร์รัปชั่นร้อยละ 25 หรือ 2.35 แสนล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นตัวเลขขั้นต่ำที่พรรคออกมาพูด ทั้งที่ความจริงตัวเลขของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยังมีตัวเลขการคอร์รัปชั่นที่สูงอีกถึงร้อยละ 30-35 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การคอร์รัปชั่นที่บานขึ้นเป็นดอกเห็ดในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถือเป็นช่วงที่เลวร้ายและรุนแรง เพราะอัตราการเพิ่มของผู้ที่ต้องจ่ายหรือจำนวนที่ต้องจ่าย รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเพิ่มขึ้นสูงอย่างมีนัยที่สำคัญทุกรายการ

                          รัฐบาลชุดนี้ไม่เอาจริงจังกับการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยเอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตเรื่องโครงการรับจำนำข้าว การทุจริตเงินเยียวยาน้ำท่วม หรือโครงการลงทุนภาครัฐอื่นๆ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะมีการลงพื้นที่ในสัปดาห์นี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์การคอร์รัปชั่นในประเทศนี้มีความรุนแรง ซึ่งหากไม่รีบรับรู้ถึงปัญหาและเร่งแก้ไขจะทำให้ประเทศไทยช้าเกินกว่าเยียวยาและอาจถูกทำลายอย่างย่อยยับจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่นำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์

 

 

ซัด 'ปูแพง' จี้พาณิชย์เร่งแก้ก่อนอดตายทั้งประเทศ

 

                          นายชวนนท์ กล่าวถึงปัญหาของแพงว่า ขณะนี้ราคาพืชผักพลไม้ที่ตลาดไท เพิ่มสูงขึ้นบางตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่า 400 เปอร์เซ็นต์ เช่น ผักกาดหอม สัปดาห์ที่แล้ว กิโลกรัมละ 22 บาท สัปดาห์นี้กิโลกรัมละ 40 บาท ขึ้นเท่าตัว ผักกะเพรา กิโลกรัมละ 22 บาทเพิ่มเป็น 70 บาทต่อกิโลกรัม ผักคะน้ากิโลกรัมละ 22 บาท เพิ่มเป็น 42 บาทต่อกิโลกรัม แตงกวา กิโลกรัมละ 5.50 บาท เพิ่มเป็น 10.50 ต่อกิโลกรัม และที่แพงขึ้นอย่างน่าตกใจ คือ ปูทะเล ปกติกิโลกรัมละ 400 เพิ่มเป็น 750 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าปูแพงมากในประเทศนี้ โดยทางกระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปเร่งแก้ปัญหา อย่ามัวแต่โกหกตัวเลขโครงการจำนำข้าว จนไม่สนใจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนที่จะอดตายกันทั้งประเทศ