
'นิรโทษ-พระวิหาร'ล่อแหลมสำหรับ'รบ.'
'ภราดร' ชี้ 'พ.ร.บ.นิรโทษฯ - พระวิหาร' ล่อแหลมสำหรับรัฐบาล เผยมีสัญญาณเกิดเหตุซ้ำรอยวันสถาปนาเบอร์ซาตู
22 ต.ค. 56 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมว่า สถานการณ์ขณะนี้อยู่ในช่วงทรงตัว เพราะเป็นช่วงบ่มเพาะเนื่องจากมีเหตุการณ์เขาพระวิหาร และพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯเข้ามา ซึ่งผู้ชุมนุมกำลังประมวลเรื่องเพื่อใช้เป็นตัวชักชวนมวลชนเข้าร่วม ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับไปใช้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯเดิม ตนมองว่าก็อาจช่วยให้สถานการณ์เบาลงได้ ทั้งนี้ที่มีกระแสข่าวว่ามีการเตรียมขนคนจากภาคใต้เข้าร่วมชุมนุมเราก็กำลังเฝ้าระวัง ถึงอย่างไรก็ดียังได้มีกลุ่มองค์กรมูลนิธิกำลังเคลื่อนไหวซึ่งเขากำลังบ่มเพาะอยู่ ทั้งนี้ประเด็นส่วนมากที่จะใช้ให้มวลชนเข้าร่วมคือ เรื่องเศรษฐกิจ ความเดือดร้อน การทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งยังไม่ปรากฏพบเรื่องอื่นๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเหตุการณ์ใดที่ล่อแหลมสำหรับรัฐบาลมากที่สุด พล.ท.ภราดร กล่าวว่า มีสองเรื่อง คือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และกรณีคำตัดสินของศาลโลกคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นการจูงใจเพื่อยกระดับการชุมนุมขึ้น อย่างไรก็ตามยังมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถทำความเข้าใจได้เพียงพอ ส่วนที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จะเดินทางไปยังลานพระบรมรูปทรงม้าถวายพวงมาลารัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช วันที่ 23 ตุลาคม เเม้จะเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า มาตรการไม่ได้บังคับแต่เป็นพื้นที่ที่ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯอยู่แล้ว ซึ่งสามารถใช้มาตรการต่างๆ ตามที่พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ รองรับไว้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้เปิดให้เป็นพื้นที่สักการะปกติแต่หากมีเหตุการณ์ที่ผิดปกติขึ้นมาเจ้าหน้าที่ก็สามารถประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมได้ทันที
เผยมีสัญญาณเกิดเหตุซ้ำรอยวันสถาปนาเบอร์ซาตู
พล.ท.ภราดร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ขณะนี้ก็ได้มีการเฝ้าระวังอยู่ อย่างไรก็ตามมีสัญญาณจะเกิดเหตุ แบบวันสถาปนาเบอร์ซาตู แต่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเราก็เฝ้าระวังและไม่ประมาท ขณะที่ความคืบหน้าการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ตอนนี้ทางผู้ประสานงานได้มีการประสานมาเพื่อกำหนดวันเวลาในการเจรจาโดยทางเราก็ขอว่าให้เลยกรณีตากใบไป แล้วจะส่งสัญญาณซึ่งกันและกัน



