
กระสุนนัดสุดท้ายของ'จักรกฤษณ์'
กระสุนนัดสุดท้ายของ'จักรกฤษณ์' : รายงาน
“กูอยากได้เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์เหมือนพ่อ”
"เอ็กซ์” จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เปรยไว้กับเพื่อนฝูงและคนรอบข้างเมื่อนานมาแล้ว พ่อของเขาคือ มานพ พณิชย์ผาติกรรม นักยิงปืนทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทอง ปืนสั้นมาตรฐาน ประเภทบุคคลและทีม จากการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 10 ที่เกาหลีใต้ เมื่อปี 2529
แม้ว่า จักรกฤษณ์ จะทำไม่สำเร็จ แต่เขาคือ นักกีฬายิงปืนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทย ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษในการรับใช้ชาติ ในระดับซีเกมส์ นั้น เขาคว้าเหรียญทองมานับแทบไม่หวาดไหว
ในระดับเอเชีย จักรกฤษณ์ คือ นักแม่นปืนจอมเก๋า ที่ใครก็จะประมาทไม่ได้ และในระดับโลกเขาวนเวียนอยู่กับการเป็น 1 ใน 8 ของรอบไฟนอลบ่อยครั้ง
โอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ปักกิ่ง จักรกฤษณ์ เป็นนักแม่นปืนคนแรกของไทย ที่ผ่านเข้ารอบไฟนอลเพื่อชิงเหรียญ แม้ว่าเขาจะได้อันดับ 7 แต่ไม่มีใครเคยทำได้แบบนี้มาก่อน
ยิ่งกว่าผลงานเหล่านั้น เขา คือ นักกีฬาที่มีสีสันที่สุด นักข่าวกีฬา รู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี ทั้งความฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด ความน่ารัก ตลกโปกฮา มีอยู่ในตัวเขาครบถ้วน
คนที่เกลียดเขานั้นมีมากมาย แต่คนที่รักเขาก็รักยิ่งและรักจริงใจ
ชีวิตนอกสนาม “เจ้าเอ็กซ์” นั่นเอง ที่กำหนดชะตาชีวิตของเขา จักรกฤษณ์ สร้างความโด่งดังเหนือการเล่นกีฬา สร้างสีสันอันฉูดฉาดเกินกว่านักกีฬาคนเดียวจะพึงกระทำ
จักรกฤษณ์ เคยปฏิเสธการขึ้นรับเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ปี 2550 หลังแข่งขันเสร็จสิ้น เพราะไปรับงานอีกหนึ่งไว้ แม้เจ้าตัวพยายามบึ่งรถกลับมาสนาม ก็ไม่ทันเวลาเสียแล้ว
“ปักกิ่งเกมส์” จักรกฤษณ์ เป็นนักกีฬาไทยที่คว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนั้น ได้เป็นคนแรก แต่เกือบไม่ได้ไปแข่งขัน เพราะก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน เกิดเหตุทะเลาะวิวาท อย่างรุนแรง
ช่วงเวลาที่สมาคมยิงปืน เปลี่ยนผู้บริหาร จักรกฤษณ์ คือ คนแถวหน้า ที่วิพากษ์วิจารณ์สมาคมอย่างตรงไปตรงมา ตามสิ่งที่ตัวเองเห็น และรู้สึก เมื่อไม่สบอารมณ์กัน จักรกฤษณ์ ก็ต้องต่อสู้ เรื่องการเรียกร้องสิทธิการเป็นสมาชิกสมาคม และการเป็นนักกีฬาทีมชาติ
ซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ลาว ปี 2552 จักรกฤษณ์ ขัดแย้งกับผู้จัดการทีม และกล่าวหากันด้วยถ้อยคำรุนแรง จนถูกปลดจากการเป็นนักกีฬาทีมชาติ และส่งตัวกลับบ้านทั้งที่ยังแข่งขันไม่จบ
หากเป็นคนอื่นอาจจะต้องยุติการเป็นนักกีฬาทีมชาติไปแล้ว แต่ไม่ใช่ “เจ้าเอ็กซ์” เขายังเป็นยอดนักกีฬาอยู่เสมอ การยิงประลองคัดเลือกในการเป็นนักกีฬาทีมชาติ ไม่ว่าครั้งไหน หากคู่แข่งใจไม่นิ่ง จักรกฤษณ์ ยิงเข้าป้ายได้อย่างสบายๆ
ในโอลิมปิกเกมส์ 2012 “ลอนดอนเกมส์” จักรกฤษณ์ ก็ต่อสู้จนได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ ผ่านการยิงคัดเลือก จนเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ได้โควตาไปแข่งขัน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จอะไร แต่เขาเริ่มมองถึงอนาคตของตัวเองบ้างแล้ว ในวัย 40 ปี
"ผมอยากทำงานให้มากขึ้น ทำธุรกิจ สร้างครอบครัว” จักรกฤษณ์ บอกไว้ในช่วง “ลอนดอนเกมส์” เขาอาจจะแข่งขันน้อยลง หันไปสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะโด่งดัง และอื้อฉาว แต่คนในครอบครัวไม่เคยรู้สึกว่ามันเลวร้าย ทำผิดอย่างไร แม่ไม่เคยโกรธเกลียดลูกแม้สักนิด “จักรกฤษณ์” ถือดอกไม้ไปขอโทษภรรยา โอบกอดลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจ อย่างที่พ่อทุกคนเขาเป็นกัน
ชีวิตอันโชกโชนของ “จักรกฤษณ์” ถูกสร้างขึ้นมาจากกีฬายิงปืน กระสุนทุกนัดที่ลั่นออกไป คือเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง ความรัก ความเกลียดชัง และความเป็นตัวตนของเขาอย่างแท้จริง เพียงแต่ ชีวิตนอกสนามยิงปืนนั้น ก็ยังมีปืนและกระสุน ที่กำหนดชะตาชีวิตของเขาให้เป็นไป
ก่อนที่กระสุนนัดสุดท้ายจะดังขึ้น และพรากชีวิตเขาไปตลอดกาล
...........
(หมายเหตุ : กระสุนนัดสุดท้ายของ'จักรกฤษณ์' : รายงาน)



