
'พท.'ขู่ยื่นยุบ'ปชป.'จัดม็อบ!
'เพื่อไทย' ปัดโครงการรัฐบาลเงินรั่ว 30-40% ท้าส่งข้อมูลให้องค์กรอิสระตรวจ สวนโครงการ 'ไทยเข้มแข็ง' โกง ขู่ยื่นยุบ 'ปชป.' จัดม็อบ
21 ต.ค. 56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัววาระประชาชน ภาค 2 ระบุ มีเงินรั่วไหลแต่ละโครงการของรัฐบาลสูง 30-40% ส่งผลให้สูญเงินจากการทุจริตคอร์รัปชั่นกว่า 2.35 แสนล้านบาท ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะเป็นเพียงข้อมูลการคาดการณ์ เเละการพยากรณ์ทางเศรษฐกิจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเท่านั้น แต่ยังไม่มีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าเกิดการรั่วไหลของเงินหรือไม่ ขอท้าให้นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ นำตัวเลขการทุจริตดังกล่าว ยื่นฟ้องต่อองค์กรอิสระ เพื่อดำเนินการกับรัฐบาลได้ หากมั่นใจในข้อมูลข้อเท็จจริง แต่มองว่าการแถลงของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการยกเมฆข้อมูล ขณะเดียวกันกลับสะท้อนถึงความล้มเหลวในการตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้าน ที่ 2 ปีผ่านไป ยังไม่สามารถนำตัวเลขมาเอาผิดรัฐบาลได้ แต่กลับไปอ้างอิงตัวเลขของมหาวิทยาลัยที่เป็นเพียงการคาดการณ์มาโจมตีเท่านั้น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้อยากให้นายอภิสิทธิ์ กลับไปย้อนดูผลงานโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่มีการทุจริตอย่างกว้างขวาง จำนวน 230 โครงการ วงเงินอนุมัติ 199,960 ล้านบาท มีการประเมินว่า ในจำนวนนี้เป็นค่าหัวคิวถึง 20-25% หรือประมาณ 39,999-49,990 ล้านบาท โดยในโครงการเหล่านี้ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้ดูเพียงการประเมิน เเต่ได้ตรวจสอบและยื่นให้กรมสอบสวนพิเศษตรวจสอบแล้ว พบว่าทุจริตรวมกว่า 14,948 ล้านบาท จาก 3 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 สถานี มูลค่า 5,848 ล้านบาท โครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่ง วงเงิน 3,800 ล้านบาท และโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาตามโครงการไทยเข้มแข็งเอสพี 2 วงเงิน 5,300 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าทางพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบโครงการของ ปชป.อย่างเต็มที่ จึงอยากให้ ปชป.ตามไปตรวจสอบตัวเลขด้วย ไม่ใช่เพียงยกข้อมูลการคาดการณ์มาแถลงโจมตี
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เตรียมระดมคนชุมนุมใหญ่วันที่ 6 พ.ย.นี้ รวมถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า เตรียมเป่านกหวีดทันทีหากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านวาระ 3 ว่า เป็นการปลุกปั่นให้ประชาชนออกมาชุมนุม และยังพบว่ามีสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมบางช่องเผยแพร่ข่าวรับสมัครการ์ดเข้าร่วมการชุมนุม การกระทำเหล่านี้ทางพรรคจะรวบรวมว่ามีการเชื่อมเกี่ยวกับ ส.ส.ประชาธิปัตย์ มากน้อยเพียงใด เพื่อเตรียมยื่นเอาผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง และยื่นร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เพื่อดำเนินการยุบพรรคต่อไป



