ข่าว

'ปชป.'จี้'โต้ง'แจงเหตุเด้ง'สุภา'

'ปชป.'จี้'โต้ง'แจงเหตุเด้ง'สุภา'

21 ต.ค. 2556

'ปชป.' จี้ 'กิตติรัตน์' แจงหลังเด้ง 'สุภา' พ้นเก้าอี้ปธ.ปิดบัญชีจำนำข้าว จวก 'รบ.' ทำลายระบบศก.ปท. ชี้ 'คนเสื้อแดง' แค่เบี้ยต่อรองคืนเงินให้ 'ทักษิณ'

 

                                 21 ต.ค. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง และมีการเปลี่ยนประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว จากเดิมที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่า สะท้อนเป้าประสงค์หลักของการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงการคลัง เพราะคนที่อยู่ในกระทรวงการคลังต่างทราบดีว่า มีการเสนอตำแหน่งปลัดกระทรวงให้ข้าราชการระดับ 10 หลายคน แต่ไม่มีใครรับ เพราะมีเงื่อนไขที่รัฐบาลเสนอว่า ใครจะมาเป็นปลัดต้องปลด น.ส.สุภา ออกจากประธานอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ดังนั้นต้องถามกลับไปยังรัฐบาล และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ว่า น.ส.สุภา ทำหน้าที่บกพร่องอย่างไร ถึงต้องเปลี่ยนตัว เพราะตัวเลขขาดทุนในโครงการจำนำข้าวที่ น.ส.สุภา นำมาเปิดเผย ฝ่ายการเมืองไม่สามารถหักล้างได้เลย และ น.ส.สุภา ถือเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แต่ผู้หญิงอีกคน คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กลับเดินหน้าทำลายระบบค้าข้าว ทำลายเกษตรกร ทำลายโครงสร้างภาษี และฐานะทางการคลังของประเทศ

                                 "ในการปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้าย น.ส.สุภา ได้ให้ข้อมูลว่า ในโครงการรับจำนำข้าว มีการขาดทุนเฉลี่ยปีละ 2 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาล ทั้งนายกิตติรัตน์ และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ด้วยตัวเลขและหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกตราหน้าไปตลอดชีวิต ว่าสุมหัวกันโกงชาติ รังแกชาวนา และขอเรียกร้องให้นายรังสรรค์ เปิดเผยข้อเท็จจริงว่าขณะนี้โครงการจำนำข้าว มีตัวเลขความเสียหายเท่าไหร่ เพราะเงินทุกบาทเป็นเงินภาษีของประชาชน ไม่ใช่ของพรรคการเมือง และความเสียหายกว่าครึ่งหนึ่งถูกนักการเมือง และพ่อค้าสมคบคิดกันทุจริต ดึงเงินออกนอกระบบ"

 

 

ชี้ 'คนเสื้อแดง' แค่เบี้ยต่อรองคืนเงินให้ 'ทักษิณ'

 

                                 นายชวนนท์ แถลงว่า ขณะนี้คนเสื้อแดงทั้งประเทศที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็น่าจะตาสว่าง ว่าตกเป็นเพียงเบี้ยของกลุ่มการเมืองพรรคเพื่อไทย ในการใช้ขับเคลื่อน เพื่อจะเอาชีวิตเลือดเนื้อ และการสูญเสียของคนเสื้อแดง มาเป็นเครื่องมือการต่อรองเพื่อเป้าหมายการคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท บวกดอกเบี้ย 1.1 หมื่นล้านบาท ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และขอเรียกการกระทำของแกนนำคนเสื้อแดง ว่าเป็นการเล่นละครฉากใหญ่ เพราะการที่แกนนำอย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาทำทีเหมือนว่าไม่เห็นด้วยกับการล้างผิดแบบยกเข่ง เป็นเพียงละครที่พยายามเล่นบทสุดท้ายของละครอำมหิต และคงเป็นละครที่จะไปจบลงในการประชุมสภาฯ เพราะไม่ว่าจะต่อต้านอย่างไร ต่อให้มีการยกมือไม่รับร่างของกรรมาธิการฯ สุดท้ายมือของพรรคเพื่อไทยที่เหลือก็เพียงพอที่จะผ่านกฎหมายล้างผิดแบบยกเข่ง

                                 "ผมเห็นใจคนเสื้อแดง และอยากเรียกร้องพี่น้องคนเสื้อแดงจริงๆ ให้ออกมาต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้ออกมาเป็นผู้นำในการต่อต้าน เชื่อว่ารัฐบาลจะต้องหยุดฟัง และยอมถอย ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ จึงอยู่ที่พี่น้องเสื้อแดงว่าจะเอาอย่างไร จะยอมให้พ่อ แม่ พี่น้องตายฟรี หรือต้องการจะพิสูจน์ความยุติธรรม หาฆาตกรมาลงโทษ เพราะจะไปหวังกับแกนนำคงไม่ได้ ขณะนี้เข้าคอร์สฝึกการแสดงกันทุกคนแล้ว วันนี้เป็นละครที่เจ็บปวดสำหรับคนเสื้อแดง"

                                 นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ส่วนบางคนที่ออกมาพูดพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าพอใจกับการเปลี่ยนเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ครั้งนี้นั้น ถือเป็นความพยายามในการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างน่าเกลียด การต่อต้านของนายอภิสิทธิ์ ต่อเนื่องคงเส้นคงว่า และเราก็จะเคลื่อนไหวรุนแรงทั้งในและนอกสภาฯ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้พูดในห้องประชุมกรรมาธิการฯว่า "ผมไม่ต้องการนิรโทษกรรม เพราะถ้าผมทำผิด ผมต้องรับผิด มิให้เป็นแบบอย่าง หรือเป็นเยี่ยงอย่างกับนายกฯ คนต่อไปที่จะทำอย่างนั้นได้" ทั้งนี้ขอยืนยันว่า เนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงในกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายการเงินอย่างแน่นอน เพราะมีข้อความว่านิรโทษกรรมให้ผู้ที่ถูกกระทำ หรือได้รับผลกระทบจากองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นโดยการปฏิวัติ รัฐประหาร หมายถึง คตส. ซึ่งมีอยู่กรณีเดียว คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เงิน 5.7 หมื่นล้านบาทคืน