
'พท.'ชี้'ปู'ไม่เกี่ยวแปรญัตติ'นิรโทษ'
'พท.' ปัดเร่งพ.ร.บ.นิรโทษฯ เข้าสภา ชี้ 'นายกฯ' ไม่เกี่ยวแปรญัตติ 'แม้ว' ได้เงินคืนหรือไม่อยู่ที่กมธ.พิจารณา ด้าน 'เลขาฯกมธ.' แจงนิรโทษฯ ยกเข่ง เพราะขัด รธน.ม.30
21 ต.ค. 56 ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หยุดหาเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรื่องการแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้แล้ว เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เนื่องจากเนื้อหาในการแปรญัตติจะเป็นอย่างไร จะไปถึงสุดซอย หรืออยู่แค่กลางซอย หรือปากซอยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งก็มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมเป็นกรรมาธิการฯ โดยเฉพาะตัวนายอภิสิทธิ์ ก็นั่งร่วมพิจารณาอยู่ด้วย
"หากนายอภิสิทธิ์ และพรรคพวก ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้ทุกฝ่ายจริง ทำไมไม่ค้านให้สุดลิ่มทิ่มประตู หรือล้มการประชุม ตามสไตล์พรรคประชาธิปัตย์ เพราะขนาดยึดเก้าอี้ประธานรัฐสภาก็ยังเคยทำมาแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ เห็นว่าตัวเองก็ได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมด้วยใช่หรือไม่ จึงปล่อยให้การพิจารณาผ่านไปได้ แล้วอย่างนี้ นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ จะมาโทษว่านายกรัฐมนตรี ไปสมคบคิดกับกรรมาธิการได้อย่างไร ในเมื่อนายอภิสิทธิ์และสมาชิกพรรค ก็ร่วมนั่งเป็นกรรมาธิการอยู่แท้ๆ"
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่ต้องแสร้งทำเป็นถามนายกฯ ว่ารัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องคืนเงินนั้น ประธานกรรมาธิการฯ ได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า ในขั้นแปรญัตตินี้ ไม่ได้พูดถึงเรื่องการคืนเงิน พ.ต.ท.ทักษิณ และร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวก็ไม่เกี่ยวกับการเงิน จึงไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้ประเด็นเรื่องการคืนเงิน พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการฯ ซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมประชุมอยู่ด้วย จะเป็นผู้พิจารณา ไม่ใช่เรื่องที่นายกฯ เป็นผู้กำหนด ตนขอยืนยันว่า นายกฯ ไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อยู่แล้ว จึงขอให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดใส่ร้ายรัฐบาลและนายกฯ เสียที
ปัดเร่ง พ.ร.บ.นิรโทษฯ เข้าสภา
นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ... (พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ) ว่า ในวันที่ 24-25 ต.ค. กมธ.จะให้ผู้แปรญัตติมาชี้แจงคำแปรญัตติต่อกมธ.จากเดิมที่กำหนดให้ผู้แปรญัตติมาชี้แจงคำแปรญัตติต่อกรรมาธิการฯ ในวันที่ 30-31 ต.ค. ซึ่งไม่ใช่การเร่งรีบที่จะนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เข้าสภาฯ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ผู้แปรญัตติมาชี้แจงคำแปรญัตติได้ทันที
ทั้งนี้คาดว่า กมธ.จะประชุมอีก 2 ครั้ง และจะเสนอรายงานต่อสภาฯได้ในปลายเดือน ต.ค. จากนั้นสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย.จะพิจารณาวาระ 2 ได้ ซึ่งยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่มีผลให้คืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้รับประโยชน์พ้นผิดจากคดีอาญาที่เป็นผลพวงจากการรัฐประหารเท่านั้น หาก พ.ต.ท.ทักษิณ อยากได้เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืน ต้องไปใช้สิทธิฟ้องร้องเองภายหลัง ยอมรับว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกต้านอย่างหนัก เพราะไม่มีทางถูกใจทุกฝ่ายอยู่แล้ว แต่ไม่เชื่อว่าจะทำให้รัฐบาลอายุสั้น แค่กังวลว่า หากถูกปลุกระดมต่อต้านอย่างหนัก อาจเป็นเครื่องล่อให้การรัฐประหารคืนชีพมาอีกครั้ง
'เลขาฯกมธ.' แจงนิรโทษฯ ยกเข่ง เพราะขัดรธน.ม.30
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ... (พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ) แถลงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประโยชน์ พ้นโทษ และได้รับเงินคืน ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะ กมธ.ต้องการแก้ไขผลพวงความไม่เป็นธรรมและความวุ่นวายที่เกิดจากการรัฐประหารตามหลักการและเหตุผลของร่าง และยืนยันว่าไม่ได้มีการเขียนกฎหมาย ที่จะช่วยเหลือผู้ทุจริตคอร์รัปชั่น และไม่ได้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ส่วนใครที่คิดว่าตนเองเสียประโยชน์ หรือได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร ก็สามารถไปใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลในภายหลัง ซึ่งขึ้นอยู่กับศาลจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะได้รับสิทธิ์ดังกล่าวหรือไม่
นายชวลิตกล่าวต่อว่า ยืนยันว่า กมธ.ไม่ได้ทำโดยพลการ ใช้หลักในการทำงานโดยให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ และกมธ.ได้หารือกับกรรมการกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ว่า ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 ที่ระบุว่า บุคคล ย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน แต่ในฐานะ กมธ.ต้องเก็บข้อมูลอย่างรอบด้าน และจากการอภิปรายในวาระที่ 1 และการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนของผู้ใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ 2 ท่าน รวมถึงการให้สัมภาษณ์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ว่า ขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน จึงหารือกันว่า จะทำกฎหมายอย่างไรไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีตก
นายชวลิต กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้น กรรมาธิการฯ เห็นว่าต้องเริ่มที่ทุกฝ่ายให้อภัยก่อน ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ 14 ต.ค. 16 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ก็ยังยอมให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ทุกฝ่าย และเป็นหลักการเดียวที่ทั่วโลกพึงปฏิบัติ เพื่อให้ประเทศชาติกลับมาสงบ แม้กระทั่ง น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ที่เดิมทีก็ไม่ยอมให้มีการนิรโทษกรรมฯ แต่ภายหลังก็ยอมเสียสละเพื่อให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ เพราะหากยังมีความทิฐิอยู่ ก็ไม่เกิดการนิรโทษกรรมฯ ได้สำเร็จ
เมื่อถามว่าทาง กมธ.จะเสนอแก้ มาตรา 309 ด้วยหรือไม่ เพราะขัดแย้งกับตัวร่างฯ ฉบับนี้ นายชวลิต กล่าวว่า ทางพรรคยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น และเชื่อว่ากฎหมายนิรโทษกรรมฯ เป็นกฎหมายพิเศษ น่าจะผ่านการพิจารณาชั้นศาลไปได้ หากมีการยื่นตีความ ส่วนมาตรา 309 นั้น ก็ยอมรับว่ามีหลายฝ่ายต้องการแก้ไข มีแต่พวกที่รักษามรดกรัฐประหารที่สังคมจะต้องตั้งข้อสังเกตว่าพวกนี้อิงแอบเผด็จการทำไม ตนอยากฝากพวกที่ปลุกระดมประชาชนเคลื่อนไหวให้หยุดการกระทำ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยระบุว่าเรียกร้องการเมืองในระบบรัฐสภา แต่วันนี้กำลังนำการเมืองไปนอกสภาฯ จึงขอเรียกร้องให้ต่อต้านการกระทำดังกล่าว



