
'ปึ้ง'ยันลาวให้ไทยยุติหาเหยื่อบินตก
'สุรพงษ์'เผยลาวแจ้งให้ไทยยุติค้นหาเหยื่อเครื่องบินตก เหตุเก็บกู้ซากบินเป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้านลาวขอแค่'เจ้าหน้าที่พิสูจน์เอกลักษณ์ไทย'ร่วมภารกิจต่ออีก 3 วัน
21 ต.ค.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการช่วยเหลือค้นหาผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินของสายการบินลาวตกลงกลางลำน้ำโขง เมืองปากเซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ให้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ 83 คน จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 17 นาย จากกองบัญชาการกองทัพไทย 23 นาย กองทัพเรือ 14 คน กองทัพอากาศ 3 นาย และสำนักงานกงสุลใหญ่ แขวงสะหวันเขต จำนวน 4 คน ซึ่งขณะนี้พบผู้เสียชีวิต 41 คน โดยการเก็บกู้ซากเครื่องบินเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะกระแสน้ำมีความเชี่ยวและแม่น้ำมีสีขุ่นทำให้นักประดาน้ำไม่สามารถมองเห็นสภาพใต้น้ำ
ทั้งนี้ เครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุได้แตกเป็นชิ้นกระจัดกระจาย และเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางกงสุลใหญ่แขวงสะหวันเขต ได้แจ้งกลับมาว่า รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่งลาวได้ขอให้เจ้าหน้าที่ไทยยุติการช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.เป็นต้นไป สำหรับผู้เสียชีวิตที่พบทั้ง 41 ศพนั้น ทางลาวยังคงความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของไทย เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้งหมดสามารถพิสูจน์ได้เพียง 11 ศพ เป็นคนไทย 2 ราย โดยรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่งลาว ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้ว
ลาวขอแค่"เจ้าหน้าที่พิสูจน์เอกลักษณ์ไทย"ร่วมภารกิจต่ออีก 3 วัน
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผลการประชุมคณะทำงานประเมินผลการให้ความช่วยเหลือกรณีเครื่องบินสายการบินลาวตกที่แม่น้ำโขง โดยมีนายณรงค์ ศศิธร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ล่าสุดทางการลาวได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้ให้การสนับสนุนในช่วงเกิดวิกฤติ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในระดับหนึ่งแล้ว ลาวจึงขอเพียงความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 คน ต่อไปอีก 3 วัน ส่วนเจ้าหน้าที่อื่นๆ จะเดินทางกลับวันที่ 22 ต.ค.นี้ โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศจะดำเนินการขนส่งกลับไทย ในเวลา 14.00 น. นอกจากนี้กองทัพอากาศพร้อมให้การสนับสนุนในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศด้วย
นายเสข กล่าวต่อว่า ขณะนี้พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 42 ราย จากทั้งหมด 49 ราย โดยมีการชันสูตร ไปแล้ว 17 ราย ซึ่งมีคนไทย 2 ราย ยืนยันว่า ขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ปากเซ โดยตามที่มีรายงานว่า มีการส่งร่างมาพิสูจน์ดีเอ็นเอในไทย ขอยืนยันเป็นเพียงการนำชิ้นส่วนมาตรวจ โดยขณะนี้เหลือเจ้าหน้าที่พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล จากไทยและออสเตรเลีย ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ และคาดหวังว่า จะพบร่างคนไทยที่เหลือทั้งหมด ส่วนซากเครื่องบินผู้เชี่ยวชาญของบริษัท เอทีอาร์ จะดำเนินการค้นหาซากเครื่องบินและกล่องดำร่วมกับทางการลาว ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่า พบสัญญาณกล่องดำแล้วแต่ยังกำหนดพิกัดไม่ได้ เพราะสภาพปัญหาที่น้ำขุ่นและกระแสน้ำแรงมาก จึงต้องใช้เวลา แต่กล่องดำจะส่งสัญญาณแรงราว 3 วัน หลังจากเกิดเหตุและจะอ่อนลงเรื่อยๆ จนอาจกำหนดพิกัดไม่ได้
ล่าสุดมีรายงานจากฝั่งลาวว่าสามารถพบซากเครื่องบินและกล่องดำแล้ว ร่วมถึงพบศพเพิ่มเป็น 43 ราย



