ข่าว

'มาร์ค'โวยนัดประชุมเร่งจบ'นิรโทษ'

'มาร์ค'โวยนัดประชุมเร่งจบ'นิรโทษ'

21 ต.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' โวยกมธ.นิรโทษกรรม นัดประชุมสัปดาห์นี้ เชื่อมีเจตนาชัด ต้องการเร่งรัดให้จบเร็ว ด้าน '40 ส.ว.' รุมซัด 'เพื่อไทย' ดันกม.นิรโทษกรรมล้างผิด 'ทักษิณ'

 

                                 21 ต.ค. 56  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า ตนเพิ่งทราบว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้นัดประชุมจากเดิมที่มีมติว่าจะประชุมในครั้งต่อไปในวันที่ 30 ต.ค.นี้ แต่มีการแจ้งว่า เปลี่ยนเป็นประชุมในวันที่ 24-25 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นปัญหามากสำหรับ ส.ส.ที่แปรญัติ เพราะได้มีการงดการประชุมสภา ส.ส.จึงมีนัดประชาชนในพื้นที่ การนัดประชุมนี้มีเจตนาชัดเจนว่าต้องการเร่งรัด และพยายามรวบรัดตรงนี้ เพราะในที่ประชุมกมธ.ทำความเข้าใจตรงกันแล้วว่าสัปดาห์นี้ไม่ควรมีการประชุม เพราะ ส.ส.ต้องลงพื้นที่

                                 เมื่อถามว่า คิดว่าการเปลี่ยนวันประชุมให้เร็วขึ้นมีใบสั่งอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเป็นมติและประธานได้แจ้งในที่ประชุมชัดเจน แต่มามีการเปลี่ยนแปลงในวันที่ 21 ต.ค. เมื่อถามย้ำว่า ในช่วงแรกของการพิจารณาในกมธ.ดูเหมือนล่าช้า แต่กลับมาเร่งรัดในช่วงหลังมองว่าเกิดอะไรขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "เขารอจังหวะ ทั้งหมดทุกเรื่องก็เป็นไปตามที่เราเคยพูดไว้ล่วงหน้าว่าสุดท้ายปลายทางกฎหมายนี้คือ ช่วยคนโกงเพียง แต่รอจังหวะเท่านั้นเอง เนื่องจากตอนเสนอมาก็ไม่กล้าเสนอตรงๆ ว่าจะเป็นกฎหมายที่ช่วยคนโกง ต้องเอาคนเสื้อแดง เอาผู้ชุมนุมมาเป็นตัวประกันไว้ก่อน จึงเป็นการยืนยันอีกครั้งว่า การจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาลชุดนี้คือ เอาตนเอง และคนใกล้ชิดมาก่อน"  เมื่อถามถึงกรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัตร ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า วันที่ 6 พ.ย.เป็นวันเริ่มต้นการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน

 

 

เปิดเกมรุกต้านคอร์รัปชั่น

 

                                 นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า รัฐบาลได้ทำงานมาครบ 2 ปี หรือครึ่งทางของสภาชุดนี้ ซึ่งการทำงาน 2ปีพบว่า ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองรุมเร้าประเทศ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญผิด เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองของพวกพ้อง ก่อนประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ ดังนั้นสิ่งที่พรรคจะดำเนินการในช่วง 2 เดือนข้างหน้า คือ การรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าทิศทางที่รัฐบาลกำลังบริหารประเทศ และจัดลำดับความสำคัญอย่างนี้ผิด และมีปัญหาใดบ้างที่เป็นปัญหารุนแรง ที่จำเป็นจะต้องมีการร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไข เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชน โดยเปิดให้ประชนได้แสดงความคิดเห็นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือทางเครือข่ายทางสังคมออนไลน์

                                 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจทางการชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวของ GDP ติดลบ 2 ไตรมาสซ้อน ซึ่งทางเทคนิคถือว่าเป็นภาวะที่ถดถอย ทั้งที่ไม่ได้เกิดวิกฤติปัญหาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีต้มยำกุ้ง วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤติน้ำท่วม ซึ่งตัวเลขการติดลบครั้งนี้สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐ เพราะเครื่องยนต์ที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจทุกตัวนั้น ขณะนี้ไม่ทำงาน และสาเหตุสำคัญของปัญหามาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่รัฐบาลมุ่งทำนโยบายทำโครงการ ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม และสุ่มเสี่ยงต่อภาวะการทุจริตคอร์รัปชั่น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ โครงการรับจำนำข้าว ที่ทำให้ต้องสูญเสียเงินไปนับแสนล้านบาท และข้าวไทยไม่สามารถแข่งขันได้

                                 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน รัฐบาลนี้พยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการการตรวจสอบ และการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นไปตามระเบียบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แทนที่จะทำงบลงทุนตามปกติ หรือไม่ว่าจะใช้วิธีพิเศษในการหาคนมาทำงานในโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจความรุนแรงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น พบว่า ตัวเลขของการที่ต้องจ่ายสินบน หรือที่มีการรั่วไหลในแต่ละโครงการ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ คือประมาณร้อยละ 30 - 40 โดยในแต่ละปีเราสูญเสียเงินไปจากการทุจริต คอร์รัปชั่น ถึง 235,000 ล้านบาท

                                 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จำนวนเงินที่รั่วไหล 235,000 ล้านบาทนี้เราสามารถสร้างรถไฟฟ้าได้ถึง 4 สายสาย คือส่วนต่อขยายของ BTS ทั้งหมด บวกกับสายสีน้ำเงิน ท่าพระ - บางแค สายสีชมพู แคราย - มีนบุรี และสายสีม่วง บางใหญ่ - บางซื่อ สร้างถนนไร้ฝุ่นได้เป็นแสนกิโลเมตร จ้างครูได้เพิ่ม 1 ล้านคน หรือสร้างโรงพยาบาลได้ถึง 2,000 แห่ง ตรงนี้คือความสูญเสียที่กำลังเกิดขึ้นจากปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร และเป็นการสูญเสียโอกาสของเศรษฐกิจของประเทศ และของประชาชน ถ้าเรายังไม่ตื่นตัวเรื่องนี้หรือต่อต้านต่อต้านหยุดยั้งการคอร์รัปชั่น ที่จะกู้เงินอีก 2.2 ล้านล้านบาท ที่จะทำให้คนไทยเป็นหนี้อีก 50 ปี จะต้องสูญเสียอีกเท่าไหร่ ซึ่งจะเป็นเงินมากมายมหาศาล ส่งผลให้ฐานะของประเทศไทยที่จะแข่งขัน ที่จะเติบโต ที่จะสร้างความเจริญนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

                                 "สิ่งที่ผมพูด ไม่ได้เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พูดฝ่ายเดียว แต่ยังมีนักวิชาการสถาบัน องค์กรต่างก็ออกมาตอกย้ำเรื่องนี้ ดังนั้นเราต้องมีการรณรงค์เพื่อให้เรื่องคอร์รัปชั่นเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญสูงสุด ซึ่งพรรคจะจัดกิจกรรม เชิญชวนพี่น้องประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านทาง เฟซบุ๊ค แฟนเพจของพรรคประชาธิปัตย์ และจะรวบรวมความเห็นเพื่อนำไปสู่การเสนอนโยบายวาระประชาชน 2.0 ต่อไปว่า จะต้องทำอะไรบ้างต่อปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น โดยจะเริ่มเปิดตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 ต.ค.จากนั้นจะไปรณรงค์และชี้ให้เห็นถึงตัวอย่างความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งจากนี้ไปประมาณ 2 เดือนเราจะชี้ให้เห็นประเด็นปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศ และนำไปสู่การเสนอทางออก และเรียกร้องว่าถึงเวลาที่รัฐบาลต้องทบทวนวิธีการบริหารจัดการทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองทันที และวันนี้ขอเริ่มต้นด้วยประเด็นการทุจริตคอรัปชั่นและขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมกับเราในการปราบปราม และผมจะแถลงความคืบหน้าทุกวันจันทร์"

                                 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะมีการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาการทุจริต เช่นในโครงการรับจำนำข้าว และจะไปดูว่าหากสามารถนำเงินที่รั่วไหลกลับมาได้ จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งกิจกรรมของพรรคจะทำผ่านเครือข่ายออนไลน์และการลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน

                                 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการเตรียมความพร้อมที่อาจจะเกิดการยุบสภาขึ้นในไม่ช้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกับการยุบสภา แต่ตนถือว่าขณะนี้มาครึ่งทาง   รัฐบาลทำตรงกันข้ามกับที่เคยบอกไว้ช่วงหาเสียงบอกว่าจะให้เศรษฐกิจดี บ้านเมืองสงบ แต่ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ บ้านเมืองขัดแย้ง และประเด็นปมการทุจริตมาเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง เพราะกำลังจะนิรโทษกรรมให้กับการกระทำที่เป็นความผิดให้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น นอกเหนือจากการกระทำไม่ถูกต้องแล้วยังเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกว่า คนทำผิดทุจริตคอร์รัปชั่นสามารถได้รับการนิรโทษกรรมได้ และสองปีที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ได้รับการแก้ไข

 

 

'40 ส.ว.' รุมซัด 'เพื่อไทย' ดันกม.นิรโทษกรรมล้างผิด 'ทักษิณ'

 

                                 ก่อนการเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภาที่มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ส.ว.กลุ่ม 40 ได้หารือถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการ ในวาระที่ 1 ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยนายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.กลางซอย หรือร่างนิรโทษกรรม ตอนนี้ไม่เพียงแต่สุดซอย แต่ได้ทะลุซอยไปแล้ว โดยมีผลให้กับแกนนำและผู้ที่อยู่ต่างประเทศ ตอนแรกบอกว่าให้ประชาชนที่มาชุมนุมเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับแกนนำและผู้สั่งการ แต่ถึงเวลาก็ปลิ้นปล้อนตลบตะแลงออกมาในรูปนี้และที่เย้ยหยันว่าม็อบจุดไม่ติด ตนคิดว่าขณะนี้จุดติดแล้ว การต่อสู้ก็จะย้ายจากในสภาฯ แล้วไปต่อสู้บนพื้นถนนและจะได้เห็นกันในระยะใกล้นี้ คนเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลาง ยิงเอ็ม 79 โกงบ้านโกงเมืองก็พ้นผิด ถือเป็นกฎหมายศาลเตี้ยมีผลในการสั่งสมความคั่งแค้นของประชาชนเมื่อถึงจุดที่ทนไม่ได้ก็จำเป็นต้องมีปฏิบัติการที่ไกลไปกว่าที่ผู้ปกครองบ้านเมืองคาดหมายได้

                                 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับประชาธิปไตยว่าเป็นอำนาจของประชาชนหรือนักการเมือง โดย ร้อยละ 62.5 เห็นว่าเป็นประชาธิปไตยของนักการเมืองเท่านั้น มีเพียงร้อยละ 37.5 ยังเข้าใจผิดอยู่ นึกว่าประชาธิปไตยเป็นของประชาชนอยู่ เพราะระบบพรรคยังเป็นเจ้าของคนเดียว เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม ซึ่งรัฐบาลที่มาจากเจ้าของพรรคคนเดียวถือเป็นรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ส.ส.ที่สังกัดพรรคนี้ก็ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เราต้องช่วยกันกระชากหน้ากากประชาธิปไตยจอมปลอม และสังคมควรตั้งข้อรังเกียจด้วย ล่าสุดพรรคเพื่อไทยได้ออกกฎหมายล้างผิดให้เจ้าของพรรคคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฉบับสุดซอยหรือจนตรอกเพื่อล้างทุกคดีทุจริตของเจ้าของพรรค นำเงินของแผ่นดิน 50,000 กว่าล้านบาทไปจ่ายให้เจ้าของพรรคกลับมาเป็นนายกฯได้ จนตรอกกระทั่งยอมเปิดเผยตัวตน หลอกประชาชนว่าเป็นนักประชาธิปไตย ทำเพื่อประชาชน ตนขอเรียกร้องให้ประชาชนที่รักชาติ รักระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นประมุข ออกมายุติการกระทำของพรรคที่มีเจ้าของคนเดียวให้ได้โดยเร็ว

                                 นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ตนไม่สบายใจที่กรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเสียงข้างมากลงมติเสียงในมาตรา 3 ที่ขัดกับหลักการและเหตุผลของร่างดังกล่าว ที่ต้องการล้างผิดทางการเมืองให้กับประชาชนทุกสีทุกกลุ่มจากการชุมนุมทางการเมือง โดยไม่นิรโทษกรรมให้กับแกนนำ แต่ก็มีการแก้นิรโทษความผิดทางอาญา ภายหลังที่ศาลตัดสินยึดทรัพย์บุคคลคนเดียวที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุม อาจต้องคืนเงินรวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงิน 60,000 ล้านบาท ซึ่งคนไทยทุกคนจะต้องรับภาระหนี้จำนวนนี้เฉลี่ยคนละ 1,000 บาท

                                 ทั้งนี้การพิจารณากฎหมายลักษณะนี้จะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานรัฐบาล ที่มีปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมาย เหมือนกับเป็นการท้าทายม็อบขณะนี้ที่ชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์และสวนลุม ฝ่ายค้าน และม็อบกปท.ก็จะเป่านกหวีดประกาศระดมคนให้มาต่อต้านในวันที่ร่างกฎหมายจะเข้าสภาฯ หากเกิดการปะทะเลือดตกยางออกจนเป็นวิกฤติของชาติ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ตนขอเสนอให้นายกฯ ต้องลงมาแก้ไขปัญหาโดยรีบด่วนก่อนที่วิกฤติการเมืองจะลุกลามใหญ่โตออกไป หากใช้เสียงข้างมากในสภาฯแก้ไขปัญหาไม่ได้ ตนขอเสนอให้ยุบสภาฯหรือลาออกไปเลย