ข่าว

จดหมายเปิดผนึก

จดหมายเปิดผนึก

21 ต.ค. 2556

จดหมายเปิดผนึก : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              ผมได้รับจดหมายเปิดผนึกของ คุณภาณุมาศ ทักษณา ที่เขียนถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เรื่อง “บูรณะภูเขาทอง ฉลองกรุง 232 ปี กันเถอะครับ” ซึ่งในจดหมาย คุณภาณุมาศ เสนอความคิดให้กรุงเทพมหานครดำเนินการบูรณะบรมบรรพต หรือเจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศ ให้เป็น “เจดีย์ทอง” เพื่อเป็นศรีสง่าแก่กรุงเทพฯ ในวาระ 232 ปี ที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงสถาปนาราชธานีแห่งนี้ ซึ่งนับเป็นเจตนารมณ์ที่ดีของคุณภาณุมาศ

              ตามความเป็นจริงนั้น วัดสระเกศราชวรวิหาร นับเป็นวัดสำคัญที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งที่ดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเสด็จกลับราชการสงครามที่กัมพูชา มาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี ได้ทรงประกอบพิธีพระกระยาสนานเพื่อชำระร่างกายก่อนจะเข้าเมืองที่วัดนี้ ซึ่งในเวลานั้นมีชื่อว่าวัดสะแก เป็นวัดเก่าตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ใน พ.ศ.2325 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดสะแก และขุดคลองรอบพระอาราม พระราชทานชื่อใหม่ว่า วัดสระเกศ

              ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและก่อสร้างภูเขาทองขึ้น ทำนองเดียวกับเจดีย์ภูเขาทอง กรุงศรีอยุธยา ซึ่งชาวกรุงเก่านิยมเล่นสักวาในคลองมหานาครอบพระเจดีย์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดให้เปลี่ยนแบบจากเจดีย์ขนาดใหญ่ เป็นก่อภูเขาแล้วสร้างเจดีย์ซึ่งมีขนาดย่อมไว้บนยอด แต่การก่อสร้างมาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเปลี่ยนชื่อจากเจดีย์ภูเขาทอง เป็นบรมบรรพต ต่อมาใน พ.ศ.2493-2497 พระสังฆราชญาโณเทย วัดสระเกศ ได้มีการซ่อมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ ไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดมณฑปของพระเจดีย์

              ผมจำได้ว่าแต่เดิมนั้น เจดีย์ภูเขาทองมีสีเหลืองๆ เมื่อโดนแดดโดนฝน สีที่ทาไว้ก็ลอกไม่น่าดู ในปี พ.ศ.2509 พล.อ.ประภาส จารุเสถียร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลานั้น ได้เป็นประธานบูรณะเจดีย์ภูเขาทอง โดยบุโมเสกสีทองทั้งองค์ และสร้างเจดีย์องค์เล็กเพิ่มขึ้นทั้ง 4 มุม ต่อมาใน พ.ศ.2540 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายโมเสกสีทองเพื่อซ่อมแซมพระเจดีย์

              จากประวัติและความเป็นมาของวัดสระเกศและเจดีย์ภูเขาทองที่มีความสัมพันธ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยนับแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน ผมเห็นด้วยกับคุณภาณุมาศ หากกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการบูรณะวัดสระเกศและเจดีย์ภูเขาทองให้มีความสง่างาม และหากให้ดียิ่งขึ้นไปกว่านั้น ก็ควรจะต้องบูรณะโบราณสถานในพื้นที่ใกล้เคียงเช่น วัดเทพธิดาราม วัดราชธิดา ป้อมพระกาฬ วัดสุทัศนเทพวราราม เสาชิงช้า โบสถ์พราหมณ์ ฯลฯ ตลอดจนอาคาร และชุมชนบริเวณดังกล่าว ให้อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ในอดีต และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน

              แต่พูดก็พูดเถอะครับ ผมไม่อยากให้คุณภาณุมาศคาดหวังอะไรมากมายกับกรุงเทพมหานคร เพราะขนาดการเป็นเมืองหนังสือโลกในปีนี้ กรุงเทพมหานคร ก็ยังทำเหมือนเด็กเล่นขายของ และทั้งๆ ที่มีนักเขียนไทยที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกอยู่ในกรุงเทพฯ มากมาย นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ, สุนทรภู่, พระยาอนุมานราชธน, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส, กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์, ม.ล.ปิ่น มาลากุล, กุหลาบ สายประดิษฐ์, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และ ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ฯลฯ ซึ่งควรค่าแก่การยกย่องเชิดชูเกียรติ และส่งเสริมให้มีการอ่านหนังสือผลงานของนักเขียนเหล่านี้ แต่กรุงเทพมหานครไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่น้อย กลับไปให้ความสำคัญกับรางวัลซีไรต์ ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นประธานกรรมการจัดการประกวด เพียงรางวัลเดียว

              ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า ผู้เกี่ยวข้องในการจัดงานเมืองหนังสือโลกของกรุงเทพมหานคร ขาดวิสัยทัศน์ หรือถนัดแต่เอาใจนาย