
อเมริกาต้องการไทยในยุทธศาสตร์เอเชีย
อเมริกาต้องการไทยในยุทธศาสตร์เอเชีย : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
อาเซียนกำลังคึกคัก จีนกับอเมริกาต่างพากันมาเยือนพร้อมข้อเสนอความร่วมมือใหม่ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าสองมหาอำนาจต้องการผูกมิตรกับประเทศแถวนี้ให้เข้าข้างตัว เท่าที่ผ่านมาดูเหมือนไทยจะได้รับความสนใจจากจีนค่อนข้างสูง ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันสนใจประเทศอื่นมากกว่า ภาพแบบนี้จึงทำให้มีคนวิตกว่านั่นอาจจะแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงระดับความสัมพันธ์และการให้ความสำคัญระหว่างสหรัฐ กับไทยหรือเปล่า และจะทำให้ไทยต้องสูญเสียสิ่งดีๆ ทางยุทธศาสตร์ไปมิใช่น้อยกระนั้นหรือ และหากเป็นเช่นนี้จริง อย่างไรที่ไทยควรดำเนินการเพื่อดึงดูดใจมิตรประเทศตาน้ำข้าวที่พิเศษประเทศนี้
คำตอบทั้งสามข้อตามลำดับนั้นง่ายมาก คือ ใช่ ไม่ใช่ และเฉยๆ จริงอยู่ที่ตอนนี้ใครก็พอมองเห็นศักยภาพของอินโดนีเซียที่มีสูงกว่าชาติอื่นในการจะก้าวขึ้นเป็นพี่ใหญ่อาเซียน รัฐบาลโอบามาก็เห็นอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยแรกที่เริ่มเทความสำคัญของนโยบายมาทางเอเชีย อเมริกาจึงมีข้อตกลงกับอินโดนีเซียมากหน่อย รองลงมาก็คือพม่าที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังมุ่งจะทะลวงเข้าสู่ทุกภาคส่วนของประเทศเปิดใหม่นี้ให้ได้ ดูเผินๆ ไทยอาจมีความสำคัญน้อยกว่าประเทศเหล่านี้ ไทยเป็นมิตร ”ของตาย” ที่ยังไงก็เป็นมิตรเสมอ ซึ่งถ้าสถานการณ์ในภูมิภาคเป็นปกติก็อาจดำเนินนโยบายแบบอ้อยอิ่งกับไทยก็อาจเป็นได้ แต่สถานการณ์วันนี้ไม่เป็นอย่างนั้น
ภายใต้ความเฉย เอียงเข้าหาอเมริกาไม่ชัดแบบสิงคโปร์หรือฟิลิปปินส์ ไทยกลับเพิ่มความสำคัญในอาเซียนในฐานะตัวกลางอย่างแท้จริงภายในอาเซียนเองระหว่างอาเซียนกับมหาอำนาจ ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่ร้อยรัดอาเซียนบกที่ค่อนข้างอยู่ใต้อิทธิพลของจีนกับอาเซียนทะเลที่การเกาะเกี่ยวของอเมริกาเข้มแข็งมาก ไทยไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับใครอย่างชัดเจน (อาจเว้นเขมรสักประเทศหนึ่ง) อย่างเช่นกรณีทะเลจีนใต้ ไทยเป็นมิตรประเภทพิเศษที่ผูกพันทางด้านจิตใจกับจีน แทบจะเป็นประเทศเดียวที่ญี่ปุ่นอ้างได้ว่าเป็นมิตรแท้ และเป็นประตูเปิดเข้าออกไปยังพม่าและรับการเข้ามาของอินเดีย ด้วยสภาพเช่นนี้อเมริกาจะยอมให้ไทยอยู่ใต้อิทธิพลที่มากกว่าของจีนไปไม่ได้
แต่ไทยไม่ใช่ประเทศ "ผู้รับ” อีกต่อไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องคอยเรียกร้องผลประโยชน์และความช่วยเหลือจากกลไกของสหรัฐ เพราะไทยยกระดับตนเองมาสู่จุดที่พึ่งพาตัวเองได้หลายประการ สิ่งนี้เป็นศักดิ์ศรีที่ชาติที่ฉลาดนั้นรู้ดี เหมือนกับลูกจ้างลูกไล่ที่ถึงวันที่ไม่ใช่ลูกจ้างลูกไล่ธรรมดา แต่มีศักยภาพพอที่จะเมินข้อเสนอของนายได้ หากข้อเสนอนั้นไม่เพียงพอ การปรับตัวของฝ่ายที่เคยถือไพ่เหนือกว่านั้นไม่ใช่เพิ่มเงินเพิ่มโบนัส แต่เป็นการยกระดับการยอมรับ ไทยจึงกลายเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์โดยรวม ไม่น้อยกว่าประโยชน์เฉพาะตน อเมริกากำลังดำเนินความสัมพันธ์กับไทยแบบ "ผู้ใหญ่” และให้เปิดโอกาสให้ไทยมีบทบาทในการผลักดันสันติภาพและผลประโยชน์ของทุกฝ่ายรวมทั้งอเมริกาอย่างเต็มที่ สภาพการณ์เช่นนี้ ไทยจึงไม่ได้สูญเสียในสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อไทยเท่าใดนัก แต่กลับจะได้เพิ่มจาก "ความเป็นผู้ใหญ่” ของไทยเอง
ท่าทีเช่นนี้ไทยจึงต้องวางตัวให้เหมาะสม เพราะความสามารถ ความน่าเชื่อถือ ความเป็นมิตรและความเป็นกลาง เป็นสิ่งที่ทำให้ไทยคงความสำคัญต่อประเทศต่างๆ รวมทั้งอเมริกา ไทยทำตัวแบบนี้ล่ะ ไม่ต้องรุกขอโน่นขอนี่เพื่อตัวเอง แต่รุกไกล่เกลี่ยแก้ปัญหาชาวบ้านอย่างมีชั้นเชิง เช่น ปัญหาความไม่สงบในพม่าหรือทะเลจีนใต้ และเป็นสะพานให้แก่ฝ่ายต่างๆ รวมทั้งสหรัฐ ในประเด็นที่พวกเขาไม่กล้าเจรจากันตรงๆ ในบ้านของอีกฝ่ายหนึ่ง การทูตแบบเป็น "ผู้ให้” ไม่ใช่ผู้ขอผู้รับ และการใส่ใจในปัญหาคนอื่นหรือโดยรวม นั้นจะเป็นเสน่ห์อย่างสูง ซึ่งก็จะสอดรับกกับสหรัฐ ที่วางสถานะไทยไว้ในการช่วยผลักดันผลประโยชน์ของอเมริกาแบบมีคลาส ทะเลจีนใต้อาจมีสันติภาพมากขึ้น พม่าและกัมพูชาเปิดรับอเมริกามากขึ้น โดยอเมริกาไม่ต้องขัดแย้งกับจีนมากเกินไป การเป็นตัวกลางของไทยช่วยเรื่องเหล่านี้ได้



