
'กปท.-คปท.'จับมือค้าน'นิรโทษ'
'กปท.-คปท.' จับมือเครือข่ายปชช. ค้านร่าง กม.นิรโทษกรรม ถึงที่สุด ขณะที่ สปท.เตรียมประชุมใหญ่ เครือข่าย 77 จังหวัด 27 ต.ค.นี้ วางเงื่อนไขเป่านกหวีดเคลื่อนไหวใหญ่
20 ต.ค. 56 เมื่อเวลา 14.00 น. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ประธานสมัชชาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) พร้อมด้วยนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (การเมืองสีเขียว) , กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) , เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) , กองทัพธรรม , คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) , แนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน , ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย ได้ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมหารือเครือข่ายภาคประชาชน ในเรื่องการคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการติดตามการตัดสินคดีพิพาทดินแดนบริเวณประสาทพระวิหาร ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 11 พ.ย.นี้
โดยนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า จากการร่วมประชุมหารือขององค์กรต่างๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชน เห็นตรงกันว่า จะร่วมกันคัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ จนถึงที่สุด ขณะที่การหารือยังไม่มีบทสรุป ว่าจะต้องมีการตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาขับเคลื่อนหรือไม่ โดยขณะนี้ให้เป็นความอิสระของแต่ละกลุ่มในการเคลื่อนไหวคัดค้านการออกกฎหมายดังกล่าวและต่อต้านระบอบทักษิณ
ขณะที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ประธานสปท. กล่าวว่า ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น. สปท.ได้นัดประชุมแกนนำเครือข่าย 77 จังหวัด เพื่อหารือวางแนวทางในการเป่านกหวีดครั้งใหญ่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ว่าจะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ได้มีการพูดถึงการคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ และกรณีเขาพระวิหาร รวมทั้งจะมีการหารือฟังความเห็นกันด้วยว่าในการเคลื่อนไหวจะต้องมีการตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาอีกหรือไม่ ส่วนสถานที่การประชุมยังไม่ขอเปิดเผย แต่ทุกคนที่ต้องการร่วมเคลื่อนไหวสามารถมาร่วมประชุมกันได้ ซึ่งจะมีการแจ้งรายละเอียดตามช่องทางอีกครั้ง ส่วนการเคลื่อนไหวหากจะมีกลุ่ม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เราก็เปิดโอกาสสามารถทำได้ในลักษณะอิสระ แต่คงไม่ได้มาในนามของพรรคการเมือง
ด้านนายสมบูรณ์ ทองบุราณ แกนนำแนวร่วมคนไทยรักชาติฯ กล่าวถึงการติดตาม การตัดสินคดีเขาพระวิหาร ว่า ที่ผ่านมากลุ่มมีจุดยืนในการเรียกร้องให้รัฐบาลถอนตัวจากการนำคดีขึ้นสู่ศาลโลก เพราะเป็นห่วงต่อท่าทีของรัฐบาลที่เหมือนจะยินยอมให้ดินแดนกับกัมพูชา เนื่องจากเคยระบุว่า หากศาลโลกมีคำวินิจฉัยอย่างไรก็จะปฏิบัติตาม โดยในวันที่ 27 ต.ค. เวลา 14.00 น. กลุ่มแนวร่วมคนไทยหัวใจรักชาติ พร้อมนัดชุมนุมเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ด้วย แต่สถานที่ยังไม่เปิดเผย และตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.เป็นต้นไป กลุ่มก็จะเดินสายยื่นหนังสือต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกา , อังกฤษ , รัสเซีย , ฝรั่งเศส และจีน ซึ่งทั้ง 5 ประเทศเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เนื่องจากหากมีประเทศใดประเทศหนึ่งรับฟังการคัดค้าน ก็จะเป็นเรื่องดีต่อประเทศไทย เพราะถ้าสุดท้ายศาลโลกมีคำพิพากษาให้ไทยต้องเสียดินแดน 1 ใน 5 ประเทศที่ทางกลุ่มเดินทางไปยื่นหนังสือก็อาจจะช่วยไทยใช้สิทธิในการวีโต้ยับยั้งไม่ปฏิบัติตามมติใดๆ ได้
ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า คปท.ยินดีที่จะร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เพราะเห็นว่ากฎหมายจะทำให้รูปแบบการปกครองเปลี่ยนไป ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่จะกลายเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ เพราะมีการรุกคืบยึดอำนาจฝ่ายตุลาการแล้ว จากที่ปัจจุบันดูเหมือนอำนาจอธิปไตย ฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ จะถูกครอบงำ และกฎหมายนิรโทษกรรม จะไม่ได้เป็นกฎหมาย แต่เป็นคำประกาศยึดประเทศโดยระบอบทักษิณ ขณะที่ตั้งแต่สัปดาห์หน้ากลุ่มนักศึกษา เครือข่าย คปท. จะมีการเดินรณณรงค์ต้านกฎหมายนิรโทษกรรมและระบอบทักษิณ แบบเคาะประตูถึงหน้าบ้านทุกพื้นที่ ขณะที่ในอนาคตจะมีการเสนอยกร่างกฎหมาย เพื่อให้มีการกระจายหุ้นของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ให้กับประชาชน คนละ 100 หุ้น เพื่อให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของ ปตท.อย่างแท้จริง รวมทั้งการยกร่างกฎหมายปลดหนี้เกษตรกร
ด้าน พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำ กปท. กล่าวว่า กปท.จะเข้าร่วมกันต่อสู้ และขอเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อสู้ เพราะฝ่ายของระบอบทักษิณ มีทั้งกองกำลังตำรวจและทหารจำนวนกว่าล้านคน ซึ่งการเคลื่อนไหวของ กปท. ที่ผ่านมาก็ปลุกเร้าให้คนในชาติตื่นรู้ และออกมาร่วมมือกันต่อต้านกฎหมายล้างผิด และการยึดประเทศของระบอบทักษิณอยู่แล้ว ในครั้งนี้จึงยินดีร่วมมือกับทุกฝ่าย
ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ผู้ประสานงานกลุ่ม กปท.กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็เหมือนกับระบอบทักษิณได้กุมอำนาจบริหาร และนิติบัญญัติไปแล้ว และยังพยายามที่จะคุกคามกดดันอำนาจฝ่ายตุลาการ ซึ่งการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ก็เหมือนเป็นการยอมให้คนมอนเตเนรโกได้กลับมาเป็นนายกอีก ดังนั้น วันที่ 27 ต.ค.จึงเป็นการนับถอยหลังของระบอบทักษิณ
ด้าน ร.อ.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม กล่าวว่า ยินดีที่จะร่วมคัดค้านกฎหมาย เพราะ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะทำให้ประเทศไม่ได้เป็นประชาธิปไตย เพราะคนที่กระทำผิด ก็ไม่ได้รับโทษ หรือติดคุก
'คปท.' ยังปักหลักชุมนุมแยกอุรุพงษ์ ยันค้านกฎหมายนิรโทษกรรมถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ว่า ประชาชนยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ โดยในช่วงบ่ายได้มีประชาชน รวมถึงนักเรียน นักศึกษา ทยอยเข้าร่วมชุมนุมอย่างหนาตาขึ้น ขณะที่บนเวทีปราศรัยได้มีการปราศรัยสลับสับเปลี่ยนกับการร้องเพลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกลุ่มนักเรียนที่เข้าร่วมชุมนุมได้พร้อมกันแต่งชุดนักเรียนทั้งยังได้มีการนำผ้าสีดำมาปิดครึ่งใบหน้า ขณะที่นักเรียนบางคนก็สวมหน้ากากสีขาว ทั้งนี้ในการชุมนุม ผู้เข้าร่วมชุมนุมได้ต่างใช้มือตบเขย่าตามจังหวะเพลงกันอย่างสนุกสนาน
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. นายอุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษา ม.รามคำแหง และแกนนำ คปท. แถลงว่า ในวันนี้กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ทั้งอุดมศึกษา และอาชีวะ จะออกไปรณรงค์ที่บริเวณสยาม เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่า คปท.ออกมาเรียกร้อง และประท้วงเรื่องอะไร อีกทั้งยังให้ประชาชนรับรู้ถึงอำนาจของระบอบทักษิณ รวมถึงที่ระบอบทักษิณ ทำลายสถาบันฯด้วย ทั้งนี้ทาง คปท.ขอยืนยันว่า เราคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ทำลายกระบวนการยุติธรรม และจะนำไปสู่อำนาจเผด็จการ อย่างไรก็ตามการนำกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสู่สภา เป็นการประกาศยึดประเทศของระบอบทักษิณ ซึ่งเราไม่สามารถยอมรับได้
"คปท.ขอค้านทุกกรณี โดยเราไม่ยอมเป็นอันขาด ที่จะใช้กฎหมายนิรโทษกรรม อย่างไรก็ตามการชุมนุม เราใช้วิธีสันติ ไม่ก่อความวุ่นวาย เรามีวุฒิภาวะ มีการศึกษา ซึ่งเราไม่เผาบ้าน เผาเมืองแน่นอน"



