ข่าว

ไขคดี!ตร.โคกครามยิงตัวตาย(3)

ไขคดี!ตร.โคกครามยิงตัวตาย(3)

20 ต.ค. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'หยดเลือด'...ไขคดีตร.โคกครามยิงตัวตาย (3) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

                          ลักษณะท่าทางร่างไร้วิญญาณของ "ร.ต.ต.วรพจน์ เสฏฐวัฒอังกูร" รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม ซึ่งเสียชีวิตอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ ภายในรถยนต์โตโยต้า คัมรี สีเทา ทะเบียน ชผ 8837 กรุงเทพมหานคร คือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สำคัญ ที่จะบ่งบอกว่า "ผู้หมวด" วัย 37 ปี รายนี้ ลั่นกระสุนปลิดชีพตัวเอง หรือมีใครจัดฉากฆ่า?

                          เหตุสลดดังกล่าวเกิดขึ้นริมถนนนวลจันทร์ ฝั่งตรงข้าม ซอยนวลจันทร์ 62 เมื่อช่วงใกล้เที่ยงวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา โดยสภาพศพที่พบอยู่ในท่านั่ง แผ่นหลังแนบเบาะ คอและศีรษะโน้มไปข้างหน้าและเอียงไปด้านขวาเล็กน้อย มือซ้ายตกข้างตัวตามแนวแรงโน้มถ่วงของโลก ขณะที่มือขวาวางอยู่บนตักด้านขวา ในมือกำปืนขนาด 9 มิลลิเมตร โดยที่หลังมือด้านขวาเปรอะเปื้อนหยดเลือด เช่นเดียวกับอาวุธปืนที่อยู่ในมือ

                          บริเวณแผ่นหลังมีรอยกดทับจากซองปืนที่เหน็บอยู่กับแผ่นหลัง ขณะที่เสื้อด้านขวาเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ที่ศีรษะด้านขวามีรอยกระสุนปืนเข้าทะลุกะโหลกศีรษะด้านซ้าย แนววิถีกระสุนจากหลังไปหน้า และจากขวาไปซ้าย ก่อนจะทะลุกระจกรถยนต์ด้านหน้าซ้าย มุมเงยประมาณ 20 องศา

                          บาดแผลกระสุนเข้ามีคราบเลือดไหลออกมาไม่มากลักษณะไหลจากบนลงล่าง ขณะที่รอยกระสุนออกมีเลือดไหลออกมามากกว่าด้านกระสุนเข้า แรงดันส่งผลให้เลือดไหลออกจมูก ปาก และหู โดยเลือดหยดลงตามแนวแรงโน้มถ่วงของโลก ชุ่มเสื้อด้านขวา ตรงกันกับทิศทางการโน้มเอียงของศีรษะ ที่โน้มไปทางด้านขวาเล็กน้อย

                          "เลือดจะไหลสองทางกระสุนที่ทะลุเข้าทางด้านขวาออกทางด้านซ้าย แล้วศีรษะเอนไปทางด้านขวาเลือดก็จะไหลไปทางนั้นมาก ขณะเดียวกันอีกด้านที่เป็นรอยทะลุของหัวกระสุน เลือดที่มีแรงดันอยู่ก็จะไหลออกมาด้วย เวลายิงเข้าไปในศีรษะจะเกิดความเสียหายในกะโหลก เลือดจะออกทั้งที่หู ที่จมูก และที่ปาก เป็นไปตามธรรมชาติ ร่องรอยการหยดของเลือดไหลตามแนวดิ่งชี้ให้เห็นว่าหลังจากยิงด้านขวาทะลุด้านซ้าย เลือดก็ไหลตามแนวดิ่ง การเคลื่อนไหวของตัวผู้เสียชีวิตมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อยพอโน้มศีรษะลงเลือดเลยเป็นรอยโค้ง ขณะเดียวกันมีรอยเลือดออกจากหูเป็นแนวดิ่ง ขณะที่ไหลมาจากข้างบนก็เป็นแนวดิ่ง ขนานกัน" พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ให้ข้อมูลภายหลังได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้ควบคุมการคลี่คลายคดีดังกล่าว ขณะยังทำหน้าที่ผู้ช่วย ผบ.ตร.

                          บริเวณบาดแผลด้านขวาของศีรษะมีรอยช้ำ รอยเท่าปากกระบอกปืน ลักษณะของบาดแผลเกิดจากการกระแทกของปากกระบอกปืนเนื่องจากการจ่อปืนประชิดศีรษะ โดยหนังศีรษะมีรอยไหม้และมีคราบเขม่าดินปืนติดอยู่

                          ขณะที่ง่ามมือขวาระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มีรอยช้ำ เกิดจากการกระแทกของด้ามปืน โดยลักษณะการยิงปืนของผู้ตาย ใช้มือทั้งสองข้าง โดยใช้มือขวาจับด้ามปืนแล้วใช้มือซ้ายประคองอยู่ที่โครงลูกเลื่อนเมื่อลั่นไกแล้วลูกเลื่อนถอยมากระแทกที่ง่ามมือขวา ซึ่งอาจทำให้ลูกเลื่อนถอยไม่สุด เป็นสาเหตุที่ทำให้พบลูกกระสุนขัดลำกล้องอยู่ 1 นัด

                          โดยการตรวจสอบเขม่าดินปืนที่มือทั้ง 2 ข้างของผู้ตาย พบเขม่าดินปืนจำนวนมากบริเวณหลังมือด้านขวาและซ้าย แต่ที่หลังมือด้านซ้ายพบในปริมาณที่มากกว่า ขณะที่ฝ่ามือกลับไม่พบเขม่าดินปืนแต่อย่างใด ซึ่ง พล.ต.อ.จรัมพร อธิบายว่า เป็นเพราะฝ่ามือกำอาวุธปืนเขม่าดินปืนจึงคลุ้งไปเกาะได้เฉพาะบริเวณหลังมือ

                          สภาพศพและร่องรอยต่างๆ ที่พบในจุดเกิดเหตุ ถูกนำมาประมวลเพื่อยืนยันการตายของผู้เสียชีวิต โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานได้จำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเพื่อความกระจ่าง โดยอาศัยข้อมูลจากวัตถุพยานที่พบประกอบกับคำให้การของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ 

                          พล.ต.อ.จรัมพร ให้ข้อมูลว่า จากหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุและคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์พอจะประมวลได้ว่า ผู้ตายน่าจะใช้มือขวากำด้ามปืนแล้วใช้มือซ้ายจับประคอง หันปากกระบอกปืนประชิดศีรษะแล้วลั่นไก ทำให้ปืนกระแทกเข้าตรงบริเวณรอยกระสุนเข้าเป็นรอยช้ำ ขณะที่แรงกระแทกของปืนทำให้ที่ง่ามมือขวาที่จับด้ามปืนเป็นรอยช้ำด้วย แรงกระแทกทำให้กระสุนอีกนัดเคลื่อนไปขัดลำกล้อง ก่อนที่มือขวาที่จับด้ามปืนจะตกลงไปวางอยู่บนตักด้านขวา ขณะที่มือซ้ายตกลงข้างตัว

                          ทิศทางการวิ่งของกระสุนพุ่งทะลุศีรษะด้านซ้ายก่อนจะทะลุกระจกประตูรถด้านซ้ายทำมุมประมาณ 20 องศา ซึ่งจากการจำลองเหตุการณ์ พบว่าข้อสันนิษฐานดังกล่าวเข้ากันได้กับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ รวมถึงคำให้การของผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์

                          สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับความถนัดของผู้ตายภายหลังภรรยาให้ข้อมูลว่า สามีถนัดมือซ้าย ไม่น่าจะใช้มือขวาจับปืนแล้วลั่นกระสุนปลิดชีพตัวเอง คลี่คลายลงหลังจากตำรวจชุดคลี่คลายคดี ได้ตรวจสอบภาพถ่ายของผู้ตาย ขณะทำกิจวัตรต่างๆ ในอดีตก่อนจะเสียชีวิต

                          พบว่ามีภาพถ่ายจำนวนไม่น้อยที่ผู้ตายใช้มือขวาในการทำกิจวัตรต่างๆ เช่น ใช้มือขวาจับไมค์ร้องเพลง ใช้มือขวาจับมีดตัดเค้ก หรือใช้มือขวากรอกน้ำ ที่ชัดเจนที่สุดคือภาพถ่ายขณะผู้ตายฝึกซ้อมยิงปืน ที่ปรากฏว่าผู้ตายใช้มือขวาจับด้ามปืนโดยมีมือซ้ายประคอง และใช้นิ้วชี้ขวาเหนี่ยวไกปืน ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ขณะเกิดเหตุผู้ตายจะใช้มือขวาจับปืนลั่นไกปลิดชีพตัวเอง  

                          "จากการตรวจเขม่า และรอยช้ำที่ง่ามมือสันนิษฐานเหตุที่ลูกปืนขัดลำกล้องเนื่องจากลูกเลื่อนถอยไม่สุด หรือถูกขวางหรือถูกกั้น ถูกปิดบังทำให้ลูกเลื่อนถอยไม่สุด สิ่งที่สันนิษฐานคือง่ามมือจับสูงทำให้ลูกเลื่อนถอยมาไม่สุด ประกอบกับมือซ้ายซึ่งกำอยู่กับตัวโครงปืนกำอยู่กับลูกเลื่อนก็มีส่วนที่จะบีบหรือกระชับทำให้ลูกเลื่อนถอยไม่สุด ซึ่งอีกเพียงนิดเดียวลูกปืนก็จะเข้าสู่รังเพลิงแต่ตรงนี้มีอุปสรรคเนื่องจากถูกขวางกันโดยมือที่จับประคองอยู่ ถามว่าทำไมเราจึงเชื่อว่าเขาใช้มือขวาจับแล้วใช้มือซ้ายประคองปืนก็เพราะมีภาพลักษณะการซ้อมยิงปืนของเขา ซึ่งจับประคองสองมือเหมือนกัน" พล.ต.อ.จรัมพร อธิบาย

                          ภาพวงจรปิดยังเป็นหลักฐาน ที่ช่วยยืนยันว่ามีการยิงปืนในรถยนต์คันเกิดเหตุ โดยหลังเกิดเหตุตำรวจได้ประสานขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำการวิเคราะห์ฮีตโตรแกรม ภาพถ่ายในวินาทีเกิดเหตุ ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ โดยจากการวิเคราะห์พบว่าในวินาทีลั่นไกมีแสงสะท้อนบริเวณกระจกรถยนต์คันเกิดเหตุมากกว่าช่วงเวลาปกติ เห็นชัดเจนในภาพกราฟที่พุ่งสูงขึ้นในโปรแกรมที่ใช้วิเคราะห์ โดยผู้เชี่ยวชาญดังกล่าววิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงของเส้นกราฟที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกลุ่มควัน และกระจกที่แตกเป็นรูรับแสงสว่างจากภายนอก ซึ่งการวิเคราะห์ดังกล่าวช่วยยืนยันว่าห้วงเวลานั้นน่าจะมีการยิงปืนภายในรถยนต์และกระสุนทะลุกระจกออกมานอกตัวรถ

                          ในอดีตมีคดียิงตัวตายซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการยิงตัวตายเอง หรือมีใครจัดฉากฆาตกรรม กลายเป็นข่าวครึกโครมอย่างมาก คือกรณีการเสียชีวิตของ "ห้างทอง ธรรมวัฒนะ" ทายาทตลาดยิ่งเจริญ และนักการเมืองอนาคตไกลในยุคนั้น 

                          นายห้องทอง ถูกพบกลายเป็นศพอยู่ภายในห้องนั่งเล่น คฤหาสน์หรูริมถนนพหลโยธินของตระกูลธรรมวัฒนะ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากตลาดยิ่งเจริญมากนัก โดยสภาพศพเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้โซฟา แผ่นหลังแนบกับเก้าอี้โซฟา โดยที่หน้าและลำตัวโน้มไปด้านหลัง ในลักษณะหงายหน้า เท้าทั้งสองข้างเหยียดตรง มือซ้ายพาดอยู่บนพนักพิงของเก้าอี้โซฟา ขณะที่มือขวาวางพาดอยู่บนลำตัว ใกล้กับปืนลูกโม่ขนาด .38 ซึ่งอยู่บนลำตัวเช่นกัน

                          ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของเครื่องใช้อยู่ในตำแหน่งเดิม เสื้อผ้าที่ผู้ตายสวมใสไม่มีรอยยับที่เป็นผลมาจากการต่อสู้หรือดิ้นรนหรือจากการถูกฉุดกระชาก ภายในห้องดังกล่าวรวมถึงบริเวณบ้านพักไม่พบหยดเลือดใดๆ นอกเหนือจากบริเวณเก้าอี้โซฟา

                          บริเวณขมับขวาของนายห้างทอง มีรอยกระสุนปืนลูกปลายชนิดพิเศษแบบ ccl Speer ขนาด .38spl/.357 โดยปืนที่พบในที่เกิดเหตุมีกระสุนอยู่ในลูกโม่ 6 นัด ยิงไปแล้ว 1 นัด จากบาดแผลมีหยดเลือดไหลลงสู่พื้นในทิศทางตามแนวแรงโน้มถ่วงของโลกจากบนลงล่าง ซึ่ง ดร.เฮนรี ซี ลี ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช จากสหรัฐอเมริกา ได้นำประเด็นของลักษณะหยดเลือดที่พบในจุดเกิดเหตุเป็นประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์ ก่อนจะสรุปในเบื้องต้นว่านายห้างทองน่าจะยิงตัวตายมากกว่าถูกฆาตกรรม

 

 

----------------------

(ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ไขคดี!ตร.โคกครามยิงตัวตาย(1)

 

- http://www.komchadluek.net/detail/20131006/169866/ไขคดี!ตร.โคกครามยิงตัวตาย(1).html

 

ไขคดี!ตร.โคกครามยิงตัวตาย(2)

 

- http://www.komchadluek.net/detail/20131013/170377/ไขคดี!ตร.โคกครามยิงตัวตาย(2).html

 

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'หยดเลือด'...ไขคดีตร.โคกครามยิงตัวตาย (3) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)