
อึ้ง!'ซาอุฯ'เมินเก้าอี้ยูเอ็นเอสซี
'ยูเอ็น' ตะลึง ซาอุดีอาระเบียเปลี่ยนใจชั่วข้ามคืน ปฏิเสธรับเก้าอี้คณะมนตรีความมั่นคงฯ หลังเพิ่งได้ครั้งแรก
20 ต.ค. 56 กระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น (18 ต.ค.) ปฏิเสธนั่งเก้าอี้สมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ทั้งที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น นักการทูตของซาอุฯ ทั้งที่สหประชาชาติในนิวยอร์ก และในกรุงริยาด ก็เพิ่งฉลองชัย หลังได้รับเลือกเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดี อันเป็นผลจากการทำงานหนักของบรรดานักการทูตตลอดสองปี
การตัดสินใจของซาอุฯ ซึ่งมาจากความเห็นชอบจากกษัตริย์อับดุลเลาะฮ์ สร้างความตกตะลึงแก่นักการทูตยูเอ็นถ้วนหน้า และเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นักการทูตซาอุฯ คนหนึ่งเปิดเผยว่า การกลับลำกะทันหัน มีขึ้นหลังการถกเถียงระดับสูงมานานหลายสัปดาห์ว่าอะไรคือประโยชน์จากการได้ที่นั่งในคณะมนตรีความมั่นคงฯ ที่มีรัสเซียกับจีน สมาชิกถาวร และมีสิทธิยับยั้งหรือวีโต้มติ คอยขัดขวางทุกความพยายามที่จะกดดันประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย ซึ่งสวนทางกับความต้องการของซาอุฯ
กษัตริย์อับดลุลเลาะฮ์ ทรงผิดหวังอย่างมากกับจุดยืนของสหประชาชาติต่อเหตุรุนแรงในซีเรียที่ไม่มีวี่แววยุติ และผิดหวังที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เปลี่ยนใจระงับการโจมตีทางอากาศเมื่อเดือนกันยายน หันไปสนับสนุนข้อตกลงนำโดยรัสเซีย ที่ให้ซีเรียทำลายคลังอาวุธเคมีแทน
การเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน ถือเป็นการตบหน้าสหประชาชาติ และสหรัฐอเมริกา หนึ่งในพันธมิตรตะวันตกที่ใกล้ชิดที่สุดของซาอุฯ
แถลงการณ์ ระบุว่า การปล่อยให้รัฐบาลซีเรียเข่นฆ่าประชาชนด้วยอาวุธเคมีโดยโลกนิ่งเฉย ปราศจากมาตรการป้องปรามใดๆ เป็นหลักฐานถึงความล้มเหลวของคณะมนตรีฯ ในการปฏิบัติหน้าที่และแสดงความรับผิดชอบ นอกจากนี้ คณะมนตรีฯ ยังล้มเหลวในการหาทางออกอย่างยั่งยืน และเป็นธรรมต่อความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ และล้มเหลวในการปลดปล่อยตะวันออกกลางจากอาวุธทำลายล้างสูงทั้งมวล ซึ่งถูกตีความว่าหมายถึงอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอล
รัสเซีย วิจารณ์ว่า เหตุผลของซาอุฯ สร้างความงุนงง และการวิจารณ์คณะมนตรีความมั่นคงเกี่ยวกับวิกฤติซีเรีย ก็แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปลี่ยนใจชั่วข้ามคืน น่าจะสร้างความไม่พอใจให้แก่ชนชั้นนำทางการเมืองในซาอุฯ เองด้วย เพราะเดิมหวังกันว่าจากนี้ไป เมื่อได้ที่นั่งคณะมนตรีความมั่นคงฯ แล้ว ซาอุฯ จะได้แสดงบทการทูตอย่างเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะต่อจุดยืนกรณีสงครามกลางเมืองในซีเรียและความขัดแย้งอาหรับ-อิสราเอล
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



