ข่าว

ยังอ่วม คันกั้นน้ำพังทะลักท่วมหมู่บ้านนับร้อยหลัง

ยังอ่วม คันกั้นน้ำพังทะลักท่วมหมู่บ้านนับร้อยหลัง

20 ต.ค. 2556

กองทัพเรือ ร่วม ไออาร์พีซี นำกระสอบทรายช่วยเหลือชาวบ้านตลอดทั้งคืน หลังแม่น้ำระยองเอ่อคันกั้นน้ำพังเข้าท่วมหมู่บ้าน น้ำทะเลหนุนผืนนา สวน นับพันไร่น้ำท่วมเสียหาย




    
          วันที่ 20 ต.ค.56   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ฝนกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที จ.ระยอง และใกล้เคียง ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำมีปริมาณมากกว่าปกติ จำเป็นต้องปล่อยน้ำออกมา ทำให้ไหลลงมาสู่ที่ต่ำที่เป็นผืนนา สวน นับพันไร่และหมู่บ้านที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำระยอง เกิดท่วมอย่างหนัก  กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด นำกำลังพลทหารจากกองพันทหารราบที่ 7 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และพนักงานร่วมกันบรรจุกระสอบทราย พร้อมลำเลียงเข้าช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.ตะพง และหมู่ที่ 10 ต.ตาขัน อ.เมือง จ.ระยอง
    
          พลเรือโท วีระพันธ์ สุขก้อน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เปิดเผยว่า  ขณะชาวจังหวัดระยอง โดยเฉพาะตำบลตะพง ตำบลนาตาขวัญ ตำบลตาขัน ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะปริมาณน้ำที่เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณมากคันกั้นน้ำพัง น้ำในแม่น้ำระยองล้น น้ำทะเลหนุน เข้ามาท่วมบ้านเรือนประชาชน  จึงได้ส่งรถจีเอ็มซี ชนิดยกสูง กำลังพลของ กองพันทหารราบที่ 7 ระยอง  เข้าไปช่วยเหลืออพยพสิ่งของมีค่า คนสูงวัยออกจากพื้นที่ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย อีกทั้งได้ช่วยกันบรรจุกระสอบทราย ร่วมกับพนักงานของ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด  ขนย้ายเข้าหมู่บ้าน กั้นเป็นกำแพงกั้นน้ำที่มีความสูงประมาณ 1.20 เซนติเมตร ภายในหมู่บ้าน ระยอง ริเวอร์ พาร์ค  ที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำระยอง
    
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพเรือ ตำรวจ  เทศบาลตำบลตาขัน และเทศบาลตำบลตะพง  เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพรกุศล เจ้าหน้าที่ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด  ระยอง ได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวกให้กับการจราจรบนถนนสายบ้านแลง -ชากบก ที่มีน้ำท่วม ไหลเชี่ยวกราก พร้อมกับนำเรือเข้าไปช่วยเหลือ รับ-ส่ง ประชาชนในหมู่บ้าน ระยอง ริเวอร์ พาร์ค ที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ได้รับความเสียหลายนับร้อยหลัง



ผักตบชวาแน่นประตูระบายน้ำคลองสระ ชาวบ้านเดินทางเรือลำบาก

          จากการสอบถาม นายขจรศักดิ์ โอสถจันทร์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/3 หมู่ 2 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างขึ้นรูปยาง และบ้านของตนอยู่ริมคลองสระ  เวลาที่จะเข้าออกจากบ้านจะต้องเดินทางด้วยเรือ มาขึ้นฝั่งที่บริเวณถนนข้างประตูระบายน้ำคลองสระ และช่วงนี้ฝนได้ตกหนัก ติดต่อกันหลายวัน ทำให้ประตูระบายน้ำคลองสระ เปิดเครื่องสูบน้ำตลอดเวลาเพื่อลดระดับน้ำฝนภายในคลอง  ทำให้ผักตบชวาไหลมากองกันหนาแน่นบริเวณหน้าประตูระบายน้ำ เป็นระยะทางยาวกว่าร้อยเมตร ทำให้การเดิน เรือลำบากมาก  จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาช่วยกำจัดผักตบชวาโดยเร็ว นอกจากจะช่วยให้ชาวบ้านเดินทางสะดวกแล้ว ยังช่วยให้ระบายน้ำจะรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ปทุมธานี-สภากาชาดไทยนำถุงยังชีพกว่า300ชุดมอบให้ชุมชนวัดสังลาน
 
          เมื่อเวลา  10.30 น. นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาด จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นางมาลา หาญาสวัสดิ์ ประธานกลุ่มสตรีจังหวัดปทุมธานี และ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี เป็นตัวของสภากาชาดไทย เดินทางไปมอบถุงยังชีพ กว่า 300 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในชุมชนวัดสังลาน หมู่ 3 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี
 
          นอกจากนี้ นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์  นายกเหล่ากาชาด จังหวัดปทุมธานี ได้กล่าวว่า ทางสภากาชาติไทย ได้มอบถุงยังชีพจำนวน 2,000 กว่าชุด ให้ทางกาชาดจังหวัดปทุมธานี เพื่อมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้  และวันนี้ทางกาชาดจังหวัดปทุมธานี ได้นำ ถุงยังชีพของสภากาชาดไทย ในโครงการ กาชาดรวมใจช่วยภัยน้ำท่วม มามอบให้ชาวบ้านในชุมชน วัดสังลาน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กว่า 300 ชุด และทางกาชาดจังหวัดปทุมธานีจะนำถุงยังชีพของสภากาชาดไทย ไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป






ฉะเชิงเทรา - ชาวบ้านแห่บุกพิสูจน์น้ำล้นสียัด หลังบ้านถูกน้ำท่วม
 
          สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณฝายกั้นน้ำ บนสันเขื่อนของอ่างเก็บน้ำสียัด ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ได้มีประชาชนจำนวนมากต่างพากันทยอยบุกขึ้นมาพิสูจน์ดูระดับน้ำภายในอ่างเก็บน้ำสียัดที่อยู่ในสภาพเต็มล้น และมีมวลน้ำล้นไหลทิ้งแรงมาก จนมีละอองกระเซ็นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณปากปล่องของสปิลเวย์ ด้วยตาตนเอง หลังต่างพากันนำไปล่ำลือว่า ทางกรมชลประทานได้แกล้งปล่อยน้ำทิ้งจากตัวเขื่อนลงไปยังพื้นที่ตอนล่างให้ท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน
 
          ล่าสุด ได้ขยายวงกว้างจนเกิดภาวะน้ำท่วมคลอบคลุมไปทั่วทั้ง 11 อำเภอแล้ว ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อ.สนามชัยเขต นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในสถานการณ์เกิดภาวะน้ำป่าไหลบ่า ล้นเข้าท่วมพื้นที่ และตัดข้ามเส้นทางการสัญจรภายในตัว อ.สนามชัยเขต รวมทั้งเส้นทางในหมู่บ้านใต้แนวการระบายน้ำล้นทิ้งของอ่างเก็บน้ำคลองระบม และสียัด เกือบทั้งหมด
 
          นางนวล สุวรรณมงคล อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/1 ม.2 ต.คลองตะเกรา ชาวบ้านที่นำข้าวเหนียวไก่ย่าง ขึ้นมาย่างจำหน่ายบนสันเขื่อนกล่าวว่า ตั้งแต่มีน้ำล้นอ่างเก็บน้ำสียัด และไหลออกทางช่องระบายเหนือฝ่ายสปิงเวย์ลงไปสู่พื้นที่ทางตอนล่างนั้น ได้ทำให้การค้าขายข้าวเหนียวไก่ย่าง และของกินทั่วไปขายดิบขายดีตลอดทั้งวัน เพราะมีคนแห่พากันเข้ามาดูน้ำภายในอ่าง ที่ท่วมล้นฝายลงไปยังด้านล่างเป็นจำนวนมาก และหมุนเวียนกันเข้ามาพิสูจน์ดูด้วยตาตนเองตลอดทั้งวัน
 
          หลังจากชาวบ้านทางตอนล่างใต้แนวเขื่อน บ้านถูกน้ำท่วมกันหมดแล้ว และต่างพากันนำไปล่ำลือกันว่า ทางเขื่อนปล่อยน้ำทิ้งลงไปให้ท่วมบ้านชาวบ้าน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นน้ำที่ล้นจากฝายของเขื่อนลงไป ไม่ใช่น้ำจากการปล่อยทิ้งออกไปจากด้านหน้าเขื่อน ซึ่งตนเองก็เคยบอกกับชาวบ้านคนอื่นๆ ไปแล้ว แต่เขาก็ไม่เชื่อกัน จึงต่างได้พากันบุกขึ้นมาพิสูจน์ดูด้วยตนเองจนถึงที่ เมื่อมีคนเข้ามาเยอะมาก ก็ทำให้แม่ค้าขายของดีไปด้วย



 

อยุธยา - กรุงเก่าหลายอำเภอย้ายหน่วยเลือกตั้งหนีน้ำที่ยังท่วม
 
          
          จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ อ.บางบาล เสนา และ อ.พระนครศรีอยุธยา หลายตำบลยังมีน้ำท่วมขังในหมู่บ้าน ทำให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องมีการย้ายหน่วยลงคะแนนหนีน้ำหลายตำบล เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่สะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์ ขณะที่ยังมีประชาชนจำนวนมากก็ยังต้องพายเรือออกจากบ้านที่น้ำยังท่วมอยู่ เพื่อไปใช้สิทธิ์ อย่างเช่นที่วัดตะกู อ.บางบาล เคยเลือกตั้งในบริเวณหมู่บ้าน ก็ย้ายขึ้นมาเลือกตั้งที่ถนนเนื่องจากน้ำยังท่วมอยู่ โดยได้มีการดูแลเรื่องของผู้สูงอายุที่เดินทางมาลำบาก โดยบางแห่งมีการจัดจนท.ไปอำนวยความสะดวกที่บริเวณท่าน้ำ และส่วนใหญ่ก็จะมีลูกหลานพามาส่งที่หน่วยเลือกตั้งด้วย 
 
          พ.ต.อ.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธงชัย สายไหม ประธาน กกต.พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปตรวจเยี่ยมในช่วงเช้าก่อนการลงคะแนน โดยประธานกกต. เปิดเผยว่า ประชาชนมีความตื่นตัวและให้ความสนใจการเลือกตั้งอย่างมาก โดยเฉพาะลูกหลานและญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด หรือทำงานในกรุงเทพฯ ก็พากันกลับมาเลือกตั้ง ทั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลออกพรรษาด้วย คาดว่ามีผู้ใช้สิทธิ์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นของจำนวนผู้มีสิทธิ์อย่างแน่นอน ด้านการจราจรบนถนนสายเอเชีย และถนนพหลโยธินตลอดทั้งวันไม่คึกคัก การจราจรคล่องตัวสามารถวิ่งได้ แต่คาดว่าช่วงค่ำวันเดียวกันการจราจรอาจจะหนาแน่น เนื่องจากมีทั้งประชาชนที่เดินทางกลับจากเทศกาลออกพรรษาและการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย


.................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)