
กลุ่มคนรักษ์คอนสารต้านสุดฤทธิ์รง.ยางพารา
กลุ่มคนรักษ์คอนสาร ต้านสุดฤทธิ์โรงงานยางพารา : จิติมา จันพรมรายงาน
เมื่อยางพาราจากแดนใต้ ได้ขยายพื้นที่การเพาะปลูกและผลผลิตมากขึ้นในภาคอีสาน ทำให้มีโรงงานยางขยายการลงทุนตามมาด้วย เพื่อให้ใกล้แหล่งวัตถุดิบและลดต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่าง หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และยังไม่เคยมีการคัดค้านการก่อสร้างโรงงานที่ใดมาก่อน
แต่เมื่อบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด(มหาชน) ขออนุญาตก่อสร้างอาคารโรงงานยางแปรรูป กำลังการผลิต 2 หมื่นตันต่อเดือน บนเนื้อที่ 291 ไร่ ที่บ้านหินรอยเมย ต.ดงบัง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กลับได้รับการต่อต้านจากชาวบ้านอย่างรุนแรง โดยสร้างเครือข่าย "กลุ่มคนรักษ์คอนสาร" จนมีสมาชิกเข้าร่วมจำนวนมาก และมีการเดินหน้าชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงงานมาหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน เป็นต้นมา โดยล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็มีการจัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง และประกาศชุมนุมยืดเยื้อไม่มีกำหนด
วิเชษฐ อุสันเที๊ยะ ประธานชมรมคนรักษ์คอนสาร บอกว่า นับตั้งแต่รู้ว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารโรงงานยางแปรรูป และมีการทำประชาคมชาวบ้าน ต.ดงบัง แล้ว แต่ชาวบ้านเจ้าของที่ดินไม่รู้ว่านายทุนกว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานยางแปรรูป เพราะตอนซื้อไม่ได้บอกว่าจะเอาที่ดินไปทำอะไร แต่พอรู้ว่าจะสร้างโรงงานแปรรูปยางพารา ก็เริ่มหาข้อมูลศึกษาถึงผลกระทบ พร้อมกับสร้างเครือข่าย และหาแกนนำ ซึ่งเป็นชาวคอนสารล้วนๆ มีแนวทางการต่อต้านและคัดค้านไม่ให้ตั้งโรงงาน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินหลายรายตัดสินใจไม่ขายที่ดินให้แก่นายหน้า
แต่ระยะเวลาตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบัน การต่อสู้การคัดค้านการทวงถามของชาวบ้านกลับไม่ได้รับการตอบสนอง ไร้ซึ่งคำตอบจากทางราชการ ทั้งนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ต่างก็หลีกเลี่ยง ทำให้กระบวนการประชาคมที่ควรจะต้องถามผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับผลกระทบในรัศมี 5 กม.ไม่เกิดขึ้น โดยต่างอ้างถึงการประชาคมที่ทำในชุมชน ต.ดงบัง ว่า ชาวบ้านไม่มีปัญหาแห่งเดียวเท่านั้น
แม้ว่าความพยายามที่จะสร้างโรงงานของบริษัทมีอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับการเอื้อประโยชน์จากทางราชการที่ไม่เห็นความสำคัญของประชาชน ไม่ถามความต้องการของคนในพื้นที่ ชาวบ้านที่นี่ก็จะปักหลักสู้เพื่อให้รัฐและนายทุนรู้ว่าชาวบ้านไม่ต้องการอย่างไม่ย่อท้อ
แม้จะอ้างว่าโรงงานได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน ควบคุมกลิ่น ควันพิษ น้ำเสียได้ แต่ระบบการผลิตไม่สามารถเป็นหลักประกันความปลอดภัย เนื่องจากพื้นที่ตั้งโรงงานเป็นที่สูง เป็นดินทราย โอกาสที่บ่อบำบัดน้ำเสียแตก พัง ก็จะเกิดขึ้นได้เหมือนกับหลายๆ ที่ สุดท้ายชาวบ้านต้องมารับเคราะห์
"กำลังการผลิตของโรงงานสูงถึง 2 หมื่นตันต่อเดือน ขณะที่คอนสารเองนั้นมีพื้นที่ปลูกยางแค่ที่ ต.ทุ่งลุยลาย ประมาณ 100 ตันต่อเดือนเท่านั้น ถ้าโรงงานนี้เสร็จยางพาราจะมาจากถิ่นอื่น จังหวัดอื่น จะก่อให้เกิดปัญหาการจราจร การหกราดถนนของน้ำยาง ปัญหากลิ่น ปัญหามลพิษและปัญหาน้ำอื่นๆ จะตามมา เราจึงยอมให้ตั้งโรงงานไม่ได้" วิเชษฐ ให้เหตุผล
แนวคิดของชาวบ้านก็ไม่ได้ขัดขวางผลประโยชน์ที่ชาวสวนยางจะได้ แต่ไม่ต้องการให้สร้างโรงงานในคอนสาร ซึ่งเป็นอำเภอที่สะอาด อากาศดี มีความสงบ และโรงงานยังตั้งอยู่ใจกลางชุมชน ใกล้ลำน้ำซึ่งใช้ในการผลิตประปาของหลายอำเภออยู่ จึงควรจะไปตั้งที่เหมาะสมและไกลชุมชนกว่านี้
วิธีการชุมนุมจำเป็นต้องใช้มวลชนเพื่อกดดัน และต้องเตรียมตัวรับมืออีกระลอก ถ้าใบอนุญาตก่อตั้งโรงงานออกมา ก็จะใช้กระบวนการยุติธรรมยื่นร้องต่อศาลปกครองเป็นลำดับต่อไป
ในขณะที่หนึ่งในชาวบ้านน้ำพุปางวัว ต.คอนสาร ที่มาร่วมชุมนุมอย่าง ทองร้อย น้อยลา วัย 43 ปี บอกว่า ที่บ้านเปิดร้านขายอะไหล่รถจักรยานยนต์เล็กๆ สี่แยกหมู่บ้าน อยู่ห่างจากที่ตั้งโรงงานประมาณ 3 กม. ส่วนที่ทำกิน ที่ทำนา และที่พ่อแม่อาศัยอยู่นั้นอยู่ ต.ดงบัง ห่างจากที่ดินแปลงที่จะสร้างโรงงานแค่ 1 กม.เท่านั้น เมื่อดูแผนที่แล้วทั้งบ้านพ่อแม่และที่ร้าน ต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
สำหรับโรงงานยางแปรรูปแห่งนี้ได้มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินทั้งหมด 291 ไร่ ในเขตบ้านหินรอยเมย ต.ดงบัง แต่ยังไม่มีการโอนที่ดินแม้แต่รายเดียว จากทั้งหมดเกือบ 20 ราย มีเพียง 2 รายที่นายหน้าได้ไปไถ่ถอนจากสถาบันการเงินให้ 2 ราย เป็นเงินรวมประมาณ 3 แสนบาท แต่ยังไม่มีการจ่ายเงินครบตามสัญญาและไม่มีการโอนเช่นกัน และยังอยู่ระหว่างสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งรายสุดท้ายจะหมดสัญญาช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
เจ้าของที่ดินรายหนึ่งเปิดเผยว่า ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินให้แก่นายหน้าเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยตกลงจะซื้อขายที่ดินรวม 7 แสนบาท ได้รับเงินค่ามัดจำจำนวน 1 หมื่นบาท โดยในส่วนที่เหลือจะชำระให้หมดในวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งก็เลยมาแล้วทางนายหน้าก็มาติดต่อขอให้ต่อสัญญาจะซื้อจะขายออกไปอีก
"พอรู้ว่าจะซื้อไปสร้างโรงงานยางพาราเราก็เลยไม่ต่อสัญญา แม้จะถูกข่มขู่สารพัด และก็อยากจะได้เงินก้อนก็ตาม เพราะศึกษาหาข้อมูลพบว่าโรงงานแห่งนี้มีพิษภัย กระทบสิ่งแวดล้อม มากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ"
กระนั้นก็ดี แม้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สุภรณ์ อัตถาวงศ์ จะลงมารับข้อร้องเรียนของชาวบ้านถึงในพื้นที่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมาก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้คลายความแคลงใจจากนักการเมืองเสียทีเดียว
ทั้งนี้ วิชัย พลอยปัทมวิชิต ที่ปรึกษาชมรมคนรักษ์คอนสาร บอกว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีคณะกรรมการพิจารณาตั้งโรงงานของทางจังหวัด แต่ชาวบ้านกลับถูกปิดบังข้อมูล ข้อเท็จจริงมาตลอด จนต้องปักหลักต่อสู้ด้วยตัวเอง
การแสดงพลังของมวลชนและเรื่องของสิทธิชุมชนในปัจจุบันได้เปิดกว้างและเปิดเผยมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น การจะสร้างโรงงานที่ใดที่หนึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบอย่างครอบคลุมจากชาวบ้านที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยพวกเขายังรอสัญญาณจากอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่จะไม่อนุญาตออกใบ รง.4 ให้แก่เอกชนกลุ่มนี้จึงจะทำให้เกิดความวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
.........................
(หมายเหตุ : กลุ่มคนรักษ์คอนสาร ต้านสุดฤทธิ์โรงงานยางพารา : จิติมา จันพรมรายงาน)



