
จับสาวใหญ่หลอกเงินเหยื่อปฏิบัติธรรม
ตำรวจภาค 1 รวบตัวสาวใหญ่อ้างตัวรู้จักสรยุทธ หลอกตุ๋นเหยื่อตามสถานปฏิบัติธรรม ได้เงินไปร่วม 3 แสน ค้นประวัติเคยถูกตำรวจ สน.หัวหมาก จับข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ปี 2551
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 แถลงผลการจับกุม น.ส.บุญญิสา น้ำค้าง อายุ 51 ปี ตามหมายศาลจังหวัดลพบุรี ข้อหาฉ้อโกง จับกุมได้ขณะปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน หมู่ 4 ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นไฮโซ หลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะต่างๆ เพื่อเรียกเงิน
พล.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า จากการสืบสวนของ บก.สส.บช.ภ.1 ว่า ผู้ต้องหาจะทำทีเข้าไปตีสนิทกับผู้เสียหายตามสถานที่ปฏิบัติธรรมในพื้นที่ จ.ลพบุรี พร้อมกับอ้างว่ารู้จักสนิทสนมกับผู้ที่มีชื่อเสียงในวงสังคม สามารถประสานฝากเข้าทำงานรับราชการ และอำนวยความสะดวกทางด้านคดีความ ในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาล ให้แก่ผู้เสียหายที่กำลังมีเรื่องเดือดร้อน จนเหยื่อหลงเชื่อ ยอมโอนเงินโดยผ่านบัญชีธนาคารของพี่สาวและหลานชายของผู้ต้องหา บางครั้งก็จ่ายเงินสดให้ เบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ 7 ราย เสียหายรวม 3 แสนบาท
พล.ต.ท.นเรศ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาอาศัยจุดอ่อนของเหยื่อที่เดินทางเข้าไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ปฏิบัติธรรมต่างๆ เนื่องจากผู้เข้าไปปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่จะมีปัญหาทุกข์ใจจึงเข้าหาธรรมะเพื่อให้จิตใจสงบ ผู้ต้องหาจึงอาศัยจังหวะนี้ในการเสนอตัวเข้าไปแก้ปัญหา และเชื่อว่าน่าจะยังมีผู้เสียหายอีกจึงขอให้เข้ามาชี้ตัวและแจ้งเพิ่มเติม จากการตรวจสอบผู้ต้องหาเข้ามาปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวันแล้วถึง 7 ครั้ง
โดย น.ส.บุญญิสาแอบอ้างว่า รู้จักกับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เพราะรู้จักกันเมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 แล้วนำไปแอบอ้างหลอกผู้เสียหายด้วย
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า มีหมายจับในพื้นที่ สน.หัวหมาก ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ เมื่อปี 2551 มูลค่าความเสียหาย 4 แสนบาท
จากการสอบสวน น.ส.บุญญิสาให้การว่า รู้จักกับผู้เสียหายที่เดินทางมาชี้ตัวในวันนี้ (19 ต.ค.) อีกทั้งยังกล่าวอ้างว่าเงินที่ได้รับมานั้นมีการดำเนินการให้แก่ผู้เสียหาย เช่น การช่วยเหลือในการดำเนินคดีของ นางธัญกมล กรณีลูกถูกรถชนที่ จ.ลพบุรี ได้มีการติดต่อทนายให้ดำเนินการให้ และมอบหมายให้ทนายจัดการเองซึ่งอ้างว่ามีการดำเนินการให้ ส่วนคดีที่เหลือเป็นอย่างไรตนไม่รู้ ซึ่งผู้เสียหายมารู้อีกทีและติดต่อผู้ต้องหาไม่ได้จึงรู้ว่าโดนหลอก
ในส่วนของผู้เสียหายที่เดินทางมาในวันนี้ น.ส.นันท์นภัส และนางกมลทิพย์ ซึ่งถูกหลอกว่าสามารถช่วยให้เข้ารับราชการทหารได้ โดยเรียกร้องเงินจำนวน 3 แสนบาท และน.ส.มนต์ลดา ถูกหลอกอ้างว่ามีทีมทนายช่วยเหลือคดีเรื่องมรดก และมีการเรียกร้องเงิน 1.3 แสนบาท แต่ได้จ่ายไปเพียง 3 หมื่นบาท



