
ยิ่งได้มาก ยิ่งยากจน
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ยิ่งได้มาก ยิ่งยากจน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ผู้คนทุกวันนี้เอาชีวิตผูกติดหมกมุ่นอยู่กับตัวเลขที่เกี่ยวกับจำนวนไปเสียทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่เกิดก็เชื่อกันว่าน้ำหนักตัวของเด็กทารกแรกเกิด ต้องเป็นเท่านั้นเท่านี้ไม่น้อยไม่มากเกินไปถึงจะดี ส่วนใหญ่เชื่อกันว่ามากดีกว่าน้อยเสียด้วยซ้ำไป เจริญวัยเติบโตขึ้นมาอีกเล็กน้อยก็ต้องเข้าเรียนหนังสือ แล้วก็เชื่อกันว่าหากสอบได้คะแนนมากๆ ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสในอนาคตสดใส มากกว่าคนที่ได้ตัวเลขคะแนนน้อยๆ
โตขึ้นมาเริ่มรู้จักทำมาหากินก็เชื่ออีกว่าต้องทำเงินให้ได้มากๆ หากทำงานเป็นพนักงานลูกจ้างก็ต้องได้เงินเดือนเยอะๆ ถ้าค้าขายทำกิจการเป็นของตนเองก็ต้องทำกำไรให้ได้มากๆ เพราะเชื่อกันมานานแล้วว่าคนเราจะมีความสุข ก็ต้องมีเงินทองและทรัพย์สินมากๆ ยิ่งมากยิ่งดี ตัวเลขที่เกี่ยวกับจำนวนจึงฝังอยู่ในใจของคนไทย โดยเฉพาะตัวเลขทางด้านรายรับ
ทุกปีเมื่อถึงวันแรงงานจึงมีข่าวผู้ใช้แรงงานเรียกร้องค่าแรงเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นข่าวประจำวันแรงงานไปอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งท้ายที่สุดภาครัฐและนายจ้างก็มักจะโอนอ่อนผ่อนตาม หลังจากเจรจาต่อรองจนสามารถลดตัวเลขค่าจ้างแรงงาน ตามที่ฝ่ายลูกจ้างร้องขอจนลงไปอยู่ในระดับที่นายจ้างพึงพอใจแล้ว
แต่เป็นที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่ว่าค่าจ้างแรงงานจะถูกปรับให้สูงมากขึ้นเพียงใดก็ตาม ผู้ใช้แรงงานหรือลูกจ้างก็ไม่เคยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเลย คงมีเพียงส่วนน้อยนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้ชีวิตของตนเอง ก้าวขึ้นสู่ระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ แต่ก็น่าจะเป็นด้วยอุปนิสัยส่วนตัวของลูกจ้างผู้นั้นเอง ที่มีความอดออมตระหนี่มัธยัสถ์เป็นนิจสินอยู่แล้ว มากกว่าจะเป็นเพราะได้รับค่าจ้างสูงขึ้นกว่าเดิม
ทั้งนี้ เป็นด้วยว่าเมื่อมีข่าวว่าจะมีการปรับค่าแรงให้ลูกจ้าง สินค้าอุปโภค, บริโภค, เครื่องใช้ไม้สอย และงานบริการด้านความบันเทิงต่างๆ ล้วนปรับราคาขึ้นไปรออัตราค่าจ้างแรงงานใหม่ ก่อนที่จะประกาศและมีผลบังคับใช้จริงล่วงหน้าแล้วนั่นเอง และเมื่อเทียบกับค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น กับราคาสินค้าและบริการที่ปรับสูงขึ้นไปดักรออยู่ก่อนแล้ว จะพบว่าค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับขาดทุนโดยสิ้นเชิง
การปรับค่าจ้างค่าแรงให้สูงขึ้นจึงเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้ผู้ได้รับดีใจชั่วขณะ แต่การที่จะทำให้คนที่มีรายได้จากการรับจ้างอยู่ดีมีสุขได้ จึงควรอยู่ที่ความสามารถของภาครัฐในการควบคุมราคาสินค้าและค่าบริการ รวมถึงจัดหาสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มาเสนอให้กลุ่มคนเหล่านั้นสามารถหาซื้อและใช้บริการได้ในราคาต่ำ เช่น การใช้ระบบสหกรณ์หรือร้านค้าสวัสดิการของหน่วยงาน ซึ่งจะได้ผลดีกว่าการทำให้มีรายได้สูงในขณะที่รายจ่ายสูงกว่า ดังจะเห็นความจริงกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแล้วว่า “ยิ่งมีรายได้มาก ก็ยิ่งยากจนลงทุกวัน” ครับ
----------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ยิ่งได้มาก ยิ่งยากจน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



