ข่าว

'พท.'ปัดแก้รธน.ม.190เอื้อธุรกิจ'แม้ว'

'พท.'ปัดแก้รธน.ม.190เอื้อธุรกิจ'แม้ว'

19 ต.ค. 2556

'พท.' ปัดขายชาติ แก้รธน. ม.190 เอื้อประโยชน์ธุรกิจ 'แม้ว' จี้ 'มาร์ค' รับผิดชอบ หลังปูด 'รัฐบาล' สั่งสลายม็อบ 'คปท.' ยันขยายกม.มั่นคงฯ คิดรอบคอบแล้ว

 

                          19 ต.ค.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 อัปยศ เป็นการแก้เพื่อให้มีกฎหมายขายชาติ ขายแผ่นดินได้ ว่า ถือเป็นจินตนาการที่บัดซบที่สุด ความจริงคือไม่มีใครในรัฐบาลนี้คิดจะทำแบบนั้น พวกนี้ติดนิสัยกล่าวหาคนอื่นโดยไม่ต้องมีหลักฐานอะไรจากเวทีผ่าความจริงจนเหลือแต่ความเท็จล้วนๆ พยายามเชื่อมโยงว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนใจจะลงทุนในธุรกิจพลังงาน การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 อาจทำให้พ.ต.ท.ทักษิณได้ประโยชน์ในการลงทุนในธุรกิจพลังงานบนพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการจับแพะชนแกะ เอาข่าวหนังสือพิมพ์เก่าๆ มาตัดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ลงทุนในธุรกิจพลังงานใดๆ ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา และไม่สนใจที่จะลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว

                          ในทางกลับกัน ตนเคยพูดถึงเรื่องที่องค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา ภายใต้การกำกับของนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่มีแถลงการณ์ชัดเจนว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์พยายามติดต่อกับรัฐบาลกัมพูชาเพื่อเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลหลายครั้ง รวมทั้งมีการพบกันอย่างลับๆ ระหว่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายซก อาน โดยการเจรจาลับเกิดขึ้นตามการร้องขอของนายสุเทพที่ยืนยันว่า ได้รับการแต่งตั้งจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เหตุใดรัฐบาลนายอภิสิทธิ์จึงมีความจำเป็นต้องทำการเจรจาลับ น่าอดสูที่ด้านหนึ่งเปิดศึกรบกับเขา แต่อีกด้านแอบไปเจรจาลับ

                          ดังนั้นก่อนกล่าวหาคนอื่นช่วยเคลียร์ตัวเองด้วย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่คิดขายชาติ แต่มีคนอื่นตัดหน้าขายไปก่อนแล้ว ทั้งนี้ คำตัดสินคดีข้อพิพาทไทยกัมพูชาเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 11 พ.ย.นั้น จะมีการหารือถึงการถ่ายทอดสดการอ่านคำพิพากษาเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารไปพร้อมๆ กันเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่านมาด้วย เพื่อปิดประตูจอมบิดเบือน

 

'พท.' จี้ 'มาร์ค' รับผิดชอบ ปูด 'รัฐบาล' สั่งสลายม็อบ 'คปท.'

 

                          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ช่วงค่ำของวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมาอาจจะมีการสลายการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่แยกอุรุพงษ์ว่า ไม่น่าเชื่อว่าสังคมการเมืองจะมีเด็กเลี้ยงแกะเพิ่มขึ้นอีกคน เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่สลายการชุมนุมนายอภิสิทธิ์จะรับผิดชอบอย่างไร ทั้งนี้ การที่ครม.ชุดเล็กมีมติให้ต่ออายุการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่กทม. 3 เขตตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.-30 พ.ย.นั้น เป็นการดำเนินการที่รอบคอบ ชอบธรรม สมเหตุผล เนื่องจากยังมีการชุมนุมทางการเมืองของ 2 กลุ่ม และในวันอาทิตย์นี้ก็จะมีม็อบสวนยางที่ขนคนจากภาคใต้เข้ามาเติม รอโอกาสยกระดับขับไล่รัฐบาลถ้ามีแนวร่วมมากพอ

                          อย่างไรก็ตาม การพูดของนายอภิสิทธิ์ทำให้คนไทยผิดหวัง เพราะผันตัวเองจากอดีตนายกฯ ส้มหล่นมาเป็นเด็กเชียร์แขกให้ม็อบ ทั้งๆ ที่รัฐบาลพยายามดูแลความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมืองอย่างเต็มที่ แต่คนพวกนี้เอาม็อบมาจ่อรอหาเหตุทั้งจากการประชุมสภาฯ ที่จะมีการพิจารณากฎหมายสำคัญๆ หรือกรณีศาลโลกกำลังจะมีคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งกลุ่มล้มรัฐบาลประกาศว่าจะนำเรื่องนี้มาใช้ในการเคลื่อนไหว ดังนั้นกฎหมายปกติไม่เพียงพอที่จะใช้ในการควบคุมการชุมนุม จึงจำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย รัฐบาลไม่ได้ลุแก่อำนาจในการขยายเวลาการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพราะหากประเมินแล้วว่าไม่มีความจำเป็นก็อาจยกเลิกประกาศดังกล่าวก่อนระยะเวลาได้ รัฐบาลนี้ไม่มีแนวคิดที่จะสลายการชุมนุมตามข้อสังเกตของนายอภิสิทธิ์ที่เสพติดความรุนแรง ลำพังฟ้าดินลงโทษพวกนั้นก็หนักแล้ว เพราะขนาดพายุยังชื่อพายุนารีเลย ถ้าคิดว่าอยู่ต่อได้ก็นั่งตากฝนไป มีพรรคการเมืองนำม็อบ หาคนเติมให้ น้ำไหล ไฟสว่าง ปั่นไฟฟรี มีงานทำ ก็ทำไป แต่สุดท้ายสังคมจะตัดสินเองว่าพวกไหนทำร้ายประเทศ

                          สำหรับกรณีที่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการพิจาราณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีมติเสนอให้นิรโทษกรรมครอบคลุมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ชัดเจนว่าเดินหน้าสุดซอยและทะลุซอยนั้น นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ถือเป็นการทำงานปกติ เมื่อกรรมาธิการฯ เสียงข้างมากมีมติเช่นนี้ก็ต้องยอมรับ ทั้งนี้ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการแก้ไขเนื้อหาให้ออกมาเช่นนี้ แต่กติกาประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่สภาฯ จะเอาตามกรรมาธิการฯ เสียงข้างน้อยใหญ่เหมือนกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาส.ว. ที่กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากให้คงส.ว.สรรหาไว้ 3 ปี แต่ในการโหวตของสภาฯ กลับเอาตามเสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัติติไว้ที่ให้ส.ว.สรรหาพ้นหน้าที่หลังจากที่มีการเลือกตั้งส.ว.ครบ 200 คน

                          นอกจากนี้ แม้แต่นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เจ้าของร่าง ก็ยังขอสงวนคำแปรญัติไว้อภิปรายในสภาฯ วาระ 2 เพื่อยืนยันเนื้อหาในร่างเดิมที่ให้นิรโทษกรรมเฉพาะผู้ชุมนุมเท่านั้นด้วย ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องคือ ใช้เรื่องนี้เรียกแขก และถ้านิรโทษกรรมจริงๆ นายอภิสิทธิ์ย่อมได้ประโยชน์ด้วย

 

'พท.' จวก 'กสม.' เลือกข้าง ตะเพิดสมัครเป็นสมาชิก 'ปชป.'

 

                          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แถลงถึงกรณีกรณีที่ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตรวจเยี่ยมและรับฟังข้อคิดเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ว่า แทนที่กสม.จะไปรับฟังปัญหาจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมให้มากกว่านี้ แต่กลับถือโอกาสนำดาบที่คปท.ยื่นให้มาทิ่มแทงรัฐบาล ถือเป็นการทำงานผิดทิศผิดทาง กินยาผิดซองเหมือนนางโมราที่ยื่นดาบให้โจรป่า และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีวิธีคิด วิธีการทำงานที่ฝืนกระแสสังคม เมื่อกสม.เลือกข้างแบบนี้ก็ไม่แน่ใจว่า หลังเวลาเลิกงานหรือนอกเวลาทำการแอบมานั่งฟัง มาเติมกำลังใจให้คปท.หรือไม่ ถ้าจะเลือกข้างกันแบบนี้ขอแนะนำให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ให้รู้แล้วรู้รอดไป ประชาชนจะได้เลิกคาดหวังความเป็นธรรมจาก กสม.