
'นิวัฒน์ธำรง'ปัดขาดทุนจำนำข้าว4.2แสนล.
'นิวัฒน์ธำรง' ควง 'ผจก.ธกส.' โต้ 'หม่อมอุ๋ย' ปัดขาดทุนจำนำข้าว 4.2 แสนล. ระบุ 'พณ.' คาดขาดทุนปีละ 1 แสนล. ยันเงินถึงมือชาวนา เผยขายข้าวจีนชัดเจนเดือนพ.ย.นี้
19 ต.ค.56 นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ถึงประเด็นโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่หม่อมราชวงศ์ปรีดายาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือเปิดผนึกถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ชะลอโครงการ เพราะจะทำให้ขาดวินัยการคลัง เนื่องจากขาดทุนไปแล้วกว่า 4 แสนล้านบาท นั้น
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า โครงการช่วยเกษตรกรมีทุกยุคทุกปี แต่ละโครงการก็จะมีเงินช่วยเหลือ ซึ่งบางคนเรียกว่าขาดทุน ซึ่งทุกปีในการประกันหรือจำนำข้าวก็จะเตรียมเงินไว้ 8 หมื่นล้านบาท คือเงินขาดทุนหรือเงินช่วยเหลือ แต่รัฐบาลนี้ สองปีที่ผ่านมาเราใช้เงินรับจำนำข้าว ปีแรก 3.3 แสนล้านบาท ปีที่สอง 3.4 แสนล้านบาท รวมแล้ว 6.7 แสนล้านบาท แล้วก็มีการกล่าวหาว่าขาดทุน 2.2 แสนล้านบาท นั่นหมายความว่าขายของได้แค่ 1.2 แสนล้านบาท หรืออย่างไร หรือขายได้ 35% ของราคาต้นทุนเท่านั้นเอง ต้องเรียนว่ามันต่ำมาก เพราะจริงๆแล้วที่ยังไม่ได้ปิดบัญชีแต่มีการประมาณการนั้นจากที่มีการเตรียมเงิน 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลนี้คิดว่าน่าจะอยู่ที่ 1 แสนล้านบาทบวกลบ ซึ่งตนไม่รู้ว่าคนกล่าวหาเอาตัวเลขประมาณการมาจากไหน เพราะยังไม่ได้ปิดบัญชี ส่วนตัวเลขของอนุกรรมการปิดบัญชีของกระทรวงการคลังบอกว่าขาดทุน 2 แสนล้าน แล้วข้อมูลก็ถูกใช้มาตลอดนั้น เป็นข้อมูลการปิดบัญชีเมื่อ ม.ค. ซึ่งยังมีข้อโต้แย้งกันเพราะยังไม่ได้สต็อก เพราะการจะคิดว่ากำไรหรือขาดทุนต้องคิดถึงสิ่งที่อยู่ในสต็อกที่ยังไม่ได้จำหน่ายด้วย และคณะอนุปิดบัญชีของกระทรวงพาณิชย์บอกว่าขาดทุนแสนกว่าล้านบาทตรงนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ยืนยันว่าระดับประมาณการการขาดทุนน่าจะอยู่ที่แสนล้านบาท
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ดูว่าการที่ชาวนาขายข้าวได้เยอะขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนดีขึ้น และเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรไม่ใช่เรื่องกำไรหรือขาดทุน เพราะไม่ได้ทำธุรกิจ แต่นี่เป็นเรื่องของการช่วยเหลือคนช่วยให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้ที่ดีและเสถียร ไม่ใช่ว่าปีนี้ดีแล้วปีหน้าไม่ดีหรือต้นปีดีกลางปีไม่ดี ซึ่งจำนำข้าวจะช่วยให้ราคาข่าวเสถียร เพราะประเทศไทยใช้วิธีอื่นมาหลายวิธีแต่อำนาจต่อรองราคายังอยู่ที่ผู้ซื้อที่ต่อรองเยอะ ดังนั้นถ้าใช้วิธีอื่นยังไงราคาข้าวก็ตก
"คนอื่นใช้ 8 หมื่นล้านบาท แล้วผมใช้แสนหนึ่งหรือ1.2แสนล้านบาท แล้วท่านคิดว่าคุ้มไหมกับการที่ชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ในประเทศเกษตรกร ชาวนา มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่านเอาหลักฐานอะไรมาบอกว่าเกษตรกรได้แค่ 2 แสนล้านผมว่ามันก็สวนกับความจริง ซึ่งท่านสามารถไปขอข้อมูลได้ที่ธกส. ส่วนกรณีที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุว่าเงินไปอยู่ในมือคนอื่นมากกว่าที่จะถึงมือชาวนานั้นยืนยันว่าเราทำโครงการ 2 ปี เกษตรกรได้เงิน 100% จากการจำนำแน่นอน เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน สำหรับการที่กล่าวหาว่ามีข้าวหายไปจากสต็อกหลายล้านตันก็ไม่ทราบว่าเอาข้อมูลมาจากไหน เพราะมีการตรวจสต็อกตลอดเวลา เท่าที่พบไม่มีการหายไปเป็นล้านตันล้านเตินอะไรเลย ซึ่งจะมีการแถลงตัวเลขเร็วๆนี้" รองนายกฯ กล่าว
รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงความจำเป็นในการมีโครงการจำนำข้าวว่า ถ้าไม่มีการจำนำข้าวราคาข้าวจะอยู่ที่ราคา 6-7 พันบาท/ตัน แต่มีจำนำข้าวราคาหมื่นกว่าบาท หักเบ็ดเสร็จก็ประมาณ 1.2-1.4 หมื่นบาท/ตัน แต่เกินหมื่นบาทแน่นอน นี่คือราคาที่เสถียรและคงที่ตลอด สมมุติว่าใช้วิธีให้เงินช่วยเหลือที่เคยมีการจ่ายเงินส่วนต่างจากราคา 6-7 พันบาท/ตัน ต้องเติมเงินเท่าไรเพื่อให้ได้หมื่นบาท/ตัน แต่อำนาจการซื้อไม่ได้อยู่ที่ชาวนาแต่อยู่ที่คนซื้อ ดังนั้นการที่จะทำให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมันไม่ได้ เพราะถ้าเราต้องเติมเงินให้เรื่อย ๆ ถ้าข้าวอยู่ที่ 5 พันบาท/ตัน ก็ต้องเติมเท่าไร ดังนั้นก็มีปัญหาต่องบประมาณที่ต้องใช้ ดังนั้นวิธีจำนำข้าวดีที่สุด
เมื่อถามถึงว่าอาจจะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า จริง ๆ โครงการนี้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมาจำนำข้าว มีเพียง 60% ของชาวนาที่เข้าโครงการ อีก 40% เป็นการค้าขายทั่วไปตามกลไกตลาด ดังนั้นไม่ได้บิดเบือนอะไร
ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธกส. กล่าวเสริมว่า การรับจำนำ 2 ปี 4 รอบนั้น เกษตรกรได้ประโยชน์ 4,228,000 ราย ส่งมอบข้าว 43.54 ล้านตัน และเป็นเม็ดเงิน 679,452 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้โอนเข้าบัญชีทุกรายและธกส.พบว่าเกษตรกรมั่นใจและพอใจมากขึ้นในการทำงาน เพราะเขาสามารถสะสมทรัพย์สินได้เพิ่มขึ้น 58% หนี้สินลดลง 58% มีเงินจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นและลูกหลานได้เรียนหนังสือมากขึ้น เรียนว่าทำงาน 2 ปีก็ทำแบบนี้ และโอนทุกบาทเข้าบัญชีเกษตรกรและระบบของธกส.เชื่อมั่นได้ว่าไม่มีการรั่วไหล



