
'ปู'จ้อทีวีเทปหนองคายกระตุ้นท่องเที่ยว
'นายกฯ' จัดรายการ 'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' ที่หนองคาย หวังกระตุ้นท่องเที่ยว ลุยเศรษฐกิจการค้าชายแดน พร้อมอ้อนประชาชนให้โอกาส 'รัฐบาล' อยู่ครบเทอม
19 ต.ค.56 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ณ ท่าเสด็จ จ.หนองคาย โดยกล่าวถึงงานประเพณีไหลเรือไฟและตำนานบั้งไฟพญานาค ว่าอยากให้มีการอนุรักษณ์วัฒนธรรมเช่นนี้ต่อไป เพราะในปี 2558 รัฐบาลมีเป้าหมายเชื่อมเส้นทางคมนาคมจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก อีกทั้งในอนาคตรัฐบาลจะยกด่านการค้าชายแดนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อขจัดอุปสรรคด้านการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว
ทั้งนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องอุทกภัยในปีนี้ถือว่ามีความแตกต่างจากปี 2554 โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีความจำเป็นในการสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำ แต่การสร้างเขื่อนก็ต้องคำนึงถึงเรื่องของทรัพยากร ซึ่งอาจสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติไปบ้าง แต่รัฐบาลมีแผนโครงการที่จะปลูกป่าทดแทน 2-3 เท่าอยู่แล้ว ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่นั้น มองว่าต้องขึ้นอยู่กับประชาชนในการให้โอกาส แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลก็ทำงานอย่างเต็มที่
เมื่อถามการชุมนุมคัดค้าน ต่อต้าน ไล่ ล้ม อันนี้ก็ไม่ได้สร้างความหนักใจต่อท่านมากใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวตอบเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยว่า "ก็ต้องรับฟังในเสียงของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงส่วนน้อย หน้าที่รัฐบาลจะทำอย่างไรให้ประคองเรื่องของการมีส่วนร่วมนี้ไปสู่บรรยากาศของความสงบสุข ดังนั้นเราต้องอดทน ละมุนละม่อม และพยายาม อันไหนที่เราพูดคุยกันได้เราก็จะพยายามใช้วิธีนี้มากกว่าค่ะ ยินดีรับฟังแล้วก็พยายามทำงานร่วมกัน"
เมื่อถามว่าวันนี้มานั่งอยู่ริมแม่น้ำโขงเขามีความเชื่อว่ามีพญานาคอยู่ในนี้ ถ้าจะขอพรจากพญานาคริมน้ำโขงท่านนายกฯจะขออะไร นายกฯ กล่าวว่า จริงๆแล้วขอพรพญานาคในประเพณีนี้ก็จะมีทั้งขอพรและขออะไรสิ่งที่ไม่ดีก็จะได้ผ่านพ้นไป ถ้าถามว่าขอพรก็อยากจะขอพรให้คนไทยมีความสุข เพราะว่าเราก็เจอปัญหาต่างๆมากมาย โดยเฉพาะช่วงนี้ยามอุทกภัยก็อยากขอพรนี้เป็นกำลังใจให้ประชาชนในการที่จะสามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้เพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งและความมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
"ถ้าจะขอได้ อะไรสิ่งที่ไม่ดีที่เลวร้ายต่างๆก็ขอให้ผ่านพ้นไป เราจะได้พบกับสิ่งดีๆ บรรยากาศใกล้จะปีใหม่แล้วก็อยากเห็นปีใหม่นี้เป็นปีใหม่ที่มีความสุขค่ะ" นายกฯ กล่าว
'นายกฯ' มั่นใจซิงเกิลคอมมานด์ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมดีขึ้น
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาอุทกภัย ว่า ปัญหาแต่ละปีก็ต่างกัน ปี 54 มวลน้ำเข้ามาขนาดใหญ่ตั้งแต่ภาคเหนือ เขื่อนไม่สามารถรองรับได้ และปีที่ผ่านมาอีสานแล้งมากเพราะฝนน้อย แต่ปีนี้ฝนเยอะท้ายเขื่อนแทนที่จะเก็บน้ำในเขื่อนทำให้ไหลเข้ามาจนได้รับผลกระทบ บางจังหวัดน้ำมาก ภาพรวมเสียหายประมาณ 40 จังหวัด แต่คลี่คลายไปแล้ว 20 จังหวัด แต่จังหวัดที่ยังหนักคือฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ที่มีพื้นที่ต่ำที่ต้องผันน้ำไปแม่น้ำสายหลัก อย่างไรก็ตามรัฐบาลประกาศตั้งศูนย์ซิงเกิลคอมมานด์ บูรณาการฐานข้อมูลดีขึ้น การเตือนภัยเป็นเอกภาพ มีการเตือนภัยล่วงหน้า บูรณาการหน่วยงานในการเข้าไปช่วยเหลือ แต่เราก็อยากช่วยให้เร็วขึ้น ด้วยการปรับและแบ่งพื้นที่ในการเข้าไปช่วยเหลือ เพราะพายุนารีซ้ำเติมหลายจังหวัดอีสาน รู้สึกเห็นใจประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะระดมสรรพกำลังทุกหน่วยในการช่วยเหลือ
ส่วนปัญหาการสร้างเขื่อน นายกฯ กล่าวว่า เขื่อนจะช่วยเรื่องการกักเก็บน้ำ แต่ทั้งนี้เรื่องทรัพยากรเราก็ต้องคำนึง เราต้องคุยกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและประชาชนท้ายเขื่อนเพราะต้องมีน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน ส่วนกรณีที่กังวลว่าทรัพยากรที่หายไปนั้นจะมีการปลูกต้นไม้คืนเพิ่มขึ้นสองเท่าสามเท่า แต่ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลมองถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยการเข้าไปรับฟัง
'นายกฯลาว' ขอบ 'รัฐบาลไทย' เข้าช่วยเหลือกู้ซากเครื่องบินตก
ที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย น.ส.ยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมพิธีตักบาตรเชื่อมสัมพันธ์มิตรภาพไทย-ลาว และรับประทานอาหารเช้าร่วมกับนายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีแห่งสปป.ลาว ถึงการให้การช่วยเหลือกรณีเครื่องบินสปป.ลาวตกว่า โดยส่วนตัวได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางการไทยได้สนับสนุนการช่วยเหลือทางการ สปป.ลาวอย่างเต็มที่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยได้มีการติดตามประสานงานกับสปป.ลาว มอบหมายให้กับพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.ประสานงานผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศของสปป.ลาว ส่งมนุษย์กบและนักประดาน้ำเข้าไปช่วยเหลือในการค้นหาร่างของผู้เสียชีวิติ ซึ่งขณะนี้จากรายงานก็ทราบว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 30 กว่าศพ นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในการชันสูจน์พิสูตรหลักฐาน
สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานติดต่อกับญาติผูิเสียชีวิตเพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นการกู้ซากเครื่องบินในส่วนที่ยังจมอยู่ในแม่น้ำโขงขึ้นมา โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกับทางการลาวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามทางการลาวโดยนายทองสิงได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การช่วยเหลือ ซี่งทางการลาวพึงพอใจการบูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นบินตกได้ประสานงานทางการสปป.ลาว โดยนายกรัฐมนตรีได้เร่งให้การช่วยเหลือทันที ซึ่งตนก็ได้รายงานและสั่งการให้การช่วยเหลือ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
---------------------------------------------
(ที่มาภาพจากเฟซบุ๊ก : Yingluck Shinawatra)



