
รัฐบาลหักดิบแก้'พ.ร.บ.นิรโทษ'ฉบับสุดซอย
รัฐบาลหักดิบแก้'พ.ร.บ.นิรโทษ'ฉบับสุดซอย : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
ในที่สุดฝ่ายรัฐบาลก็ทำตามที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และกล่าวหามาก่อนหน้านี้ เมื่อเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม คือ ฝ่ายรัฐบาล ได้มีมติแก้ไขเนื้อหาซึ่งถือว่าเป็น "หัวใจ" สำคัญของร่าง พ.ร.บ.นี้ ให้มีผลครอบคลุมไปถึงคดีของ "อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร" ด้วย
การแก้ไขดังกล่าว ถือว่าแก้ไข "พลิก" ไปจากเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของ นายวรชัย เหมะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่สภารับหลักการในวาระแรก เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยหลักการร่างของนายวรชัย มีเพียงแค่ "ให้มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน"
โดยในช่วงแรกของการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภา ทางฝ่ายรัฐบาลพยายามยืนยันว่า ต้องการเพียงนิรโทษกรรมให้บรรดาผู้ร่วมชุมนุมเท่านั้น โดยในร่าง พ.ร.บ.ยังได้ยกเว้นไว้ด้วยว่า "ไม่รวมถึงการกระทำใดๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจหรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง" ด้วยซ้ำ พร้อมยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมให้แก่อดีตนายกฯ ทักษิณ
แต่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คือ 18 เสียงของฝ่ายรัฐบาลได้โหวตแก้ไขให้เป็นไปตามร่างของ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่เสนอเข้ามา ซึ่งเนื้อหา "ขยายความ" ไปจากร่างเดิมอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ
"ให้บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง หรือความขัดแย้งทางการเมือง หรือที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ไม่ว่าผู้กระทำจะได้กระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง
การกระทำในวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
สรุปความคือ "นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง" ให้แก่ทุกคดี ทุกคน ทุกระดับ ที่สำคัญที่สุดคือ รวมถึงที่บรรดานักการเมืองและอดีตนายกฯ ทักษิณ โดนดำเนินคดีหลังการปฏิวัติ 19 กันยายน ด้วย ยกเว้นไว้เพียงคดีที่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 คือ คดีหมิ่นสถาบันเท่านั้น
ในที่ประชุมฝ่ายค้านได้พยายามซักถามว่าเนื้อหานี้จะครอบคลุมไปถึงบรรดาคดีต่างๆ ของอดีตนายกฯ ทักษิณ รวมทั้งคดียึดทรัพย์จำนวน 4.6 หมื่นล้านด้วย แต่ไม่มีคำตอบมาจากกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาล
สำหรับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเป็นไปตามร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่ค้างอยู่ในสภา โดยใกล้เคียงกับร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับสุดซอย ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มากที่สุด
ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลพยายามจะนำร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ของ "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" หัวหน้าคณะปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ที่ปัจจุบันคือหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทน แต่โดนคัดค้านอย่างหนักทั้งในสภาและนอกสภา ในที่สุดรัฐบาลจึงชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไว้ก่อน แล้วหันมาผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ ของนายวรชัย เข้าสู่สภา ท่ามกลางข้อกังขาของฝ่ายคัดค้านว่าจะเป็นการเสนอเข้าไปเป็น "หัวเชื้อ" เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง มายำรวม แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ยืนยันแข็งขันว่าไม่เกี่ยวกัน
ถึงวันนี้ รัฐบาลไม่ได้นำร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง มายำรวม แต่เป็นการนำเนื้อหาของ พ.ร.บ.ปรองดอง มา "สวม" เข้าไปแทนเนื้อหาเดิมที่สภารับหลักการไว้
ขั้นตอนต่อไปหลังจากคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนในวาระ 2 และ 3 อีกครั้ง หากผ่านสภาผู้แทนไปได้ ก็จะต้องเสนอเข้าที่ประชุมวุฒิสภาต่อไป จับตาดูว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม "ฉบับสุดซอย" นี้ออกมาภายในสมัยประชุมนี้ ที่จะปิดลงในวันที่ 29 พฤศจิกายน ได้หรือไม่
แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้จะเป็นประเด็น "เรียกม็อบ" แน่นอน ซึ่งรัฐบาลเองรู้ดี จึงได้มีการขยายเวลาการใช้ พ.ร.บ.มั่นคง ในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาไปจนถึงปิดสมัยประชุม และทำแนวกั้นม็อบเอาไว้อย่างแน่นหนา
"ฝ่ายทักษิณ" ลั่นกลองรบ เริ่มความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ขึ้นแล้ว!!
......................
(หมายเหตุ : รัฐบาลหักดิบแก้'พ.ร.บ.นิรโทษ'ฉบับสุดซอย : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน)



