
'พิเชษฐ์'พัฒนา'ศูนย์ศึกษาเรียนรู้แห่งลุ่มน้ำ
'พิเชษฐ์ กล้าสุคนธ์'พัฒนา'ศูนย์ศึกษาเรียนรู้แห่งลุ่มน้ำ-ชุมชนพอเพียง' : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
พิเชษฐ์ กล้าสุคนธ์ นายกเทศมนตรีเมืองปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลอ่าวไทย ของภาคใต้ อาชีพส่วนใหญ่ของประชากรในพื้นที่คือการทำนา ทำประมงเพาะเลี้ยงชายฝั่ง โดยเฉพาะเรือประมงนั้น ปากพนังมีมากที่สุดในบรรดาหัวเมืองชายฝั่งทะเล มีโรงงานอุตสาหกรรมแช่แข็งสัตว์น้ำขนาดใหญ่ สะพานปลา ทำให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องอย่างมากมาย อดีตนั้นลุ่มน้ำปากพนังมีความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตรกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ ซึ่งเปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของเมืองนครศรีธรรมราช
และยิ่งไปกว่านั้น ปากพนังเป็นเมืองท่าของ จ.นครศรีธรรมราช และมีท่าจอดเรือ มีเรือต่างประเทศเข้ามาค้าขาย เมืองปากพนังถือได้ว่าเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าออกสู่ทะเลเพื่อติดต่อกับเมืองอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ ภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีน้ำท่วมขัง มีแม่น้ำปากพนังซึ่งมีความยาว 25 กิโลเมตร ไหลผ่านใจกลางเทศบาล ซึ่งประชาชนใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาระหว่างตะวันออกและตะวันตก และยังใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปสู่ตำบลต่างๆ ใน อ.ปากพนังและไปยังอำเภออื่นๆ ของ จ.นครศรีธรรมราช เช่น อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร อ.ชะอวด
ปัจจุบันแม่น้ำปากพนังยังคงมีสภาพสวยงามตามธรรมชาติและมีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าล่องเรือเที่ยวชมแม่น้ำปากพนัง ที่น่าสนใจก็คือทั้งสองฝั่งแม่น้ำปากพนัง ประกอบไปด้วยตึกสูง ลักษณะคล้ายคอนโดมิเนียม ตึกสูงเหล่านี้ไม่มีคนพักอาศัย เพราะว่าก่อสร้างไว้ให้นกนางแอ่นเข้าไปทำรัง เพื่อเก็บรังนกไปขาย ในทางกายแล้ววิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำปากพนัง คือความผูกพันกับสายน้ำมายาวนาน ด้วยบทบาทของการเป็นพื้นที่ซึ่งได้ชื่อว่า "เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ"
นายกพิเชษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าด้วยกาลเวลาผ่านไปพร้อมกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป จนปากพนังประสบกับวิกฤติหลายประการ แต่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ได้พลิกฟื้นวิถีชีวิตของประชาชนในเขตปากพนัง และพื้นที่ใกล้เคียงให้กลับมามีความมั่งคั่ง มีความอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันปากพนังมีมนต์เสน่ห์วิถีชีวิตของชาวลุ่มน้ำที่น่าหลงใหล และเป็นสิ่งที่ท้องถิ่น คือ เทศบาลเมืองปากพนัง เห็นถึงคุณค่าก็คือ การอนุรักษ์ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามประจำถิ่นโดยเฉพาะช่วงออกพรรษา ที่จะมีงานบุญใหญ่คือ "ลากพระและแข่งเรือเพรียวปากพนัง" ซึ่งพื้นที่แถบนี้มีการลากพระอยู่แล้ว โดยเฉพาะปากพนังนั้นมีการลากพระทางเรือ จะมีการตกแต่งเรือเป็นพนมพระอย่างสวยงาม และยังมีการแข่งขันเรือเพรียวหรือเรือยาว
ด้านแนวทางการพัฒนาในภาพรวมที่วางไว้คือ ให้ความสำคัญกับการเป็น องค์ประกอบของ "การเป็นเมืองสุขภาพดี ศูนย์ศึกษาเรียนรู้แห่งลุ่มน้ำชุมชนพอเพียง" อันถือเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งแนวทางที่จะมาใช้เพื่อขับเคลื่อนประกอบด้วย ให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเองจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ มีการควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้ามและที่จอดรถ พัฒนาสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม การฝึก และการประกอบอาชีพ เห็นความสำคัญด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุน เพื่อสร้างโอกาสต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ด้วยการบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
นายกพิเชษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากนั้นแล้วยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชากรในการพัฒนาท้องถิ่น สร้างความร่วมมือในการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ ตระหนักถึงการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เหล่านี้ถือเป็นนโยบายพัฒนาที่เกิดขึ้น ครอบคลุม ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสาธารณสุข ด้านสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจ ด้านสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นทิศทางการพัฒนาที่มุ่งให้เกิดขึ้นกับเมืองปากพนัง
.........................
('พิเชษฐ์ กล้าสุคนธ์'พัฒนา'ศูนย์ศึกษาเรียนรู้แห่งลุ่มน้ำ-ชุมชนพอเพียง' : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



