ข่าว

'ปชป.'แฉรัฐโกหกปชช.ครบวงจร

'ปชป.'แฉรัฐโกหกปชช.ครบวงจร

18 ต.ค. 2556

'ปชป.' แฉรัฐโกหกปชช.ครบวงจร ชี้ระบายข้าวตัวเลขขาดทุน-สต็อกข้าวเอ็มโอยูปลอม เหน็บคิดไปเองขายข้าวให้จีนได้ อัดเร่งแก้รธน. ม.190 หวังเอื้อคดี 'พระวิหาร'

 

                            18 ต.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลโดยย้ำว่ามีปัญหามาก เริ่มจากการขาดทุนที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรมว.คลัง เปิดเผยตัวแลข 4.25 แสนล้าน แต่คนในรัฐบาลไม่ตอบโต้ด้วยข้อมูล หรือหลักฐานทางราชการจึงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กลับดิสเครดิตโดยกล่าวหาว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธรไม่จบบัญชี ซึ่งเป็นการตอบโต้ด้วยฝีปาก แสดงให้เห็นว่าจนแต้มไม่สามารถหาข้อมูลมาหักล้างการขาดทุนดังกล่าวได้ เพราะรัฐบาลไม่เคยเปิดเผยตัวเลขการขาดทุนที่แท้จริง โดยอ้างว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณาตลอด

                            ที่น่าแปลกใจคือนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ระบุว่า ขาดทุนไม่เกินแสนล้านบาทต่อปี 2 ปี 2 แสนล้าน ซึ่งสามารถนำมาสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ได้ แต่รัฐบาลกลับใช้เงินอย่างไม่คุ้มค่าปล่อยให้มีการทุจริตอย่างมโหฬาร และนายนิวัฒน์ธำรงค์ ยังอ้างว่าจะขายข้าวให้มณฑลเห่ยเหลียนเจียง 16 ก.ย.56 บอกภายใน 2 สัปดาห์ จะมีการลงนามเอ็มโอยู แต่ผ่านมา 1 เดือนแล้วไม่มีการลงนามใดๆ เป็นการคิดไปเองของรัฐบาล สามารถพูดโดยไม่มีข้อเท็จจริง เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

                            นายชวนนท์ กล่าวว่า เรื่องนี้ลามมาถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ให้สัมภาษณ์ขัดกันเอง เดิมบอกว่าจะมีการลงนามซื้อข้าวเอกชน 5 ปี 1 ล้านตัน แต่เพราะสัมพันธ์ที่ดีจะเพิ่มเป็น 1 ล้านตันต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ยอมรับว่า ไม่มีเอ็มโอยูแต่เป็นเพียงลมปากของนายกรัฐมนตรีโดยอ้างว่ามีความหมายมากกว่าการลงนามในสัญญา หากคิดเช่นนี้ไม่ต้องมีระบบราชการ คิดเอาเอง เป็นการโกหกประชาชนอย่างรุนแรงที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เชื่อว่าจะมีการหลอกตัวเลขประชาชนอีก เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ที่ผู้นำประเทศพูดโดยไม่มีหลักฐานรองรับ เพราะการลงนามขายข้าวมีเพียงของเอกชนไทยกับจีนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

                            โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนสถานะการเงินที่นายยรรยง ระบุว่า มีการระบายข้าวส่งเงินคืน ธ.ก.ส.แล้ว 168,000 ล้านบาท ก็ไม่ตรงกับตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่ามีการคืนเงิน ธ.ก.ส. 128,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะกระทรวงพาณิชย์พยายามปั้นตัวเลขเท็จ กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ฯรับไม่ได้ และการปิดบัญชีในเดือนธันวาคม 2556 นี้จะต้องไม่ให้เกิน 5 แสนล้านบาท จึงทำให้มีการปั้นตัวเลขขึ้นมา เป็นการโกหกแบบครบวงจร ทั้งการระบายข้าว การคืนเงิน ตัวเลขสต๊อค มั่วทั้งโครงการและรัฐบาล เป็นการทำลายประเทศไทยและวงการค้าข้าวอย่างรุนแรง นายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูแล จะให้พังไปในมือของตัวเองไม่ได้ และต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับประชาชน ไม่ใช่พูดอะไรก็ได้เพราะสิ่งที่นายกพูดไม่มีการตอบรับใดๆ จากประเทศจีนเลย

 

'ปชป.' อัด 'รัฐบาล' มุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เอื้อคดี 'พระวิหาร'

 

                            นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีกฎหมายขายชาติ ขายแผ่นดินได้ มีการล้มความเห็นของกรรมาธิการฯที่ได้รับมอบหมายจากสภาไปทำหน้าที่

                            “แม้พรรคจะไม่เห็นด้วยทั้งหมดแต่ก็มีการปรับปรุงข้อความที่พอรับได้ แต่ส.ส.รัฐบาลกลับไปแก้ไขเป็นรายวรรค กลับไปเป็นร่างหลักที่เสนอเข้ามาในวาระแรก ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมีกรรมาธิการฯ แต่เปรียบเสมือนการผ่านกฎหมายแบบ 3 วาระรวด เป็นการกระทำที่อำมหิตมาก เพราะแม้แต่การรับฟังความเห็นประชาชนก่อนทำเอฟทีเอก็ยังมีการถอดออกทั้งวรรค ทุกอย่างจะอยู่ในมือฝ่ายบริหารแล้วค่อยมารายงานสภาให้เห็นชอบเท่านั้น ไม่มีสิทธิตรวจสอบยับยั้ง จึงต้องถามว่าทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้”

                            โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สอดคล้องกับเรื่องปราสาทพระวิหารที่จะตัดสินวันที่ 11 พ.ย.นี้หรือไม่ โดยมีสี่แนวทางคือ 1.ศาลไม่ตัดสินหรือไม่มีอำนาจพิจารณาคดี 2. ศาลตัดสินตามคำร้องของกัมพูชา 3. ศาลตัดสินตามที่ฝ่ายไทยคัดค้านและ4. ศาลกำหนดพื้นที่รอบปราสาทขึ้นมาใหม่ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลรับลูกตั้งกลไกร่วม 2 ประเทศ ดังนั้นถ้าออก 2 กับ 4 เราเจ๊งหมายความว่าเราเสียดินแดน

                            “ถ้ารัฐบาลแก้ รธน.190 เสร็จ และตั้งกลไกร่วมกับกัมพูชาเรียบร้อยก็สามารถใช้กลไกนี้ เจรจาเรื่องเขตแดนได้เลย เพราะจะอ้างว่าเขตแดนไม่ชัดแจ้งไม่ต้องนำเข้าสู่สภา ไปเจรจาหลักเขตหรือพัฒนาร่วม โดยไม่ต้องบอกประชาชนคนไทย รู้อีกทีก็คือตอนสร้างรั้วเสร็จแล้ว นี่คืออันตรายที่ล็อคประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการปิดหูปิดตาประชาชน คนไทยต้องให้ความสนใจ และรัฐบาลไม่ควรละเลยในเรื่องนี้ เสียงข้างมากทำลายประเทศหมดสิ้นทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ผลประโยชน์ประเทศ เหลือแค่ประชาชนที่จะปกป้องประเทศแสดงจุดยืนต่อต้าน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

                            นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อไม่มีมาตรา 190 ให้นำกรอบเข้ามาเสนอสภา ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามเอ็มโอยู 43 แต่ไปกำหนดกรอบเจรจาได้เอง เพราะกัมพูชาพยายามปฏิเสธที่จะไม่ใช้เอ็มโอยู 43 มาโดยตลอด และรัฐบาลสามารถเลือกได้ว่า จะใช้กลไกไหนจึงเป็นความสุ่มเสี่ยงที่ประชาชนและรัฐสภา ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ตนไม่ได้เรียกร้องให้กดดันคำพิพากษา แต่มีคำถามว่าทำไมต้องมีกลไกชุดใหม่ขึ้นมา ในเมื่อมีกรรมการเดิมที่ทำงานอยู่แล้ว แต่การสร้างกลไกใหม่ทำให้ไทยไม่มีการยืดหยุ่นในการเจรจา เพราะมีการอ้างว่าผู้นำ 2 ฝ่ายคุยกันแล้ว ว่าจะฟังคำพิพากษาเจรจากันลับๆ โดยไม่มีมาตรา 190 กำกับ จึงต้องถามว่าทำไมไม่เอาผลคำพิพากษามาหารือในประเทศก่อนค่อยไปเจรจาต่อรองกับกัมพูชา

 

'ปชป.' ดีเดย์พรุ่งนี้แจกแผ่นพับเสนอปชช.เลือก 'อนาคตไทยเข้มแข็ง'

 

                            นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลว่า ทีมงานของนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดทำแผ่นพับรายละเอียดเงินกู้ของรัฐบาล เปรียบเทียบกับโครงการไทยเข้มแข็ง 2 ล้านล้านของพรรคประชาธิปัตย์ โดยพรรคจะจัดนิทรรศการให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริง ถึงการใช้เงินที่มีประสิทธิภาพลงทุนอย่างยั่งยืน ครบทุกมิติอย่างแท้จริง โดยมีความแตกต่างระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน

                            ทั้งนี้โครงการของพรรคจะเป็นการสร้างรากฐานให้ลูกหลาน ไม่ใช่สร้างหนี้บานให้คนรุ่นหลัง อีกทั้งยังตรวจสอบได้ มีความโปร่งใส เนื่องจากจะอยู่ในระบบงบประมาณ ครอบคลุมทั้งด้าน คมนาคม ศึกษา สาธารณสุข ไม่ใช่การกู้นอกงบประมาณไม่พัฒนาคน สาธารณสุข และศักยภาพของประเทศ นอกจากด้านคมนาคมเพียงอย่างเดียว โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการจัดนิทรรศการเป็นครั้งแรกที่เขตทวีวัฒนา

                            นายชวนนท์ กล่าวว่า สาเหตุที่พรรคต้องทำเช่นนี้เพราะรัฐบาลสร้างภาพ ไม่ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน ตั้งแต่ที่หนองคายระบุว่ารถไฟความเร็วสูงจะถึงหนองคาย ทั้งที่ในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านของรัฐบาลจะจบที่นครราชสีมา ดังนั้นการให้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนเช่นนี้ ไม่ใช่การทำงานของรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล จึงต้องให้ข้อมูลกับประชาชนไม่ให้ภาษีประชาชนถูกใช้อย่างไม่คุ้มค่า