ข่าว

การกลับมาของปีศาจแดง!

การกลับมาของปีศาจแดง!

19 ต.ค. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : การกลับมาของปีศาจแดง

 

                             "ปีศาจแดง" เบลเยียม ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนทัวร์นาเมนต์ใหญ่มา 12 ปีเต็ม หลังจากได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งสุดท้ายในฟุตบอลโลกที่ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยทะลุได้ถึงอันดับ 4 ฟุตบอลโลกเมื่อปี 1986 แต่หลังจากนั้นเป็นการเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์แบบไม่มีหวังเท่าไรนัก จนกระทั่ง บราซิล 2014 ในปีหน้า ถือเป็นการกลับมาอย่างแท้จริงของปีศาจแดงทีมนี้

                             เบลเยียม ขึ้นถึงขีดสุดในฟุตบอลโลก 1986 ซึ่งในคราวนั้นจัดว่าเป็นทีมที่มีดาราประดับทีมอยู่พอสมควร ไล่กันตั้งแต่ ฌอง มารี พัฟฟ์ ในด่านสุดท้าย แนวรับมี เอริก แกเรตส์ กับ มิเชล เดอ โวล์ฟ และที่สำคัญคือ มียอดนักเตะอย่าง เอนโซ ชิโฟ ที่กำลังมีความสดเต็มที่ ทำให้เล่นแบบเรื่อยๆ แต่ทะลุได้ถึงรอบรองชนะเลิศ แต่สำหรับทีมของ มาร์ค วิลมอทส์ ทีมนี้ อาจจะไม่ใช่การกลับมาแค่การกลับสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่เป็นการกลับมาแบบน่าจับตามองอีกต่างหาก

                             ระยะหลังวงการฟุตบอลเบลเยียมดูจะเป็นรองเพื่อนบ้านอย่าง "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ มานาน แต่ครั้งนี้มีโอกาสจะขึ้นมาเทียบเคียงกันได้ และหลังจากผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยการบุกไปชนะ โครเอเชีย ได้ถึงถิ่น 2-1 ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ ปีศาจแดง ทีมนี้เป็นเป็นทีมเต็ง 5 สำหรับฟุตบอลโลกในปีหน้าไปเรียบร้อยแล้ว บางคนก็ว่ากันว่าจะเป็นม้ามืดของฟุตบอลโลก หรืออาจจะเป็นทีมที่เล่นกันอย่างมีสีสันเหมือนกับเป็น "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของวงการฟุตบอลโลก

                             หลายปีที่ผ่านมา ค่อนข้างจะหานักเตะชื่อดังจากเบลเยียมได้ยาก จะมีดังจริงๆ ก็น่าจะเป็น ฌอง มาร์ค บอสแมน คนที่สามารถทำให้กฎการย้ายทีมของวงการฟุตบอลทั่วยุโรปเปลี่ยนไปนั่นแหละ แต่กับเรื่องฝีเท้าแล้ว มาร์ค วิลมอทส์ กุนซือคนปัจจุบัน น่าจะเป็นนักเตะเบลเยียมที่โด่งดังที่สุดก่อนจะมีทีมชุดนี้เกิดขึ้น

                             เบลเยียม ชุดปัจจุบัน ค่อยก้าวกันมาตั้งแต่ระดับเยาวชน มีหลายคนที่ถูกส่งไปฝึกฝีเท้าในต่างแเดนตั้งแต่เด็ก และสุดท้ายเมื่อเติบโตไล่รุ่นกันมา ก็ทำให้มีทีมที่แข็งแกร่งขึ้นได้ ตอนนี้แทบทั้งตัวจริงและตัวสำรองต่างก็เป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลก

                             ด้านสุดท้ายมีประตูมือกาวอย่าง ติบูต์ กูร์ตัวส์ ที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เห็นแววคว้าตัวมาตั้งแต่เด็ก และตอนนี้ก็ถูก "ตราหมี" แอต.มาดริด ยืมตัวไปเล่นเป็นฤดูกาลที่ 3 จังหวะเซฟต่างๆ มีจังหวะมหัศจรรย์ไม่แตกต่างจาก ดาวิด เดเคีย รุ่นพี่ทีมตราหมี ขณะที่แนวรับชื่อของ แวงซองต์ กอมปานี กัปตันทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ค้ำอยู่ นอกจากนี้ยังมีพวกชื่อดังคนอื่นๆ อีกทั้ง โธมัส แฟร์มาเลน ที่ยามฟิตสมบูรณ์ทำหน้าที่กัปตันทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล และ แยน แฟร์ทองเกน ก็พุ่งแรงขึ้นมากับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส แล้วที่ลืมไม่ได้คือ ตัวประสบการณ์สูงอย่าง ดาเนียล ฟานบุยเตน ที่แม้ว่าจะวัย 35 ปีแล้ว แต่ยังอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ได้เป็นปีที่ 7

                             แดนกลาง สตีเฟน เดโฟ ตัวคุมพื้นที่ชั้นดี ตอนนี้เป็นหลักอยู่กับ เอฟซี ปอร์โต ขณะที่คู่ขาตรงกลางมีให้เลือก ทั้ง อเลกซ์ วิทเซิล ของ เซนิท เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก รวมทั้ง มารูยาน เฟลไลนี ของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ถอยลงมาเล่นได้สบายๆ ขณะที่ตัวริมเส้น เอดอง อาซาร์ด พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกได้อย่างเต็มตัวกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จากการถูกเสนอชื่อทั้งรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ และรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม

                             ตัวทำเกมคนอื่นๆ ตอนนี้คงมีชื่อกันไปหมดแล้ว ทั้ง มุสซา เดมเบเล กับ นาเซอร์ ชัดลี ของสเปอร์ส ดรีส เมอร์เทนส์ ของนาโปลี, เควิน เดอ บรอยน์ ของเชลซี แถมด้วย รัดยา เนียงโกลัน จากกายารี ที่รอวันจะชั้นสู่ทีมใหญ่ โดยเฉพาะกับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ขณะที่เรื่องหัวหอกมีพร้อม โลเมอู ลูคาคู ที่ยิงคนเดียว 2 ประตูในเกมบุกชนะ โครเอเชีย ทำผลงานให้เห็นว่า ชูเซ มูรินโญ กุนซือเชลซีตัดสินใจพลาดที่ปล่อยให้ เอฟเวอร์ตัน ยืมตัวไป และอีกคนที่พร้อมจะกลับมาเป็นตัวหลักคือ คริสเตียน เบนเทเก หัวหอกอันตรายจาก "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลลา ที่คั่วตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกอยู่ตลอด

                             จากขุมกำลังหนุ่มของ เบลเยียม ชุดนี้ แม้ว่าในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่สูสีที่ ประกอบไปด้วย โครเอเชีย, เซอร์เบีย, สกอตแลนด์, มาซิโดเนีย และ เวลส์ แต่ก็ทะลุเข้ารอบสุดท้ายด้วยผลงานที่ชนะเป็นว่าเล่น

                             เมื่อเปรียบกับทีมชุดฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ เบลเยียม ได้เดินสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่แล้ว ทีมชุดนี้ดูจะมีภาษีดีกว่า เพราะเมื่อมองย้อนไปที่ชุด 2002 แล้ว ทีมชุดนั้นต้องนักเตะที่เล่นในประเทศถึง 15 คน และมีนักเตะที่ออกไปค้าแข้งต่างแดนเพียงแค่ 8 คน คือ ฟาน บุยเตน กับ มาร์กเซย, เกิร์ท เดอ ฟลีเกอร์ กับวิลเลม ทเว, บาร์ท กูร์ กับ แฮร์ธา เบอร์ลิน, เอริค เดอฟลองด์ร กับ ลียง, บรังโก สตูปาร์ กับ ดาร์บี, นิโก ฟาน เคิร์กโฮเฟน, มาร์ค วิลมอทส์ และ สเวน แวร์มองต์ กับชาลเกเท่านั้น

                             เห็นได้ชัดว่า ชุด 2002 ถึงจะมีนักเตะที่เล่นอยู่ต่างแดนอยู่บ้าง แต่ก็เป็นการเล่นให้สโมสรระดับธรรมดา ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่หลายๆ คนอยู่กับทีมใหญ่ในระดับแชมเปี้ยนส์ลีก ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค, แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี แถมชุดปัจจุบันก็เล่นอยู่ต่างแดนกันเกือบทุกคน

                             การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การกลับมาสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นการกลับมาอย่างมีความหวัง ราคาต่อรองในต่างประเทศขยับให้เป็นเต็ง 5 และราคาต่อรองการเป็นแชมป์ก็ลดลงมาฮวบจากเดิม 100-1 ลงมาเหลือเพียงแค่ 12-1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โอกาสลุ้นแชมป์เป็นรองเพียงแค่ บราซิล, สเปน, อาร์เจนตินา และ เยอรมนี เท่านั้น

                             ก่อนหน้านี้ มาร์ค วิลมอทส์ คงหวังเพียงแต่นำทีมให้เข้ารอบสุดท้าย แต่ถึงตอนนี้ความคาดหวังของ วิลมอทส์ และเด็กหนุ่มในทีม อาจจะถึงการลุ้นถึงรอบรองชนะเลิศหรือแม้แต่การเป็นแชมป์

 

 

------------------------

ผลงานในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

 

เสมอ เวลส์ 1-1 เหย้า

ชนะ โครเอเชีย 2-1 เยือน

ชนะ สกอตแลนด์ 2-0 เยือน

ชนะ เซอร์เบีย 2-1 เหย้า

ชนะ มาซิโดเนีย 1-0 เยือน

ชนะ สกอตแลนด์ 2-0 เหย้า

ชนะ เซอร์เบีย 3-0 เยือน

เสมอ โครเอเชีย 1-1 เหย้า

ชนะ เวลส์ 2-0 เยือน

 

------------------------