
พลังโซเชียลมีเดียลาววันสูญเสียครั้งใหญ่
พลังโซเชียลมีเดียลาว ในวันแห่งการสูญเสียครั้งใหญ่ : รายงานพิเศษ
"อันนี้บ่แม่นฮูปยนลาวที่ประสบอุบัติเหตุ บอกกันแหน่ อย่าเข้าใจผิด"
"เซียงกะเล็น บ้านนา" ดีเจวิทยุชื่อดังของ สปป.ลาว ได้เขียนข้อความลงบนภาพ "ยน" หรือ "เครื่องบิน" ตกน้ำ แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เขาเห็นว่ามีการแชร์ภาพนี้ไปมากมายในโซเชียลมีเดียทั้งคนลาวและคนไทย ซึ่งแท้จริงแล้ว มันเป็นภาพเครื่องบินรัสเซียตก
ข่าวอุบัติเหตุเครื่องบินสายการบินลาว ตกกลางแม่น้ำโขง ที่บริเวณดอนเขาะ เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก นับเป็นความสูญเสียครั้งที่ใหญ่ที่สุด และด้วยการสื่อสารสมัยใหม่ คนลาวส่วนใหญ่ได้รับข่าวสาร "ยนตก" ที่ปากเซ จากเครือข่ายโซเชียลมีเดีย เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม 2556
"แจ้งเหตุอันน่าสลดใจ...เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา เครื่องบินของสายการบินลาว ที่เดินทางไปปากเซ ได้เกิดอุบัติเหตุตก ทำให้ผู้โดยสาร และกัปตัน รวมทั้งแอร์เสียชีวิต แม่นไผมีพี่น้องที่เดินทาง ก็บอกต่อๆ กันแด่เด้อ"
เป็นข้อความที่โพสต์กันตอนแรกๆ ในเพจ "มะหาซนแมกกาซีน" ซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำของลาว
เวลาต่อมา ภาพเศษซากเครื่องบิน และศพชาวต่างชาติ ก็ปรากฏผ่านเพจมะหาซนแมกกาซีน ก่อนที่จะแชร์ต่อๆ กันไป และกลายเป็นภาพข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ไทย 3-4 ฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้น
แม้คนลาวจะได้รับข่าวสารอันรวดเร็วจากสื่อใหม่ แต่ธรรมชาติของโซเชียลมีเดีย ก็มีทั้งบวกและลบ เป็นดาบสองคม
ดั่งเช่นภาพเครื่องบินรัสเซียตกในแม่น้ำ แต่มีคนลาวบางคนได้นำมารวมกับภาพเศษซากเครื่องบินของสายการบินลาว เลยทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกัน
หรือกรณีมีบางคนได้แชร์ภาพ "ช้าง สูนาลาด" อดีตนักร้องวงโอเวอร์แดนซ์ ที่ตอนหลังไปเป็นสจ๊วตการบินลาวว่า "เสียชีวิตแล้ว" จากเหตุเครื่องบินตกที่ปากเซ ซึ่งแฟนเพลงวงโอเวอร์แดนซ์ได้แชร์ภาพและเขียนข้อความไว้อาลัยกันมากมาย กระทั่งตอนดึก "ช้าง" ต้องทำคลิปออกมาแก้ข่าวว่า "ยังมีชีวิตอยู่"
"ช้าง" ได้เตือนผู้เป็นต้นตอในการโพสต์ข้อความว่า เขาตาย ให้คำนึงถึงหัวอกของผู้ถูกพาดพิงและครอบครัวว่า เสียหายจากข่าวลือไม่มีมูลนี้มากน้อยแค่ไหน
วันที่ 17 ตุลาคม 2556 เนื่องจากข่าวสารจากภาครัฐไม่มีรายละเอียด ไม่มีความคืบหน้า แต่ความใคร่รู้ของผู้คนมีมากกว่า แอดมินเพจมะหาซนแมกกาซีน จึงตั้งกระทู้ "ต้องการคำตอบ" โดยโพสต์คำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินตกลงไปหน้าเพจ เผื่อคนในพื้นที่มีข้อมูล มีภาพ ก็จะได้แชร์กัน
ในเวลาต่อมา แอดมินเพจมะหาซนแมกกาซีน ก็ได้แชร์คลิปเสียงสัมภาษณ์ของชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เครื่องบินตก
ขณะเดียวกัน คนลาวในท้องถิ่นใช้เพจ "Pakse, champasak, laos" เป็นช่องรวบรวมข่าวเกี่ยวกับเครื่องบินตก โดยเฉพาะคลิปข่าวจากทีวีไทยทุกช่อง จะถูกนำไปโพสต์ไว้ และขอบคุณที่ทีวีไทยนำเสนอข่าวดังกล่าว
ความจริงข้อหนึ่งที่รัฐบาลลาวปฏิเสธไม่ได้ คือคนลาวได้ติดตามข่าวสาร "ยนตก" จากฟรีทีวี และทีวีดาวเทียมของไทย ตั้งแต่คืนเกิดเหตุเครื่องบินตก
แล้วสื่อโทรทัศน์ลาวทำอะไร ? ในวันวิกฤติที่คนลาวตกใจและเฝ้ารอคอยข่าวสาร ด้วยความกระวนกระวายใจ
สปป.ลาว มี "สถานีโทละพาบ" หรือสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 6 ช่อง แยกเป็นของรัฐ 3 ช่อง และภาคเอกชน 3 ช่อง
ประกอบโทละพาบแห่งชาติลาว (ทชล.) ช่อง LNTV 1 - ช่อง LNTV 3 และช่อง LAO PSTV สถานีโทรทัศน์ของกระทรวงป้องกันความสงบ
ช่อง Lao Star สถานีโทรทัศน์เอกชนช่องแรก, ช่อง MV LAO และช่อง TV LAO สถานีโทรทัศน์เอกชนน้องใหม่
ข่าวภาคค่ำวันเกิดเหตุ โทละพาบแห่งชาติลาว ทำได้แค่เสนอรายงานข่าวว่า มีเหตุการณ์ "ยนตก" ที่แขวงจำปาสัก และแจ้งว่าจะนำเสนอภาพข่าวอย่างเป็นทางการในข่าวภาคค่ำวันถัดไป
ตรงกันข้ามกับโทละพาบ "ทีวีลาว" (TV LAO) ที่เสนอข่าว "ยนตก" เป็นข่าวใหญ่ในรายการ "ลาวอัพเดท" ช่วง 18.00 น. ซึ่งเป็นโทละพาบลาวช่องแรกที่รายงานข่าวเที่ยวบินมรณะอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ในตอนดึก ช่องทีวีลาว ยังได้นำเสนอรายละเอียดในช่วง "รอบวันทันเหตุการณ์" มีภาพเคลื่อนไหวจุดเกิดเหตุ "ยนตก" ริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้บ้านพะลิง เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก
ขณะที่เช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2556 โทละพาบแห่งชาติลาว ก็เสนอข่าวโดยไม่มีภาพประกอบ พร้อมกับย้ำว่าในช่วงข่าวภาคค่ำ จึงจะมีการนำเสนอข่าวเครื่องบินตกอย่างเป็นทางการ
สำหรับ "ช่องทีวีลาว" ของเอกชนลาว ที่ได้เริ่มแพร่ภาพออกอากาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2556 เป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีคำขวัญ "ก้าวไกล ว่องไว และทันสมัย" ซึ่งได้ทำหน้าที่สื่อสารมวลชนตอบสนองความต้องการของมหาชนอย่างทันท่วงที
หากเข้าใจระบอบการเมืองของ สปป.ลาว ก็จะไม่แปลกใจในการทำหน้าที่สื่อของ "โทละพาบแห่งชาติ" เพราะทุกอย่างต้องขึ้นต่อการจัดตั้ง และขึ้นต่อการนำ อันหมายถึงกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมฯ ที่จะเป็นผู้กลั่นกรองว่าข่าวสารใด ควรนำเสนอหรือไม่นำเสนอ
สื่อของรัฐมีหน้าที่ปลุกระดมให้ผู้คนทำตามนโยบายของพรรครัฐ และรายงานข่าวของทางการ มิใช่สื่อในความหมายของสื่อเสรีทั่วไป
จากเหตุโศกนาฏกรรมกลางลำน้ำโขงครั้งนี้ ได้สะท้อนถึงพลังโซเชียลมีเดียของคนลาว ทำให้สื่อหลักของรัฐบาลถูกเมินไปโดยปริยาย
.............
(หมายเหตุ : พลังโซเชียลมีเดียลาว ในวันแห่งการสูญเสียครั้งใหญ่ : รายงานพิเศษ)



