ข่าว

'หงส์'เยือนสาลิกา'ปืน'รอเช็กโอซิล

'หงส์'เยือนสาลิกา'ปืน'รอเช็กโอซิล

18 ต.ค. 2556

'ลิเวอร์พูล' พร้อมยกพลบุกไปเยือน 'นิวคาสเซิล' ศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 19 ต.ค.นี้ ขณะที่ 'ปืนใหญ่' รอเช็กฟิต เมซุต โอซิล ก่อนเปิดบ้านต้อนรับ นอริช

 

                          ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 8 คู่ เริ่มจาก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูงร่วม แข่ง 7 นัด มี 16 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 11 แข่ง 7 นัด มี 10 แต้ม ที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค เวลา 18.45 น. เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมเยือนยังคงพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เกลน จอห์นสัน และฟิลิปป์ คูตินโญ ที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แต่มีลุ้นได้ตัว โจ อัลเลน ที่เพิ่งหายเดี้ยงพร้อมกลับมาช่วยแดนกลาง คาดว่า ดาเนียล แอ็กเกอร์ น่าจะได้กลับมายืนคุมแนวรับร่วมกับ มามาดู ซาโก และมาร์ติน สเคอร์เทล ส่วนแนวรุก สตีเวน เจอร์ราร์ด ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนเกมในแผงมิดฟิลด์ร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และวิคเตอร์ โมเซส เพื่อจ่ายบอลให้ 2 คู่หัวหอกอย่าง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ หลุยส์ ซัวเรซ ลุ้นซัลโวตาข่าย

                          ฝั่งเจ้าถิ่นของ อลัน พาร์ดิว มีลุ้นได้ตัว ฟาบริซิโอ โคลอซซินี ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยแนวรับได้ทุกเมื่อ คาดว่าพวกแข้งหลักอย่าง ทิม ครูล, มาติเยอ เดบูชี, โยฮัน กาบาย, ฮาเตม เบน อาร์ฟา และปาปิส ซิสเซ น่าจะได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ โลอิค เรมี ดาวยิงตัวเก่งที่กำลังฟอร์มสดจากการสอยตาข่ายในช่วง 3 เกมหลังสุดไปแล้วถึง 5 ประตู

                          ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงร่วม แข่ง 7 นัด มี 16 แต้ม เตรียมเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "นกขมิ้น" นอริช ทีมอันดับ 18 แข่ง 7 นัด มี 7 แต้ม เวลา 21.00 น. นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่นจะชวดใช้งาน บาการี ซานญา และธีโอ วัลคอตต์ ที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แถมยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เมซุต โอซิล ที่เพิ่งเจอโรคเดี้ยงเล่นงานตรงหัวเข่า แต่ยังจัดทัพใหญ่ลงสนามได้ตามปกติ เพราะจะได้ตัว ซานติ กาซอร์ลา ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยประสานแนวรุกร่วมกับ แจ็ค วิลเชียร์, อารอน แรมซีย์ และโอลิวิเยร์ ชิรูด์  

                          ด้าน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 9 แข่ง 7 นัด มี 10 แต้ม จะได้เฝ้ารังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ทีมอันดับ 4 แข่ง 7 นัด มี 14 แต้ม เวลา 21.00 น. เกมนี้ เดวิด มอยส์ กุนซือเจ้าบ้านจะได้ตัว ริโอ เฟอร์ดินานด์, ราฟาเอล ดา ซิลวา และ ทอม เคลเวอร์ลีย์ ที่เพิ่งหายเดี้ยงพร้อมกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง จึงพร้อมจัดนักเตะชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเช่นเคย คาดว่า อัดนัน ยานูซาจ จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง เพื่อประสานงานในแผงแนวรุกร่วมกับ 2 คู่หัวหอกอย่าง เวย์น รูนีย์ กับ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี   

                          ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 แข่ง 7 นัด มี 14 แต้ม พร้อมเปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับ "บลูเบิร์ด" คาร์ดิฟฟ์ ทีมอันดับ 14 แข่ง 7 นัด มี 8 แต้ม เวลา 21.00 น. เกมนี้ ชูเซ มูรินโญ กุนซือเจ้าบ้านยังคงพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนาม แม้จะไม่มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าจอมฝืดที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่จะได้ตัว แอชลีย์ โคล ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยคุมแนวรับอีกครั้ง คาดว่า ซามูเอล เอโต จะได้ยืนเล่นเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด และออสการ์ จะได้จับคู่ช่วยกันปั้นเกมรุกในแผงแดนกลางเหมือนเดิม    

                          ส่วนโปรแกรมคู่อื่นลงเตะเวลา 21.00 น. เอฟเวอร์ตัน (7) พบ ฮัลล์ (8), สโตค (16) พบ เวสต์บรอมวิช (12), สวอนซี (15) พบ ซันเดอร์แลนด์ (20) ส่วนคู่ระหว่าง เวสต์แฮม (13) พบ แมนฯ ซิตี (5) ลงแข่งในเวลา 23.30 น.

 

 

---------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)