
'ปภ.'รายงานน้ำท่วม22จังหวัด
'ปภ.' รายงานน้ำท่วม 22 จังหวัด ระบุ 'นายกฯ' กำชับเร่งช่วยเหลือประชาชน 8 ด้าน
17 ต.ค.56 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. ถึงปัจจุบันเกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 46 จังหวัด 359 อำเภอ 2,258 ตำบล 18,398 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,136,336 ครัวเรือน 3,726,544 คน คิดเป็นร้อยละ 5.78 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ บ้านเรือนเสียหาย 31,523 หลัง ถนน 5,967 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 3,577,078 ไร่ ปศุสัตว์ 4,145,224 ตัว ผู้เสียชีวิต 68 รายจากการจมน้ำและพลัดตกน้ำ ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด
โดยยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 22 จังหวัด 93 อำเภอ 598 ตำบล 4,109 หมู่บ้าน 236,757 ครัวเรือน 674,952 คน แยกเป็น ระดับรุนแรง 2 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระดับปานกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ นครนายก อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา ขอนแก่น และพระนครศรีอยุธยา และระดับเล็กน้อย 14 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ชลบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ เพชรบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม พิษณุโลก พิจิตร สระบุรี ลพบุรี และอ่างทอง ทั้งนี้แนวโน้มสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมเริ่มคลี่คลายหลายพื้นที่ระดับน้ำลดลง แต่ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่ท้ายเขื่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศ พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุนารีปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการกระทรวงมหาดไทยบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและวัสดุอุปกรณ์พร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดทำแนวกั้นน้ำปิดล้อมพื้นที่สำคัญ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังให้ได้มากที่สุด เสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยนำเรือผลักดันน้ำเข้าประจำพื้นที่ปลายน้ำ เพื่อมิให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้น และได้กำชับให้แบ่งมอบภารกิจเพื่อนำการช่วยเหลือทุกรูปแบบไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรมทั้ง 8 ด้าน คือ
1.การระบายน้ำ 2.การแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย 3.การซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม 4.การป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่สำคัญ 5.การให้ความช่วยเหลือดูแลชีวิตและความปลอดภัยของผู้ประสบภัย 6.การสาธารณสุข เพื่อป้องกันโรคระบาดและดูแลสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย 7.ด้านการสำรวจความเสียหายของพื้นที่ประสบภัย และ 8.ด้านการช่วยเหลืออื่นๆ วางหลักเกณฑ์แนวทางการปฏิบัติให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีประสิทธิภาพ
กทม.เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำคลองทวีวัฒนา-บางกอกน้อย-มหาสวัสดิ์
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนหมู่บ้านปิ่นทอง และหมู่บ้านกฤติกา ภายในซอยช่างอากาศอุทิศ เขตดอนเมือง ภายหลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนทำให้มีน้ำท่วมหลายพื้นที่ 5-10 ซม.
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เป็นผลจากฝนที่ตกลงมาในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุนารี ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯมีปริมาณน้ำฝน 80-133 มม. ประกอบกับน้ำในคลองต่างๆ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การระบายน้ำทำได้โดยล่าช้า สำหรับหมู่บ้านทั้งสองแห่งอยู่ใกล้กับคลองเปรมประชากร ขณะนี้สำนักการระบายน้ำได้เร่งระบายน้ำในคลองเปรมประชากรให้ระดับน้ำลดลง เพื่อที่จะสูบน้ำที่ท่วมขังระบายออกสู่คลองเปรมประชากรได้
สำหรับสถานการณ์น้ำในฝั่งตะวันออก ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เริ่มคลี่คลายดีขึ้น แต่กทม.จะยังคงหรี่บานประตูระบายน้ำเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯก่อน หากปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำในคลองต่างๆดีขึ้น ก็จะพิจารณาเปิดบานประตูช่วยจังหวัดปริมณฑลต่อไป
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดว่าพายุนารีจะเคลื่อนผ่านกรุงเทพฯในเร็วๆนี้
"แต่กทม.ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะในคลองทวีวัฒนา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบกับประชาชนได้
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ระบบระบายน้ำฝนของกทม.ยังคงมีประสิทธิภาพ หากฝนที่ตกลงมามีปริมาณมากก็อาจเกิดน้ำท่วมขังตามตรอก ซอย ซึ่งจะต้องใช้เวลาระบายน้ำออก 1-2 ชม. ส่วนจุดที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในระยะยาว บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ กทม.จะร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบท ดำเนินการขยายท่อระบายน้ำเพิ่มเพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำได้มากขึ้น" ผู้ว่าฯกทม.กล่าว
จากนั้นเวลา 16.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีกำหนดการเดินทางต่อไปยังแนวป้องกันน้ำท่วมริมเจ้าพระยา บริเวณคลองซุง และวัดสร้อยทองบางซื่อ เขตบางซื่อ
'บก.จร.' เตือนฝนตกถนนลื่นขับรถด้วยความระมัดระวัง
แจ้งประชาสัมพันธ์ฝนตกถนนลื่นบนถนนเกือบทุกสายในพื้นที่กทม.ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการสัญจรไปมาและหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในระยะนี้และให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังผิวการจราจร พื้นที่รอบนอกถนนสุวินทวงศ์ ช่วงแยกถนนสุวินทวงศ์ตัดถนนหทัยราษฎร์ ถึง ซอยสุวินทวงศ์ 58 น้ำท่วมสูง 30 - 40 เซนติเมตร ทั้งฝั่งขาเข้า-ขาออก รถเล็กผ่านลำบากวิ่งได้เฉพาะช่องทางขวา และบริเวณจุดกลับรถหน้าเรือนจำพิเศษมีนบุรีกลับรถได้เฉพาะรถใหญ่เท่านั้น ช่วงนี้เครื่องสูบน้ำ 2 ตัวกำลังเร่งสูบระบายน้ำออก สภาพการจราจรรถติดขัดแนะนำหลีกเลี่ยงเส้นทาง
บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก หัวมุมถนนที่จะเลี้ยวซ้ายไปถนนวิภาวดีรังสิต น้ำท่วมสูงเสมอทางเท้า 1 ช่องทางซ้าย รถติดขัดในจุดดังกล่าว วงเวียนบางเขนหน้า สน.บางเขน น้ำท่วมสูงเสมอทางเท้า, ถนนรามอินทรา ขาออกหน้าไปรษณีย์รามอินทรา น้ำท่วมสูงเสมอทางเท้า ถนนงามวงศ์วาน จาก แยกบางเขน มุ่งหน้า แยกเกษตร รถหนาแน่นติดขัด ถนนวิภาวดีรังสิต จาก แยกหลักสี่ มุ่งหน้า แยกบางเขน รถหนาแน่นเคลื่อนตัวช้า ถนนพหลโยธิน จาก วงเวียนบางเขน มุ่งหน้า แยกเกษตร รถหนาแน่นติดขัด .ถนนประเสริฐมนูกิจ จาก ลาดปลาเต้า มุ่งหน้า แยกเกษตร รถหนาแน่นติดขัด เนื่องจากมีนักเรียนประมาณ 10,000 คนมาติวแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์เป็นวันแรก
ส่วน.ถนนพระรามที่ 4 ขาเข้า จาก แยกรัชดาพระราม 4 มุ่งหน้า แยกคลองเตย รถมากเคลื่อนตัวได้ เลยแยกรัชดาพระราม 4 เล็กน้อยมีอุบัติเหตุ ช่วงนี้ในเส้นทางมีฝนตกรวมถึงเส้นทางกทม.ชั้นในถนนราชปรารภ บริเวณแยกมักกะสันท่อประปาขนานใหญ่แตกน้ำท่วมสูงเสมอทางเท้าทุกช่องทาง ทั้งฝั่งขาเข้า - ขาออก ทำให้มีปัญหาการจราจรในเส้นทางถนนราชปรารภ จากแยกประตูน้ำ มุ่งหน้า แยกมักกะสัน รถหนาแน่นติดขัด ทิศทางกลับกัน จากแยกดินแดง มุ่งหน้า แยกมักกะสัน รถหนาแน่นติดขัด, ถนนจตุรทิศ จาก พระราม 9 มุ่งหน้า มักกะสัน รถหนาแน่นติดขัด, ถนนศรีอยุธยา จาก แยกพญาไท มุ่งหน้า แยกมักกะสัน รถหนาแน่นติดขัด ซึ่งเหตุท่อประปาแตกทำให้มีน้ำท่วมสูงเสมอทางเท้าทั้งขาเข้า - ขาออก ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณปากซอยสุขุมวิท 42 (ใกล้แยกเอกมัย)



