
ระเบิด!3ครั้งซ้อน'พม่า'ดับ1
เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้งซ้อน ในพื้นที่ทางตะวันออกของเมียนมาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และนับเป็นเหตุระเบิดระลอกล่าสุดที่สหรัฐประณามว่า เป็นการก่อการร้าย
17 ต.ค. 56 ตำรวจ เปิดเผยว่า มีระเบิด 3 ครั้งซ้อน และผู้เคราะห์ร้ายเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลของเมืองน้ำคำ ในรัฐฉาน ใกล้กับชายแดนประเทศจีน และทางการกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน
ภูมิภาคทางตะวันออกของเมียนมาร์ ต้องสั่นคลอนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการสู้รบระหว่างทหาร และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ บรรดารัฐบาลชาติตะวันตก ต่างเตือนพลเมืองของตนเอง ให้ระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทางไปเมียนมาร์ หลังเกิดเหตุระเบิดไม่รุนแรงหลายระลอก ที่รวมทั้งที่โรงแรมหรู เทรดเดอร์ส ในย่างกุ้ง ที่ทำให้หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ และสหรัฐประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับเรียกร้องให้ทางการเมียนมาร์ ดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐในย่างกุ้ง ออกแถลงการณ์ว่า การกระทำที่รุนแรง เช่น พวกที่ก่อการเมื่อช่วงสุปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่พวกที่อยู่ในสังคมที่ศิวิไลซ์ และสหรัฐมั่นใจว่าประชาชนในประเทศนี้ พร้อมจะเผชิญหน้ากับการก่อการร้ายด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น และยึดมั่นต่อสันติภาพ , การพัฒนา และการปรองดองในชาติ
ทางการเมียนมาร์ ระบุว่า ได้จับกุมผู้ต้องสงสัย วัย 27 ปี ได้ที่รัฐมอน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเมื่อวันอังคาร เนื่องจากพบว่า เขาเคยพักที่โรงแรมเทรดเดอร์สที่ถูกวางระเบิด ตำรวจยังได้สอบปากคำคนอีกหลายคน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ย่างกุ้ง และอีกหลายเมือง // ขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิด ที่ในสมัยของรัฐบาลทหารได้ประณามว่า เป็นฝีมือของกลุ่มชาติพันธุ์ หรือกลุ่มติดอาวุธที่ลี้ภัยอยู่นอกประเทศ
เหตุระเบิดได้มีขึ้นในช่วงที่เมียนมาร์ กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมในเดือนธันวาคม และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของสมาคมอาเซียนในปีหน้า // รัฐบาลพลเรือน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม อันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมือง ที่นำไปสู่การได้รับการยกเลิกคว่ำบาตรจากตะวันตก และทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปจำนวนมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงยังไม่อาจทำให้เกิดข้อยุติกับกลุ่มหัวรุนแรง และกลุ่มติดอาวุธที่ยังหลงเหลืออีกหลายกลุ่มเช่นกัน
--------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



