ข่าว

'นายกฯ'ขอรอศาลโลกตัดสิน'พระวิหาร'

'นายกฯ'ขอรอศาลโลกตัดสิน'พระวิหาร'

17 ต.ค. 2556

'นายกฯ'เผยคุย'กัมพูชา'แล้ว ในการรักษาความสงบชายแดน ไม่ว่าศาลโลกจะตัดสินออกมาอย่างไรขอให้คนไทยสบายใจได้ ด้าน'พงศ์เทพ' ไม่กังวลคำตัดสิน

               เมื่อเวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลโลกเลื่อนการตัดสินคดีเขาพระวิหารมาเป็นวันที่ 11 พ.ย.ว่า เรื่องดังกล่าวต้องรอฟังผลการตัดสิน อย่างไรก็ตาม เรียนว่าทุกอย่างรัฐพยายามรักษาความสงบแนวชายแดนไว้ ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เราจะพยายามทำงานร่วมกันของทั้งสองประเทศในการรักษาความสงบตามแนวชายแดน

                เมื่อถามว่า เบื้องต้นได้มีการประสานกับทางกัมพูชาไว้อย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางกัมพูชาได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว โดยกัมพูชาอยากเห็นพื้นที่ตามแนวชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความสงบ ฝ่ายไทยก็เช่นกัน และด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าวและสถานการณ์ต่างๆ รัฐบาลจะพยายามพูดจากันบนหลักความเข้าใจและสันติในการแก้ปัญหา วันนี้อยากให้ประชาชนสบายใจ ในส่วนแนวทางผลการตัดสินออกมาอย่างไรก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงและทำความเข้าใจ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ได้มีการชี้แจงอยู่แล้ว

                “ยืนยันว่าไม่ว่าผลการตัดสินของศาลโลกจะออกมาอย่างไรเราจะพยายามรักษาความสงบ สันติและการอยู่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านไว้ให้ได้ ทั้งนี้ ในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างเสริมเศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลทั้งสองประเทศก็จะต้องพยายามทำอย่างดีที่สุด ซึ่งก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่าย เพราะรัฐบาลเองได้พยายามหลีกเลี่ยงการเกิดการกระทบกระทั่งกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

 

               
"พงศ์เทพ"ไม่กังวลคำตัดสินเขาพระวิหาร เหตุทำความเข้าใจกับประชาชนไว้แล้ว

                

                นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ว่า ไม่น่าจะมีปัญหา แม้ตอนหลังสภาจะใช้เวลาในการพิจารณามากพอสมควร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ที่พอเข้าใจได้ในสมัยนี้ว่า กฎหมายบางฉบับที่ล่าช้า เนื่องจากผู้ที่ไม่อยากให้ผ่านก็ต้องทำให้มันช้าหน่อย

                นายพงศ์เทพ กล่าวถึงกรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก นัดฟังคำตัดสินคดีตีความคำพิพากษา คดีปราสาทพระวิหาร วันที่ 11 พ.ย.นี้ ว่า รัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องนี้ไว้พอสมควร และเราได้ชี้ให้ประชาชนเห็นแล้วว่าโอกาสที่คำพิพากษาจะออกมานั้น มี 4 แนวทางเท่านั้นไปทางอื่นไม่ได้ ซึ่งประชาชนจะทราบแล้วว่าออกมาในรูปแบบไหนบ้าง ส่วนแนวโน้มคำพิพากษานั้นเราไม่สามารถทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของผู้พิพากษาศาลโลก ซึ่งท่านมีจริยธรรมในการเก็บความลับ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลเตรียมการรับมือผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างไร นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปที่กัมพูชาและได้พบกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งผู้นำทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันไม่ว่าคำพิพากษาออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม ไทยกับกัมพูชา ต้องรักษาความสัมพันธ์เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งสองประเทศ ส่วนการนำเรื่องนี้ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ตนอยากให้ประชาชนใคร่ครวญด้วยเหตุผล และไม่อยากให้หยิบยกประเด็นนี้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และขอให้คิดผลประโยชน์ของประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนั้นไม่ได้หนักใจอะไร
 
                    พร้อมกันนี้ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย และคณะ 40 คน เดินทางเข้าพบนายพงศ์เทพ เพื่อยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลดำเนินการตรากฎหมายกำหนดให้บุคคลที่ทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ และข้าราชการระดับสูงต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินก่อนและหลังดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นในส่วนราชการ รวมทั้งข้าราชการระดับสูงในทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน และทุกรัฐวิสาหกิจ จะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินก่อนและหลังพ้นจากการดำรงตำแหน่งแล้วเช่นเดียวกับนักการเมืองทุกคน นอกจากนี้ ยังขอให้มีการตรากฎหมายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติเพื่อป้องกันไม่ให้มีการยกเลิก

                นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวสอดคล้องและอยู่ในนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว โดยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาว่าจะต้องปรับแก้กฎหมายอย่างไร เพื่อจะให้ผู้ที่ปัจจุบันมีอำนาจเยอะแต่ไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินจะต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ในช่วงนี้องค์กรไหนที่ต้องการจะแสดงความโปร่งใส แม้จะไม่มีกฎหมายกำหนดก็ตาม สามารถที่จะนำบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ได้ยื่นไว้แต่ไม่มีการเปิดเผยนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนได้เลย ในอดีตก็เคยมี ส.ส.ทำแบบนี้มาแล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำในรัฐบาลชุดนี้แน่นอน

                

 

 

 "ปลัดกห."แจงนายกฯ ไม่จำเป็นต้องไปฟังศาลโลกตัดสินเขาพระวิหารด้วยตัวเอง

 

               พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะทำงานต่อสู้คดีประสาทพระวิหาร กล่าวถึงกรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) นัดฟังคำตัดสินคดีตีความคำพิพากษา คดีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปฟังคำตัดสินด้วยตนเอง เพราะเป็นการรับฟังคำตัดสินเท่านั้น ต่างจากในสมัยที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรมว.กลาโหม ที่จะต้องไปกับคณะด้วย เนื่องจากในช่วงนั้นเป็นการแถลงด้วยวาจาของฝ่ายไทย จึงต้องไปติดตามอย่างใกล้ชิด

                สำหรับการดูแลความเรียบร้อยตามแนวชายแดน ในช่วงคำตัดสินที่หลายฝ่ายวิตกว่าอาจเกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้น พล.อ.นิพทธ์ กล่าวว่า จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันจันทร์ที่ 21 ต.ค.นี้ โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธาน

 

 

"สุรพงษ์" ระบุ 21 พ.ย. เตรียมตั้งทีมเจรจา "กัมพูชา" หารือถึงผลการติดสินพระวิหาร

                

               นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตั้งคณะทำงานร่วมคดีปราสาทพระวิหาร ที่ศาลโลกได้เลื่อนการตัดสินเป็นวันที่ 11 พ.ย.นี้ว่า ในวันจันทร์ที่ 21 พ.ย.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการหารือและจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันทั้งชุดสู้คดีปราสาทพระวิหาร และชุดเพื่อที่จะไปพูดคุยกับรัฐบาลกัมพูชาว่า หากผลการตัดสินของศาลโลกออกมาเป็นอย่างไรทั้ง 2 ประเทศ จะต้องพูดคุยกันให้ละเอียดว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะจะต้องมีการเตรียมความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายว่าไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไรความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทยก็ต้องเดินหน้าต่อไป โดยจะไม่นำเรื่องดังกล่าวมาเป็นปัญหาระหว่างกัน สิ่งใดที่สามารถพูดคุยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือบริเวณชายแดน จะต้องมีการตกลงพูดคุยกัน เพราะเป็นสิ่งที่ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดคุยกันมาตลอด

               "ส่วนรูปแบบของคณะทำงานจะมีความชัดเจนหลังจากที่มีการประชุมวันจันทร์นี้ โดยนายกฯเป็นประธานการประชุม และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะมีการประสานไปยังรัฐบาลของกัมพูชา เพื่อแจ้งรายละเอียดและเตรียมนัดคณะทำงานของทั้ง 2 ประเทศ มาพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อนที่ศาลโลกจะมีคำตัดสินออกมา" นายสุรพงษ์ กล่าว