
โจรดวงกุด!จี้ชิงทรัพย์ถูกยิงสวนอาการปางตาย
โจรดวงกุด!จี้ชิงทรัพย์แม่ค้า ถูกยิงสวนอาการปางตาย
วันที่ 17 ต.ค.56 เมื่อเวลา 03.00 น. ร.ต.ท.จรูญ ศรีคำขวัญ พงส.สน.ท่าเรือ รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิง บริเวณกลุ่มงานปฏิบัติการเดินรถที่14 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ถนนเกษมราษฎร์ แขวง-เขตคลองเตย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณปากทางเข้าอู่รถเมล์ พบเพียงเสื้อยืดสีดำ รองเท้าแตะหูคีบ หมวกกันน็อกจำนวน 2 ใบ สีน้ำเงินและสีแดง และกระสุนปืน ขนาด .38 ซุปเปอร์ จำนวน 2 นัด ส่วนคนเจ็บถูกยิงเข้าที่ลำตัวจำนวน 2 นัดและแขน 2 นัด เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อนเข้ามาบริเวณดังกล่าว ก่อนเพื่อนจะวิ่งลงจากรถจักรยานยนต์ เข้าไปภายในอู่รถเมล์แล้วแจ้งให้คนภายในอู่ทราบว่า เพื่อนตนถูกยิงให้ช่วยเรียกรถพยาบาลให้หน่อย เมื่อคนภายในอู่วิ่งออกมาดูพบเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่คนที่แจ้งเหตุอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปแล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากนางละมัย บุญเลิศ อายุ 50 ปี ว่าถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ด้วยอาวุธปืนพร้อมใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่รถ จนได้รับความเสียหาย บริเวณปากซอยสุนทรโกษา5 จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ สีน้ำเงิน เลขทะเบียน ณบ8180 กรุงเทพฯ ถูกอาวุธปืนได้รับความเสียหายบริเวณกระจกแคปฝั่งซ้ายถูกยิงและกระจกหลังถูกยิงแตก นอกจากนั้นยังพบหัวกระสุนปืน ตกอยู่บริเวณล้อรถยนต์ด้านหน้าฝั่งขวา 1 นัด
จากการสอบสวนนางละมัย ให้การว่าตนเองมีอาชีพขายอาหารตามสั่งอยู่ภายในศูนย์การค้าวรรัตน์ ขณะเกิดเหตุตนพร้อมลูกชาย นายสันติ บุญเลิศ อายุ 25 ปี ได้เดินทางมาซื้อวัตถุดิบในการค้าขายที่ตลาดสดคลองเตย หลังจากซื้อเสร็จได้นั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในรถด้านฝั่งซ้ายข้างคนขับ โดยเปิดประตูไว้ ส่วนลูกชายนั่งเล่นแท็บแลตอยู่ด้านคนขับ หลังจากนั้นมีคนร้ายเป็นชาย สวมหมวกกันน็อก เดินเข้ามาพร้อมใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ตนตกใจมากทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขอร้องให้คนร้ายอย่ายิงตน
ด้านนายสันติ ให้การเพิ่มเติมว่า ตนเองนั่งอยู่ด้านข้างแม่ เมื่อเห็นว่าคนร้ายมีปืน มาจี้ชิงทรัพย์แม่ตนก็ได้ขอร้องให้คนร้ายใจเย็น แต่คนร้ายพูดจาข่มขู่และยืนยันว่าถ้าไม่ให้ทรัพย์สินจะยิง เมื่อเห็นท่าทางไม่ดี ตนเองจึงได้ใช้อาวุธปืน ยี่ห้อเทารัส ขนาด .38 มม.ที่มีอยู่ ยิงเข้าใส่คนร้ายจำนวน 1 นัด คนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงได้ยิงตอบโต้ ตนจึงยิงเข้าใส่คนร้ายอีก 4 นัด ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งหลบหนี ขึ้นรถจักรยานยนต์เพื่อนที่รออยู่บริเวณใกล้เคียงหลบหนีไป โดยขับขี่มุ่งหน้าไปทางแยกศุลกากร เบื้องต้นจากการสอบสวน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเหตุที่เกิดขึ้นทั้ง 2 เหตุน่าจะเป็นเหตุที่ต่อเนื่องกัน อย่างไรก็ตามต้องสอบสวน นางละมัยและนายสันติอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งจะต้องสอบปากคำผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผกก.สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า ล่าสุดทราบชื่อคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว 1 คน คือนายณัฐพล อนามนาท ซึ่งขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่รพ.จุฬา ซึ่งได้ทำการอายัดตัวไว้แล้ว ทั้งนี้ยังได้สั่งให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเรียกตัวนายสันติ บุญเลิศ และนางละมัย บุญเลิศ ผู้ที่เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม ส่วนคนร้ายอีก 1 ราย ที่ยังหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด



