ข่าว

ร่วมระดมความคิด เรียกร้องสิทธิสตรี

ร่วมระดมความคิด เรียกร้องสิทธิสตรี

16 มิ.ย. 2552

จากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน เป็นผลพวงให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย อย่างกรณีที่เป็นข่าวครึกโครมบนหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อหลายเดือนก่อน กรณีหญิงอุ้มท้องวิ่งราวร้านทอง เนื่องจากไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน ซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นเพียงเรื่องส่วนตัวของผู้หญิงค

   ปัญหาดังกล่าวเป็นที่มาให้ อุษา เลิศศรีสันทัด ผู้อำนวยการมูลนิธิผู้หญิง จัดเสวนาเรื่อง "กรณีหญิงอุ้มท้องวิ่งราวร้านทองกับทางเลือกของเพศแม่ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ" ขึ้น โดยเชิญวิทยากรจากผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้อง มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดและวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหา เพื่อหาทางป้องกัน ข้อเสนอแนะไปจนถึงการผลักดันให้กลายเป็นโยบายของภาครัฐที่เหมาะสม

 เริ่มจาก ศิริพร สะโครบาเนค ประธานมูลนิธิผู้หญิง ผู้คร่ำหวอดในการทำงานเกี่ยวกับผู้หญิงมากว่า 25 ปี ร่วมให้ความคิดเห็นว่า กรณีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ส่อให้เห็นว่าคนที่ไม่มีโอกาสมักจะเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ ตอนที่ผู้ก่อเหตุกระทำการที่ผิดกฎหมายนั้น เธอตกอยู่ในสภาวะที่ต้องดูแลครอบครัวที่ยากลำบากเป็นช่วงอายุแค่16-17 ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่สามีของเธอได้ก้าวเดินออกไปจากชีวิต โดยทิ้งภาระไว้ให้แก่ครอบครัว

 "ปัจจุบันผู้หญิงมักหันมาเลือกแต่งงานกับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงให้ไปถูกกระทำในการค้าประเวณี คิดว่าควรชะลออายุในการแต่งงานของผู้หญิงให้บรรลุนิติภาวะเสียก่อน อีกทั้งในสังคมไทยก็ยังไม่มีมาตรการที่เหมาะสมในการดูแลสตรีเป็นพิเศษ และในสังคมความเสมอภาคของชาย-หญิงยังไม่มีความเท่าเทียมกันเท่าที่ควร ผู้หญิงยังต้องรับภาระอยู่คนเดียวเช่นเดิม ควรจะต้องมีนโยบายมาตรการพิเศษในการรองรับเกี่ยวกับผู้หญิง เพื่อที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี” ศิริพร เสนอ

 หันมาฟังความคิดเห็นของตัวแทนของหน่วยงานจากภาครัฐ อย่าง เสาวนีย์ โขมพัตร ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสวัสดิภาพหญิงและเด็ก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น เป็นที่รับรู้ในสังคมเพื่อหาทางช่วยเหลือและป้องกันปัญหาที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต ซึ่งกรณีเหล่านี้ไม่ว่าหน่วยงานจากภาครัฐหรือภาคเอกชนหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งคงไม่สามารถรับภาระนี้ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ช่วยกันผลักดันมาตรการต่างๆ ให้เข้มแข็งมากขึ้น

 "การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องมีหลายส่วนเข้ามาร่วมมือกัน อย่างเรื่องของการให้เงินช่วยเหลือ การให้คำปรึกษาทางจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้หญิงต้องการการบริการประเภทนี้น่าจะเป็นทางแก้ปัญหาได้อย่างหนึ่ง ภาครัฐต้องประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางและให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทำให้คนที่เกิดปัญหามีช่องทางที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้  ส่วนในระยะยาวควรมีมาตรการเชิงรุก ไม่ให้ปัญหาเหล่านี้กลับมาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยการพึ่งพาตนเองให้ได้ มีงานทำและเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ โดยการฝึกอาชีพ อบรม และจัดหางานให้ตามที่ได้รับการอบรมมา และที่สำคัญคนที่ทำงานด้านนี้ต้องมีเจตน์คติที่จะทำงาน คือต้องมีใจในการทำงาน คิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของเราด้วยก็จะทำให้การแก้ปัญหานั้นง่ายขึ้น" เสาวนีย์ เสนอทางออก

 ในขณะที่ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า กรณีนี้บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเป็นการมองที่ผิด เพราะถ้าเราคิดแบบนี้ ต่อไปกรณีแบบนี้ก็จะมีขึ้นมาอีก คิดว่ากรณีแบบนี้สมควรที่จะต้องเอามาพูดคุยกัน เมื่อเกิดปัญหาเศรษฐกิจมักจะกระทบกับผู้หญิง เพราะผู้หญิงมักจะเป็นผู้ที่แบกรับภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัว

 "ทุกคนควรคำนึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่ควรจะละเมิดสิทธิของเด็กและสตรีดังที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยในปัจจุบัน กรณีน้องน้ำที่นำเสนอมา ก็เพื่อจะดูว่าสังคมทำอะไรกับน้องน้ำบ้าง มีองค์กรใดที่สามารถช่วยเหลือทั้งเด็กและสตรี เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่ถูกคาดหวังให้ดูแลครอบครัว" สส.หญิง กล่าวทิ้งท้าย

เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์" และ "อรพินท์ ศรีอร"