
กทม.ร่วมมือตำรวจล้างบาง'ผู้ขับขี่ไร้วินัย'
'รองผู้ว่าฯกทม.' ร่วมมือตร.ล้างบาง 'ผู้ขับขี่ไร้วินัย' สั่ง 50 เขตประชาสัมพันธ์กฎจราจร มั่นใจแก้รถติดได้ 50% ยัน 'นารี' ไม่กระทบกรุงฯ จับตา 6-8 พ.ย.น้ำทะเลหนุน
15 ต.ค.56 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านการจราจร เปิดเผยว่า จากการหารือระหว่างคณะทำงานพัฒนาจราจรกทม.ตำรวจนครบาลกับคณะทำงานของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่า กทม. ขับเคลื่อนแผนงานการพัฒนาและแก้ไขปัญหาระบบการจราจรนำร่องถนน 10 สาย ที่มีปัญหาติดขัดชั่วโมงเร่งด่วนคือ ถนนลาดพร้าว ถนนพระราม4 ถนนสุขุมวิท ถนนรัชดาภิเษก ถนนรามคำแหง ถนนพหลโยธิน-ถนนเกษตรนวมินทร์ ถนนสาทร ถนนราชดำเนิน ถนนเพชรบุรี และถนนวิภาวดีรังสิต อยู่ในพื้นที่ 19 เขต และในความรับผิดชอบสถานีตำรวจนครบาล 32 แห่ง โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลถนนทั้ง 10 สาย ห้ามไม่ให้มีการจอดรถในที่ห้าม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สร้างปัญหารถติด โดยจะแจ้งประชาชนรับทราบระหว่างวันที่ 16-20 ต.ค.นี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ ซึ่งหากพบการจอดรถผิดกฎหมายจะดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนก่อน
รองผบช.น. กล่าวต่อว่า จะจับปรับและยกรถที่เป็นต้นเหตุของปัญหา อย่างเด็ดขาดเข้มงวดจริงจังตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.เป็นต้นไปเป็นวันดีเดย์ไม่ใช้วิธีล็อคล้อ แต่จะใช้วิธียกรถออกจากพื้นที่ไม่ให้กีดขวางการจราจร ตามความผิด พ.ร.บ.จราจร มาตรา 57 และ 59 ห้ามจอดในที่ห้าม ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท รวมทั้งเสียค่าเคลื่อนย้าย 500 บาท และค่าดูแลวันละ 200 บาท จากนั้นจะมีการประเมินทุกเดือน โดยจะมีพิธีเปิดโครงการวันที่ 18 ต.ค. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจะมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม พร้อมมีรถยกมาสาธิตวิธีการยกรถที่จะไม่สร้างความเสียหาย และวันที่ 21 ต.ค. จะปล่อยขบวนเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาจราจรให้ครอบคลุมทุกด้าน จะดำเนินการเชื่อมโยงสัญญาณไฟจราจร ปรับปรุงวิศวกรรมจราจร ติดตั้งเครื่องนับจำนวนรถบริเวณทางแยก และการออกใบสั่งอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งบางส่วนต้องขอการสนับสนุนจากกทม.ด้วย และได้สั่งการสถานีตำรวจนครบาลทุกแห่ง ให้กำหนดถนนในทัองที่ที่มีปัญหานอกเหนือจากถนน 10 สายข้างต้นพิจารณาดำเนินการรูปแบบเดียวกันให้ครอบคลุมพื้นที่กทม.โดยได้รับความร่วมมือจาก
ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตและสำนักเทศกิจ ร่วมปฏิบัติกับตำรวจนครบาลประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบทั่วกันและขอให้สำนักงานเขตประสานสำนักการจราจรและขนส่งตีเส้นจราจรให้ชัดเจนและปรับปรุงวิศวกรรมจราจรต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ และประสานเรื่องสถานที่จอดรถที่ถูกยกให้แก่ตำรวจด้วย ทั้งนี้รองผู้ว่ากทม.เห็นด้วยกับตำรวจพร้อมระบุหากคุมเข้มกฎหมายห้ามจอดบนถนน 10 สายได้จริงจะช่วยบรรเทาปัญหารถติดในกทม.ได้ถึง 50%ทีเดียว
กทม.ยันพายุ 'นารี' ไม่กระทบกรุงฯ จับตา 6-8 พ.ย.น้ำทะเลหนุนสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. รายงานสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ ว่า วันนี้น้ำเหนือที่ไหลมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาวัดที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 2,341 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดในเวลา 16.15 น. คาดว่าจะไม่เกิน 1.52 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ขณะที่น้ำจากแม่น้ำป่าสักชลสิทธิ์ที่เขื่อนพระราม 6 วัดได้ 645 ลบ.ม.ต่อวินาที ปริมาณลดลงจากวานนี้เล็กน้อย ทั้งนี้น้ำจากเขื่อนต่างๆ ที่ปล่อยลงมามีปริมาณลดลง ทำให้สถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ ดีขึ้น ซึ่งน้ำทะเลหนุนสูงในระยะนี้ ก็จะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชน เนื่องจากน้ำเหนือลดลงและไม่มีฝนตกในพื้นที่ ส่วนพายุนารีก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายนนี้ น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอีกครั้ง โดยมีฐานน้ำที่ประมาณ 1.21 เมตร สูงกว่าเดือนตุลาคมที่ฐานน้ำสูง 1.11 เมตรแต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากน้ำเหนือลดลงและเริ่มหมดฤดูฝน ซึ่งเป็นผลมาจากขณะนี้ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีน เริ่มแผ่ลงมายังประเทศไทยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้อากาศเย็นลงและทำให้หย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มหายไป ซึ่งคาดว่าปีนี้น่าจะหมดพายุแล้ว
กทม.ยันไม่เลือกปฎิบัติ-ดูแลทุกกลุ่มเท่าเทียม
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. และโฆษกส่วนตัวของผู้ว่าฯกทม. แถลงข่าวเรื่องการดูแลให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า ที่ผ่านมาผู้ว่าฯกทม.ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม โดยการจัดส่งรถสุขา รถไฟฟ้าส่องสว่าง และรถน้ำ อีกทั้งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯกทม. ถามถึงผู้ชุมนุมว่าได้ขออนุญาตกทม.ตั้งเวทีปราศรัย เต้นท์ และตาก วาง หรือแขวนสิ่งของต่างๆ ในที่สาธารณะหรือไม่ จึงขอเรียนว่าการชุมนุมดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพประชาชนในการชุมนุมแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากอาวุธ ซึ่งกทม.คงไม่ทำหนังสือตอบกลับบช.น. ที่ถามเรื่องการอนุญาตตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะอำนาจกฎหมายรัฐธรรมนูญมีศักดิ์ใหญ่กว่าหรือถ้ามีเรื่องอะไร บช.น.ก็ประสานงานกับกทม.ได้ อย่างไรก็ตามหากเสร็จสิ้นการชุมนุม แล้วพบว่าทางเท้าหรือทรัพย์สินของกทม. ได้รับความเสียหาย ก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมาย
นายวสันต์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากทม.ได้บริการรถสุขา รถน้ำ ไฟฟ้าส่องสว่าง กับผู้ชุมนุมทุกกลุ่มทั้งกลุ่มการเมืองและกลุ่มอาชีพ โดยไม่ได้เลือกปฏิบัติ เพื่อสุขอนามัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบันมีผู้ชุมนุมกว่า 300 กลุ่มในกรุงเทพฯ และเมื่อครั้งที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ผู้ว่าฯ กทม.ก็ได้สั่งการทุกหน่วยงานว่าให้ทำหน้าที่โดยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม กทม.ต้องอยู่เคียงข้างประชาชน
"ล่าสุดนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะยื่นเรื่องถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของกทม. ซึ่งก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ หากคิดว่าผู้ว่าฯกทม.สองมาตรฐาน แต่อยากขอให้นายกรัฐมนตรี ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ทำงานโดยประสานงานกัน อย่าทำงานให้เป็นประเด็นข่าว เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร หรือถ้าเห็นว่ากทม.ไม่ควรให้บริการกลุ่มผู้ชุมนุม ก็ขอให้ออกคำสั่งทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร กทม.จะพิจารณาว่าสมควรที่ต้องทำตามคำสั่งหรือไม่" นายวสันต์ กล่าว



